
ถี่ลอดตาช้างห่างลอดตาเล็น
ข่าวคนเก็บขยะ กทม.ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานเป็นผู้ประกอบกิจการจำหน่ายวีซีดี สะท้อนถึงความบิดเบี้ยวของสังคมขณะนี้ได้ไม่น้อย
ผมไม่ได้กล่าวล่วงอำนาจศาล เพราะศาลท่านก็พิจารณาจากสำนวนที่ตำรวจกับอัยการส่งขึ้นไป
แต่สิ่งที่อยากจะพูดถึงคือต้นธารกระบวนการยุติธรรมอย่างตำรวจ
ตำรวจมีหน้าที่ควบคุมดูแลให้ประชาชนอยู่ภายใต้กฎหมาย ขณะเดียวกันก็มีอำนาจให้คุณให้โทษได้ด้วยเช่นกัน
กรณีคนเก็บขยะนี้เห็นได้ชัดที่สุดระหว่างการบังคับให้ผู้คนเคารพกฎหมายกับการให้โทษ
เขาเป็นคนเก็บขยะสำนักงานเขตสะพานสูง ได้ขยะมาก็คัดแยก อะไรขายได้ก็นำมาขาย มีหม้อ ไห จาน ชาม รวมถึงซีดี
เอามากองรวมๆ กันขายแบกะดินที่ตลาดนัดหมู่บ้านนักกีฬา ซีดีขายแผ่นละ 20 บาท ตำรวจมาเห็นก็จับเพราะไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ
คนเก็บขยะอาจจะผิดที่ไม่รู้กฎหมาย แต่จะผิดมากไหมถ้าใครคนหนึ่งจะดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงตัวเองกับลูกตัวเล็กๆ ด้วยการแยกขยะเอามาขาย โดยไม่ได้ไปขออนุญาตจากกระทรวงวัฒนธรรม
ขอย้ำนะครับว่าเขาผิดที่ไม่มีใบอนุญาต ไม่ได้ผิดเพราะขายเทปผีซีดีเถื่อน !?!
แต่ดูเหมือนตำรวจไม่สนใจ เหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนที่ตำรวจ สน.โคกคราม ดำเนินคดีกับเด็ก 9 ขวบ ขี่จักรยานตัดหน้ารถแท็กซี่
ตอนนั้นคนด่ากันทั้งเมือง ?!!
ไม่มีใครว่าถ้าตำรวจจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่การยึดติดหลักนิติศาสตร์อย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงหลักรัฐศาสตร์เลยบ้านเมืองมันก็แย่
ลองคิดดูกันเล่นๆ กรุงเทพฯ มีร้านขายซีดีที่ไม่ได้ขออนุญาตกี่แห่ง ตำรวจเคยลองไปตรวจสอบและเอาจริงเอาจังบ้างไหม ?
กรุงเทพฯ มีร้านขายซีดีเถื่อนกี่แห่ง ร้านขายซีดีลามกอนาจารกี่ร้าน ตำรวจเคยสนใจกันบ้างไหม ?
ไม่ต้องให้บอกนะครับว่ามันมีอยู่ที่ไหนบ้าง ทว่าสิ่งเหล่านี้ตำรวจกลับมองไม่เห็น ตรงกันข้ามกลับเห็นคนเก็บขยะเอาซีดีเก่าๆ มาวางขาย
ในวันที่ประเทศชาติกำลังฟื้นฟู เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า ตำรวจบางคนกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม ไม่ใช่แค่ย่ำอยู่กับที่ แต่เป็นการเดินถอยหลังด้วยซ้ำ
น่าละอายนะครับ ?!!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



