ข่าว

ผนึกค้าปลีกลดราคาสินค้า3วันโชว์ยุทธศาสตร์การค้าวันพาณิชย์

ผนึกค้าปลีกลดราคาสินค้า3วันโชว์ยุทธศาสตร์การค้าวันพาณิชย์

19 ส.ค. 2553

“พรทิวา”ใช้เวที "วันพาณิชย์" ประกาศยุทธศาสตร์การค้าไทย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เสริมฐานการค้าในประเทศให้แกร่ง ผนึก 12 ห้างค้าปลีกร่วมลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค 10-70% กว่า 7 พันสาขาทั่วประเทศ 20-22 ส.ค.นี้

 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 สิงหาคม 2553 ซึ่งเป็นวันพาณิชย์ ครบรอบ 90 ปี นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ จะประกาศยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการค้าไทย เป็นแผนระยะ 5 ปี เพื่อกำหนดให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นชาติการค้า หรือให้ขับเคลื่อนประเทศด้วยการค้า เนื่องจากปัจจุบันพบว่าตัวเลขการค้าสินค้าและบริการมีมูลค่าสูงถึง 9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ราว 10 ล้านล้านบาท การค้าจึงมีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งหมด

 ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การค้าดังกล่าวจะเน้นไปในเรื่องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งและมีเสถียรภาพมากขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วนการค้าต่างประเทศมีสูงถึง 70% ขณะที่การค้าในประเทศมีเพียง 30% ในระยะ 5 ปีข้างหน้า ก็จะตั้งเป้าให้เป็น 60 ต่อ 40 โดยมุ่งเน้นให้มีการขยายตัวในสาขาที่เป็นประโยชน์กับประเทศแท้ๆ เช่น สินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป เกษตรสินค้า ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เช่น พลังงานทดแทน วัสดุก่อสร้าง ของตกแต่งของใช้ในครัวเรือน ยานยนต์ และเฟอร์นิเจอร์ ด้านสินค้าบริการ เช่น สปา โลจิสติกส์ ท่องเที่ยว บริการทางการแพทย์ และค้าปลีกค้าส่ง เป็นต้น

 นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมกับร้านค้าและห้างค้าปลีก 12 ราย รวมสาขาทั่วประเทศทั้งสิ้น 7,765 สาขา ได้แก่ เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ แม็คโคร คาร์ฟูร์ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เซ็นทรัล โรบินสิน เดอะมอลล์ ฟู้ดแลนด์ เซเว่น อีเวฟเว่น แฟมิลี่มาร์ท และ 108 ช็อป ร่วมลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ และสินค้าในกลุ่มอื่นๆ ตั้งแต่ 10-70% มีสินค้าที่ร่วมรายการรวมกว่า 4,000 รายการ ระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-22 สิงหาคม 2553

 นายยรรยงกล่าวว่า ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ยังเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษในเรื่อง พาณิชย์ร่วมภาคธุรกิจ เศรษฐกิจไทยก้าวหน้า และในโอกาสนี้ รมว.พาณิชย์จะมอบรางวัลเพชรพาณิชย์ ซึ่งเริ่มปีนี้เป็นปีแรกมีทั้งที่เป็นผู้ประกอบการดีเด่น ผู้ทรงคุณวุฒิดีเด่น และข้าราชการดีเด่น รวม 13 คน