ข่าว

ไทยเตรียมแจงปัญหาพระวิหารกับ"ปธ.อาเซียน"

ไทยเตรียมแจงปัญหาพระวิหารกับ"ปธ.อาเซียน"

18 ส.ค. 2553

"ไทย"เตรียมแจงปัญหาเขาพระวิหารกับ"ปธ.อาเซียน" ตามที่มีหนังสือเวียนประเทศสมาชิกเพื่อขอความเห็น ยันท่าทีไทยจะระงับข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ต้องเป็นไปตามภายใต้กลไก 2 ประเทศ บิ๊กเขมรโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงหลังรัฐสภาไทยเลื่อนถกเจบีซี

(18ส.ค.) นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า ตามที่มีรายงานข่าวว่าเวียดนามในฐานะประธานอาเซียนกำลังสอบถาม และปรึกษาหารือกับประเทศสมาชิกอาเซียนเกี่ยวกับกรณีที่นายซก อัน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ได้มีหนังสือไปถึงประธานอาเซียนนั้นขอเรียนว่า ทางเวียดนามกำลังสอบถามความเห็นของประเทศสมาชิกอาเซียนต่างๆตามรายงานข่าว

 แต่การหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของกัมพูชาถือเป็นขั้นตอนปกติเมื่อได้รับคำร้องขอโดยประเทศสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่อย่างที่เห็นในเบื้องต้นทางเวียดนามเองก็แสดงความหวังว่าสองประเทศจะสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยสันติวิธีภายใต้กรอบความตกลงที่มีระหว่างสองประเทศต่อไป ส่วนประเทศไทยกำลังมีหนังสือตอบกลับไปยังเวียดนาม ยืนยันในท่าทีตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งไปยังประธานสมัชชาสหประชาชาติ และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ว่าการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ภายใต้กรอบทวิภาคีที่มีอยู่

  "คงจะจำกันได้ว่าฝ่ายกัมพูชาเคยพยายามที่จะหยิบยกปัญหาเขตแดนขึ้นมาหารือในกรอบอาเซียนเมื่อ 2 ปีที่แล้วระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่สิงคโปร์ในเดือนกรกฎาคม 2551 ซึ่งอาเซียนก็ได้แสดงความเห็นว่าทั้งสองประเทศควรใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ไขปัญหา ส่วนท่าทีของประเทศอาเซียนอื่นๆนั้นเท่าที่ทราบสิงคโปร์ก็ออกมาแสดงความเห็นแล้วว่าเรื่องนี้ควรแก้ไขในกรอบทวิภาคีต่อไป" นายธานีกล่าว

 นายธานี ยังกล่าวถึงกรณีที่สื่อกัมพูชารายงานว่าเลขาธิการสหประชาชาติแสดงความพร้อมที่จะเข้ามาเป็นคนกลางในการแก้ไขปัญหา ว่า จากรายงานที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคำกล่าวของโฆษกประจำตัวเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งได้พูดชัดเจนว่าการดำเนินการใดๆในลักษณะนี้จะต้องได้รับคำร้องขอจากทั้งสองฝ่ายก่อน และไทยยังคงเห็นว่าควรต้องยึดแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยกลไกทวิภาคีที่มีอยู่

บัน คี มูนพร้อมเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยพระวิหาร

 ทั้งนี้สำนักข่าวดีเอพี นิวส์ ของกัมพูชา รายงานวันนี้  (18 ส.ค.) อ้างอีเมลนายฟาร์ฮาน ฮาก รองโฆษกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่า นายบัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็น เต็มใจที่จะเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทพรมแดนระหว่างไทยและกัมพูชา หากได้รับการร้องขอจากทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำร้องขออย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย

 สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เรียกร้องด้วยวาจาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้มีการจัดประชุมนานาชาติเพื่อหาทางออกอย่างสันติ สำหรับข้อพิพาทพรมแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ที่ดำเนินมานาน 2 ปีแล้ว หลังจากไทยส่งกำลังทหารเข้าไปยังบริเวณปราสาทพระวิหาร พร้อมกับกล่าวด้วยว่า การเจรจาทวิภาคีต้องหยุดชะงัก เนื่องจากไทยไม่เห็นชอบกับข้อตกลงของคณะกรรมาธิการสองประเทศ ที่ประชุมร่วมกันมา 3 ครั้งแล้ว และเขาจะแจ้งเรื่องต่อนายบัน คี มูน ซึ่งมีกำหนดเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในวันที่ 27-28 ต.ค.นี้

 ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชายืนยันว่าพร้อมที่จะนำประเด็นพรมแดนเสนอต่อสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) หรือยูเอ็น ขณะที่ไทยต้องการหาทางออกผ่านการเจรจาทวิภาคี

 นายกอย เกือง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา แสดงความยินดีกับท่าทีของนายบัน คี มูน โดยกล่าวว่า ถือเป็นสัญญาณบวกที่เลขาธิการยูเอ็นแสดงความยินดีที่จะร่วมหาทางออกข้อขัดแย้งเรื่องพรมแดนของไทยและกัมพูชา

  บิ๊กเขมรโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงหลังรัฐสภาเลื่อนถกเจบีซี

 ขณะเดียวกันเว็บไซต์นสพ.พนมเปญโพสต์รายงานเมื่อวันพุธ (18 ส.ค.) ถึงปฏิกิริยาจากกัมพูชา หลังจากรัฐสภาไทยเลื่อนการลงมติรับรองผลการประชุมคณะกรรมการร่วมชายแดนไทย-กัมพูชา (เจบีซี) 3 ครั้งล่าสุด เนื่องจากไม่สามารถบรรจุในวาระการประชุมของสภา โดยอ้างนายวา เคียมฮง หัวหน้าคณะเจรจาด้านชายแดนของกัมพูชากล่าวว่า ตนเองไม่แปลกใจและ ไม่สนใจเรื่องดังกล่าวอีกต่อไป เพราะฝ่ายไทยได้ทำเช่นนี้มาโดยตลอด

 ขณะที่นายกอย เกือง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชากล่าวเมื่อวันอังคาร (17 ส.ค.) ว่า หากรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการเจรจาระดับทวิภาคีจริง ก็ต้องผลักดันให้รัฐสภามีมติรับรองผลการประชุมเจบีซีให้ได้โดยเร็ว

 "กัมพูชาไม่สามารถอดทนในการเจรจาระดับทวิภาคีได้อีกแล้ว ดังนั้นการดำเนินการต่อไปจะอยู่ในระดับพหุภาคี" และ "ฝ่ายไทยยืนยันว่าต้องการเจรจาระดับทวิภาคี แต่เอกสารผลการประชุมยังไม่ได้ผ่านกระบวนการทางรัฐสภาแต่อย่างใด ดังนั้นไทยจึงไม่สามารถใช้แนวทางการประชุมเจบีซีเจรจากับกัมพูชาได้อีกต่อไป

 สำหรับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 สมัยสามัญนิติบัญญัติ เมื่อวันอังคารที่17สิงหาคม ปรากฏว่าไม่ได้มีการบรรจุวาระร้อนเจบีซี 3 ครั้งล่าสุดเข้าสู่ที่ประชุม หลังจากที่รัฐบาลพยายามแทรกเข้ามาเป็นวาระจร ท่ามกลางความขัดแย้งทั้งในและนอกสภาที่เครือข่ายภาคประชาชนมาชุมนุมกดดันรัฐบาลจนต้องเลื่อนวาระไป

 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีการลงมติห้ามเปิดเผยกรอบการเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ด้วยเสียง 348 ต่อ 25 ตามมติที่ประชุมลับปี 51 ด้วยเหตุผลที่ว่าเกรงจะกระทบประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีการพาดพิงผู้นำประเทศเพื่อนบ้านเต็มๆ
เวียดนามรับเรื่องเขมรร้องไกล่เกลี่ย     

     ด้านนายเหงียน เฟือง หงา โฆษกกระทรวงต่างประเทศเวียดนาม ออกแถลงการณ์เมื่อคืนวันอังคาร (17 ส.ค.) ว่า ในฐานะประธานสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เวียดนามกำลังหารือกับเพื่อนสมาชิกอาเซียน เกี่ยวกับข้อเสนอของกัมพูชาที่ต้องการให้อาเซียนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทดินแดนรอบปราสาทเขาพระวิหาร นายหงายังเรียกร้องให้กัมพูชาและไทย ระงับการกระทำใดๆ ก็ตามที่อาจส่งผลต่อความเป็นเอกภาพของอาเซียน

     ส่วนนายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ส่งจดหมายถึงเวียดนามและอาเซียนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วิงวอนชาติอาเซียนยื่นมือไกล่เกลี่ยเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันในวงกว้างที่อาจจะเกิดขึ้น ขณะที่นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวที่กรุงพนมเปญเมื่อวันจันทร์ว่าจะรอฟังการตัดสินใจของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ก่อนมีมติว่าจะตอบการร้องขอของฝ่ายกัมพูชาอย่างไร 

     อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีลี เซียน หลงของสิงคโปร์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอาเซียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่า ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลเสียหายต่อสองประเทศคู่กรณี และต่ออาเซียนด้วย แต่อาเซียนไม่ใช่มหาอำนาจ และไม่ได้มีอิทธิพลขนาดจะเข้าไปไกล่เกลี่ยความขัดแย้งโดยปราศจากการยินยอมพร้อมใจจากทั้งสองฝ่ายได้

อภิสิทธิ์ยันแก้ปัญหาไทย-กัมพูชาแบบทวิภาคี

 ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ไทยยังยืนยันว่าสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ในระดับทวิภาคี ซึ่งตนยังไม่ทราบว่าท่าทีของอาเซียนเป็นอย่างไร แต่ถ้าอาเซียนมีการสอบถามเข้ามา เราก็พร้อมที่จะยืนยันท่าทีของเรา

 เมื่อถามถึงข่าวที่ว่าประเทศเวียดนามในฐานะประธานอาเซียนต้องการให้ทั้ง 2 ประเทศไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกันให้ได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาเซียนถือหลักอยู่แล้วว่าอยากให้ประเทศสมาชิกด้วยกันแก้ปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆได้โดยสันติวิธี ซึ่งเราก็เข้าใจดี ต่อข้อถามว่าไทยและกัมพูชาจะมีการนัดหารือแบบทวิภาคีอย่างไม่เป็นทางการหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงจะรอดูสถานการณ์ก่อน

 เมื่อถามว่าจะมีการนัดหารือกับฝ่ายกัมพูชาในระหว่างการไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ประเทศสหรัฐฯ ในเดือนก.ย.นี้ หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในขณะนี้โดยในข้อเท็จจริงของสภาพพื้นที่ก็ไม่ได้มีปัญหาเพิ่มเติมขึ้นมา แต่เป็นปัญหาความตึงเครียดภายในของ 2 ประเทศมากกว่า และแนวทางการแก้ปัญหาต่างๆก็เป็นไปตามหลักการเดิมที่ทำกันอยู่ คือกรอบของการเจรจาและขั้นตอนการเจรจา

หอการค้าชี้เหตุพิพาททำศก.ชายแดนลดวูบ

           นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ยอมรับว่า ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชาทำให้เศรษฐกิจทั้งการค้า การท่องเที่ยว โรงแรม และการส่งออกสินค้าลดต่ำลงเป็นอันมาก จากเดิมในทุกปีของช่วงเดือนนี้จะมียอดจำหน่ายสินค้าอยู่ที่ 65 ล้านบาทต่อเดือน แต่ปัจจุบัน มีไม่ถึง 20 ล้านบาท จึงได้มีการประชุมร่วมกับทางพาณิชย์จังหวัดและผู้ว่าฯ เพื่อหาทางออก ซึ่งเบื้องต้นโครงการหลายๆ โครงการที่มีกำหนดจะเปิดดำเนินการก็ต้องชะลอไปก่อน

 "ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำให้เป็นตลาดการค้าร่วมสองประเทศขนาดใหญ่  โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผามออีแดงพร้อมตลาดจำหน่ายของที่ระลึกก็ต้องเลื่อนออกไป เพราะทหารยังไม่รับรองเรื่องความปลอดภัย และยังคงตรึงกำลังตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะที่ผามออีแดงและที่ทางขึ้นเขาพระวิหาร ยังมีทหารตั้งด่านร่วมทั้งหมด 4 ด่านเช่นเดิม เพื่อความปลอดภัยของราษฎรที่อาศัยอยู่ตามชายแดน" นายสิริพงศ์ กล่าว