
ทักษิณเลื่อนพูดผ่านวิดีโอลิ้งค์เป็นพรุ่งนี้
"เสื้อแดง" ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ดัดแปลงเป็นเวทีย่อย และปิดถนนราชดำเนินจ่อประชิดงานกาชาด ""อภิสิทธิ์"ไม่หวั่นเสื้อแดงล้อมลั่นพร้อมเข้าทำงานทำเนียบฯปกติ "พัลลภ"ลั่นไม่ขอขึ้นเวทีคนเสื้อแดงชี้แจงเรื่อง"ทักษิณ"
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 26 มี.ค.กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้ใช้รถเครนยกตู้คอนเทนเนอร์ที่เจ้าหน้าที่นำมาปิดบริเวณสะพานมัฆวานฯ มาตั้งที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อดัดแปลงมาเป็นเวทีปราศรัย โดยได้นำเครื่องเสียงหลายชุดมาติดตั้งพร้อมกันเพื่อใช้เป็นเวทีปราศรัยด้วย แต่เป็นเพียงเวทีย่อยซึ่งเป็นแนวร่วมเท่านั้น โดยในส่วนเวทีหลักยังอยู่ที่สะพานชมัยมยุรเชษฐ เหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผู้ชุมนุมได้ปิดถนนราชดำเนินตั้งแต่สะพานมัฆวานฯถึงสี่แยกมิสกวันซึ่งเป็นที่จัดงานกาชาด โดยผู้ชุมนุมได้จ่อประชิดบริเวณจัดงานกาชาดพอดี ดังนั้นหากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้อยู่จนถึงวันเริ่มแรกของงานกาชาดในวันที่ 30 มีนาคมนี้ คนที่จะเดินทางจากสนามหลวงไปยังงานกาชาดจะไปไม่ได้
"จตุพร"ยันปักชุมนุมปิดทำเนียบฯจนกว่ารัฐบาลลาออก
เมื่อเวลา 17.00 น. นายจตุพร พรหมพันธ์ หนึ่งในแกนนำ นปช. กล่าวว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงจะชุมนุมกันจนกว่ารัฐบาลจะไป ส่วนการวิดีโอลิ้งค์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขอยืนยันว่าจะมีทุกวัน แต่สำหรับในวันนี้ไม่แน่อาจจะมีหรือไม่ เนื่องจากเราต้องมีการจัดระบบต่างๆ ให้เสร็จสิ้นก่อน การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้มีการยั่วยุให้ทหารมาใช้กำลัง แต่หากทหารใช้กำลังในการปราบปราบกลุ่มผู้ชุมนุมก็จะได้เห็นสงครามประชาชนแน่ ซึ่งคนที่จะแพ้ก็คือทหาร
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 ยืนยันว่า ขณะนี้กลุ่มเสื้อแดงสามารถโอบล้อมทำเนียบรัฐบาลทุกด้านได้ 100%แล้ว คาดว่าจนถึงขณะนี้มีผู้ชุมนุมเกือบแสนคน เพราะทุกพื้นที่รอบทำเนียบ เนืองแน่นไปด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาขวางคนเสื้อแดงนั้น เป็นการสั่งการจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มีการนำทรายมาใส่ไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ด้วย แต่มีตำรวจที่มีใจสีแดงมากระซิบบอกตน ทำให้สามารถเตรียมรถเครนมายกออกไปได้ ซึ่งการชุมนุมของเสื้อแดงครั้งนี้ ประกาศชัดว่ามาขับไล่รัฐบาล และถ้านายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีต้องการเดินทางเข้าทำเนียบ ก็จะเจอกับการขับไล่อย่างแน่นอน
ส่วนที่มีการประเมินว่ากลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมไม่เกิน 4 วันนั้น แกนนำนปช.กล่าวว่า ใครจะประเมินอย่างไรก็ได้ แต่เราตั้งใจจะชุมนุมยืดเยื้อ ซึ่งยาวนานกว่า 3-4 วันแน่นอน อย่างไรก็ตาม ต้องมีการประเมินสถานการณ์กันแบบวันต่อวัน
สำหรับการโฟนอินผ่านระบบวิดีโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จะมีการโฟนอินเข้ามาในวันที่ 27 มีนาคม และจะพูดความจริงยิ่งกว่าที่เคยพูดไว้ แต่ในวันนี้ (26 มี.ค.) ตนจะขึ้นเวทีแฉข้อมูลหลักฐานเพื่อยืนยันคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่โฟนอินมายัง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา และอยากฝากรัฐบาลให้อธิบายปรากฏการณ์ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ระบุว่าพันธมิตรมีบุญคุณกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ถ้าไม่มีพันธมิตรก็ไม่มีรัฐบาลนี้ ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้มาตามระบอบประชาธิปไตย
"เรื่องราวทั้งหมดมีสาเหตุ ถ้าไม่มีพฤติกรรมของเหลือง ก็ไม่มีแดง เมื่อมีพฤติกรรมเหลืองเช่นนี้ แดงจึงเต็มทั้งแผ่นดิน" นายณัฐวุฒิกล่าวทิ้งท้าย
สองทุ่มทักษิณโฟนอินกับ"เสื้อแดง"
อย่างไรก็ตามเวลา 20.05 น.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้าสายมาที่นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. ที่ปราศรัยกับผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ทำเนียบรัฐบาล ประมาณ 10 นาที โดยระบุว่า พรุ่งนี้จะพูดให้ชัดถึงบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามเมื่อเข้ามาเล่นการเมืองแล้วก็ต้องให้การเมืองเล่นด้วย และจะพูดให้ชัดว่าคนนอกรัฐธรรนูญเป็นใครและจะหาทางออกให้กับประเทศด้วยไม่ใช่เฉพาะทางออกทางการเมืองเท่านั้น และวันเสาร์จะพูดเรื่องเศรษฐกิจ
"อภิสิทธิ์"ไม่หวั่นเสื้อแดงล้อมลั่นพร้อมเข้าทำงานทำเนียบฯปกติ
เมื่อเวลา 16.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดตัวโครงการ "ได้เวลาเลิกจน ชุมชนพอเพียง ตามโครงการชุมชนพอเพียง" โดยในล๊อตแรกรัฐบาลจะปล่อยเงินลงชุมชนจำนวน 6 พันล้านบาท จำนวน 8 พันชุมชน โดยจะกระจายเงินผ่านธนาคารออมสิน และ ธกส. ทั้งนี้เงินทั้งหมดจากโครงการนี้ที่จะใช้เงินทั้งสิ้น 21,200 ล้านบาท รวม 88,800 ชุมชน
นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการชุมชนพอเพียงเป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะได้เร่งโอนเงินลงไปชุมชน เพื่อที่จะเร่งสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนต่อไป
ภายหลังเปิดโครงการ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงขณะนี้ว่า ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ถามว่า หลังจากนี้จะไปทำงานที่ทำเนียบฯหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ปกติ
"เทพไท”เย้ยปชช.ส่วนใหญ่เมินเข้าร่วม
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื่อแดงนัดชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล ว่า ดูกระแสและจำนวนคนที่เข้าร่วมที่สนามหลวงตั้งแต่เช้าแล้ว ปรากฏว่าไม่คึกคักและมีจำนวนน้อยกว่าที่คาดคิดไว้ ต้องขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคนที่มีความรักชาติ รักแผ่นดิน ไม่ซ้ำเติมสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังประสบผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในขณะนี้ และเชื่อวันคนไทยทุกคนมีสติพอที่จะแยกแยะเรื่องการเมืองส่วนบุคคลออกจากประโยชน์โดยรวมของชาติได้
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเชื่อว่าเหตุผลที่มีคนเข้าร่วมการชุมนุมน้อยกว่าที่คาดเพราะ 1. เงื่อนไขข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านมา ไม่สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน และคนส่วนหนึ่งก็หวาดกลัวกับความรุนแรงที่กลุ่มแกนนำวางแผนจะก่อให้เกิดความรุนแรง เห็นจากการที่แกนนำได้จัดเตรียมเครื่องจักกลหนัก อุปกรณ์ต่างๆ อาทิ รถเครนเพื่อทำลายอุปกรณ์กีดขวางที่ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้ขวางกั้นไว้ รวมถึงการใช้ถ้อยคำยั่วยุ หยาบคายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดบันดาลโทสะ 2. ในช่วงนี้นายกรัฐมนตรีมีภารกิจต้องเดินทางไปร่วมประชุม จี 20 ที่ประเทศอังกฤษในฐานะตัวแทนประเทศไทยและประธานอาเซียน การชุมนุมครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการทำลายภาพพจน์และความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศในระดับนานาชาติ จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงในขณะนี้
“ขอเรียกร้องสื่อมวลชนว่า ไม่ควรเสนอข่าวในลักษณะยั่วยุ และทำให้คนเสื้อแดงเหิมเกริมและกระทำผิดกฎหมาย สร้างภาพให้เป็นวีรบุรุษและขอเรียกร้องให้ประชาชนคนไทยทุกคน ที่เป็นพลังเงียบแสดงออกทางการเมืองโดยการปฏิเสธและคัดค้านพฤติกรรมที่ผิดกฏหมายของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยการไม่เข้าร่วมปฏิสัมพันธ์ พูดคุยติดต่อสื่อสารกับคนเสื้อแดง ” นายเทพไท กล่าว
แฉ“ทักษิณ”ดิ้นแรงช่วงนี้เพราะหลายคดีใกล้ตัดสิน
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนาบยกรัฐมนตรี เปิดตัวเคลื่อนไหวรุนแรงในช่วงหลังนี้ว่า เป็นเพราะคดีความต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ กำลังเข้าสู่การพิจารณาของกระบวนการยุติธรรมหลายคดี จึงจำเป็นที่ต้องดิ้นสุดชีวิตเพื่อกดดันศาล และหวังผลทางคดีความโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ถูกตั้งข้อหาว่า ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง จนสร้างฐานะภายในไม่กี่ปีให้เกิดความร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งศาลกำลังพิจารณาให้ทรัพย์สินจำนวน 7.6 หมื่นล้านบาทที่มีการอายัดไว้ก่อนหน้านี้ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณจำเป็นต้องปรากฏตัวต่อศาลในฐานะผู้ถูกกล่าวหา
"พัลลภ"ลั่นไม่ขอขึ้นเวทีคนเสื้อแดงชี้แจงเรื่อง"ทักษิณ"
พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.รมน. กล่าวยืนยันว่าจะไม่ขึ้นเวทีกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินที่ระบุว่ามีองคมนตรีอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยหรือติดต่อกับพ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนแนวทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้น ตนมองว่าตอนนี้ฝุ่นยังตลบอยู่ มองไม่ออกว่าบ้านเมืองจะเดินไปในทิศทางไหน
เมื่อถามว่า หากมีโอกาสเจอพ.ต.ท.ทักษิณ จะบอกให้หยุดเคลื่อนไหวเพื่อเห็นแก่ชาติบ้านเมืองบ้าง พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตอนนี้พูดอะไรไม่ได้ ส่วนการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นขอพักไปก่อน ตอนนี้มีคนโทรศัพท์มาหาเยอะไม่อยากพูดในรายละเอียด และการที่ตนต้องเลื่อนการประชุมไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ตนก็ไม่ทราบล่วงหน้า แต่มีคนแจ้งว่าให้เลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด แต่การเลื่อนครั้งนี้ คิดว่าข่าวออกมาว่าตนจะแถลงข้อเท็จจริงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินเข้ามาเรื่ององคมนตรีทำให้เลื่อนออกไป
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่การประชุมทสปช. เลื่อนไปไม่มีกำหนดมีเจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน. มารออยู่ที่หอประชุมกองทัพบก สโมสรทหารบกเทเวศร์ เพราะเกรงว่า พล.อ.พัลลภ จะเดินทางมาเพื่อให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทั้งที่มีการสั่งเลื่อนการประชุมไปแล้ว โดยการเลื่อนครั้งนี้มีผู้ใหญ่ในกอ.รมน. สั่งยกเลิก เพราะเกรงว่า พล.อ.พัลลภ จะออกมาเปิดเผยข้อมูลเบื้องหลังการรัฐประหาร ที่มีการพาดพิงกับองคมนตรีตามข้อมูลที่พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินก่อนหน้านี้
พล.ท.พิรัช สวามิวัศดิ์ หรือ เสธ. หมึก เพื่อนร่วมรุ่น จปร. 7 ของ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนโทรศัพท์แสดงความเห็นใจพล.อ.พัลลภ ในฐานะของเพื่อนไปแล้ว เพราะทราบดีว่าเรื่องที่เปิดเผยออกมากระทบกับหลายส่วน ซึ่งพล.อ.พัลลภ ได้เล่าสิ่งที่เป็นความจริงออกไปว่าในช่วงก่อนการปฏิวัติมีอะไรเกิดขึ้น และยืนยันว่าการนำเรื่องเหล่านี้ออกมาเปิดเผย ไม่ได้ต่อสู่เพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือเป็นเครื่องมือทางการเมืองของใคร และพร้อมยืนยันสิ่งที่พูดไป ตนแนะนำไปว่าการจะพูดอะไร ก็อย่าให้กระทบทั่งข้างบน ข้างล่าง แต่อยากให้สังคมรู้ว่าใครเป็นอย่างไร ตอนนั้นพูดอย่าง ตอนนี้พูดอย่าง เมื่อจะทำบอกว่าเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แต่ปรากฏว่าคนที่ได้เป็นใหญ่คือตัวเอง คนแก่ของบ้านเมืองในขณะนี้โกหกกันทั้งนั้น



