
ว่าด้วยภาวะการ(/ผู้)นำ
กราบขอโทษผู้อ่านที่ต้องเขียนภาษาแปลกๆ นะครับ แต่จะขอขยายความตามนี้ว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองและความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมานั้น หากจะมีการประเมินสถานการณ์แล้ว ประเด็นหนึ่งที่น่าจะสามารถพูดกันอย่างเปิดเผยได้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ภาษาไทยนั้นเรียกกันว่า "
ซึ่งถ้าจะใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษบางทีอาจจะครอบคลุมกว่า นั่นก็คือการพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า leadership นั่นแหละครับ
นั่นหมายความว่าหนึ่งในประเด็นความขัดแย้ง ที่สำคัญน่าจะเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจกับมิติที่สำคัญสามมิติของภาวะผู้นำ ซึ่งคนต่างกลุ่มกันนั้นอาจจะเข้าใจสามเรื่องนี้ไม่ครบถ้วน หรือบางกลุ่มนั้นอาจจะเข้าใจครบถ้วนแต่ทว่าไม่ได้ให้น้ำหนักอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งลึกๆ แล้วผมว่าน่าจะแปลว่า "การนำ" มากกว่า
ในประการที่หนึ่ง เมื่อพูดถึงภาวะผู้นำ เราก็จะวนเวียนในการพูดของเราอยู่ในเรื่องของตัว "ผู้นำ" เอง หรือที่เรียกว่า leader นั่นแหละครับ ในความหมายที่ว่า การต่อสู้ทางการเมืองเป็นเรื่องว่า "ใคร" สู้กับ "ใคร"
เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ว่ากันง่าย เดากันง่าย แต่เป็นเพียงส่วนเดียวของเรื่องประเด็นการนำทั้งหมด
ในประการที่สอง เมื่อพูดถึงเรื่องการนำ คนจำนวนหนึ่งที่เข้าไปผลักดันการเคลื่อนไหวทางสังคมก็จะคุ้นชินกับเรื่องของการนำในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่าง "แกนนำ" กับ "มวลชน" โดยมีฐานคิดสำคัญก็คือเรื่องของการพยายามประเมินการชุมนุม และการเคลื่อนไหวทางการเมืองในรูปแบบของ "ขบวนการ" ทางการเมืองที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
ในที่นี้ก็คือการประเมินที่เกี่ยวข้องกับการตั้งคำถามว่าในการเคลื่อนไหวที่ผ่านมานั้น มีรูปแบบการเคลื่อนไหวอย่างไร ความสัมพันธ์กับมวลชนเป็นอย่างไร
โดยส่วนใหญ่แล้วฐานคิดเหล่านี้หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะเกี่ยวพันกับการเคลื่อนไหวในยุคหลายสิบปีก่อน ทั้งในแง่ของการเคลื่อนไหว และการต่อต้านการเคลื่อนไหวนั่นแหละครับ ยืมกันไปยืมกันมา อ่านตำราเล่มเดียวกัน รู้จักกันทั้งนั้น
เรื่องสำคัญที่จะต้องพิจารณาในเรื่องการนำนั้นมีสองเรื่อง เรื่องแรก หากเราก้าวพ้นไปจากเรื่องของความคุ้นชินกับทฤษฎีการปฏิวัติแบบ "พรรคนำ" ปะทะ "มันจะเกิดขึ้นเอง" เราอาจจะเรียนรู้จากเรื่องของพัฒนาการของทฤษฎีองค์กรจำนวนมหาศาลที่ว่าด้วยเรื่องของการตัดสินใจที่มีหลายวิธีในการออกแบบองค์กร
และเรื่องที่สอง การเคลื่อนไหวนั้นเรื่องสำคัญอยู่ที่งานทางความคิด ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าองค์กรที่เคร่งครัดตายตัว (หรือวิธีการบังคับว่าในขบวนการเคลื่อนไหวหนึ่งนั้นจะต้องคิดให้ตรงกันเสียให้หมด) อาจไม่ส่งผลสะเทือนอย่างเพียงพอ
ในประการที่สาม เมื่อพูดถึงการนำ เรากำลังพูดถึงแนวคิดที่สำคัญที่ว่าการนำนั้นไม่ใช่เรื่องของการจัดตั้งองค์กรเป็นหลัก แต่หมายถึงการจัดตั้ง "ประเด็น" และการต่อสู้ในเชิงความคิด และการครองใจคน ทั้งในแง่ของการกระทำในระดับของการซุบซิบนินทา ในแง่ของการกระทำในระดับของการสร้างชุดความคิดใหม่ หรือการท้าทายชุดความคิดเดิม หรือกระทั่งการพยายามให้ความหมายกับชุดความคิดเดิม
การต่อสู้ในเรื่องประเด็นนี้เป็นเรื่องของสงครามทางความคิดที่อาจจะมีการพัฒนาขึ้นมาจากส่วนหนึ่งของงานจากองค์กรเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ หรืออาจจะมาจากการทำงานที่กระจัดกระจายก็ได้ และในหลายกรณีเราเรียกว่าเป็นการเมืองหรืองานทางวัฒนธรรมที่กินเวลายาวนาน มีลักษณะที่คาดเดาไม่ได้ และขนาดและความพร้อมขององค์กรเองก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป
เป็นบทเรียนของทุกฝ่ายครับ ก็อ่านเล่มเดียวกันมาทั้งนั้นแหละครับ ...



