
เจรจาแค่ครึ่งชม. "วิชัย"ฮุบเลสเตอร์ เล็งตั้งศูนย์ฝึก ปั้นเยาวชนไทย
วิชัย รักศรีอักษร เปิดใจใช้เวลาคุยแค่ครึ่งชั่วโมง ก่อนตัดสินใจซื้อ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ หวังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาวงการลูกหนังไทย โดยเตรียมเปิดศูนย์เยาวชน หวังปั้นเด็กออกไปค้าแข้งระดับนานาชาติ พร้อมอัดเงินหวังนำทีมเลื่อนชั้นกลับไปเตะพรีเมียร์ลี
หลังจากที่มีข่าวว่ากลุ่มทุนคิงเพาเวอร์ของไทย เข้าไปซื้อกิจการของ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมระดับลีกแชมเปี้ยนชิพ ของอังกฤษ ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกรรมการบริหารคิง เพาเวอร์ เปิดแถลงข่าวเรื่องนี้ โดยกล่าวว่า การเข้าไปซื้อกิจการสโมสรเลสเตอร์ครั้งนี้ มีเหตุผลเรื่องการกีฬาและผลประโยชน์ของวงการฟุตบอลไทยเป็นหลัก โดยก่อนหน้านี้นอกจากขี่ม้าโปโล ที่เป็นกีฬาในดวงใจ ที่ให้การสนับสนุนไปหลายร้อยล้านบาทแล้ว ยังมีความชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นทุนเดิม ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะยอมทุ่มเงินให้ธุรกิจที่เจ้าตัวมองว่าใหม่เป็นอย่างมาก
"เป็นความตั้งใจของผมมานานแล้ว จากการชอบฟุตบอลเป็นทุนเดิม อย่างที่ทราบกันดีว่า 15 ปีที่ผ่านมาผมสนับสนุนขี่ม้าโปโลมาตลอด แต่ต้องยอมรับว่าไม่ได้มีผลกำไรอะไรเลย ที่ทำเพราะใจรัก มาครั้งนี้ผมศึกษาเรื่องฟุตบอลอยู่นานพอสมควร จนมาลงตัวกับเลสเตอร์ในที่สุด" นายวิชัย กล่าว
ในส่วนของการเจรจาซื้อหุ้นจาก มิลาน มานดาริช เจ้าของทีมคนเดิมนั้น นายวิชัย เผยว่า เป็นการเจรจากันสั้นๆ เท่านั้น โดยทั้งสองฝ่ายต่างเผยถึงความต้องการของตัวเอง เลสเตอร์อยากได้ทุนมาซื้อนักเตะ และพัฒนาสโมสรให้เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ชิพ ขณะที่คิง เพาเวอร์เอง หวังจะให้เลสเตอร์มาช่วยยกระดับฟุตบอลไทยลีก ด้วยการมาเปิดศูนย์เยาวชนในไทย เนื่องจากศูนย์เยาวชนของเลสเตอร์ในอังกฤษนั้น เป็นที่ขึ้นชื่ออย่างมาก จึงใช้เวลาเจรจาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็บรรลุข้อตกลงได้
สัดส่วนการถือหุ้นในปัจจุบันนั้น มานดาริช ได้โอนหุ้นทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ให้ คิง เพาเวอร์ เรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงนั่งเป็นประธานสโมสรคอยบริหารงานเหมือนเดิม แต่นายวิชัยยืนยันว่าในจำนวน 100 เปอร์เซ็นต์ที่ถืออยู่นั้นจะเก็บไว้เพียงแค่ 51 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 49 เปอร์เซ็นต์ จะปล่อยขายให้ผู้สนใจชาวไทยและชาวเอเชีย เพื่อให้เลสเตอร์เป็นสโมสรของชาวไทยและชาวเอเชียอย่างแท้จริง
ส่วนหลักของคนที่จะเข้ามาร่วมทุนกับเลสเตอร์ จะต้องเป็นคนที่ชื่นชอบฟุตบอลจริงๆ ไม่ใช่เข้ามาลงทุนและขายเอากำไร เพราะการมาเป็นเจ้าของทีมครั้งนี้จุดประสงค์หลักยืนยันว่าไม่ได้อยู่ที่ผลกำไร ขณะที่จำนวนเงินในการซื้อทีมครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีการเปิดเผยแต่อย่างใด แม้จะเคยมีข่าวออกมาแล้วว่าตกราวๆ 40-50 ล้านปอนด์ แต่บอกได้ว่ามีการจ่ายเงินเบื้องต้นไปแล้ว และยังมีข้อตกลงในการอัดฉีดสภาพคล่องให้สโมสร รวมทั้งเงินทุนในการซื้อนักเตะเพิ่ม
สำหรับเป้าหมายความสำเร็จของสโมสรในฤดูกาลนี้ นายวิชัยมองว่ามีลุ้นถึงการเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีก เนื่องจากในฤดูกาลที่ผ่านมา เลสเตอร์ ก็มีโอกาสได้ลุ้นเพลย์ออฟ แต่พลาดท่าตกรอบด้วยการดวลจุดโทษอย่างน่าเสียดาย
ด้าน มานดาริช มองถึงเจ้าของใหม่ว่า กลุ่มทุนจาก คิง เพาเวอร์ น่าจะช่วยเพิ่มพลังขับดันให้ทีมกลับสู่พรีเมียร์ลีกให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหลังจากที่ได้คุยกับเจ้าของทีมคนใหม่แล้ว มองเห็นถึงความตั้งใจ จึงตัดสินใจโอนหุ้นให้ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม
ขณะที่โครงการสร้างศูนย์ฝึกเยาวชนของเลสเตอร์ในไทย จุดประสงค์หลักอยู่ที่การพัฒนานักเตะเยาวชนไทยสู่ระดับนานาชาติ มีโอกาสได้ไปค้าแข้งในต่างแดนและในยุโรป รวมทั้งยังน่าจะเป็นการยกระดับลีกของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ส่วนสถานที่นั้นนายวิชัยมีที่ดินอยู่บริเวณบางบ่อ และใกล้ๆ กับสนามบินสุวรรณภูมิอยู่กว่า 200 ไร่ จึงไม่ใช่ปัญหาในการหาสถานที่ แต่ก็ต้องให้ทั้ง เปาโล ซูซา ผู้จัดการทีม และผู้อำนวยการศูนย์ฝึกเยาวชนที่เลสเตอร์เดินทางมาดูสถานที่อีกครั้ง โดยทั้งคู่จะเดินทางมาจัดคลินิกฟุตบอลในไทยช่วงเดือนตุลาคมนี้



