
ไฮไฟว์มรณะ..โจ๋ฆ่าโจ๋
ความเลือดร้อนของเด็กวัยรุ่นหลายครั้งได้กลับกลายเป็นเรื่องของความตาย หลายคนถูกดำเนินคดีหมดอนาคต
ยังไม่ทันรุ่งอรุณของวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ก็เกิดเหตุเศร้าสลดกับ "หรั่ง" หรือนายพิสิทธิ์ เขาเขียว อายุ 17 ปี ระหว่างที่เขากำลังเล่นคอมพิวเตอร์อย่างสนุกสนานอยู่ภายในร้านฟิวเจอร์อินเทอร์เน็ต ตั้งอยู่เลขที่ 3761/386 ซอยเจริญราษฎร์ 7 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ จู่ๆ ก็มีวัยรุ่นคนหนึ่งเดินผ่านมาทางข้างหลังพร้อมกับกระชากคอเสื้อให้เขาลุกขึ้นยืน เหมือนจะรู้ถึงภัย "พิสิทธิ์" พยายามจับมือวัยรุ่นคนดังกล่าวพร้อมอ้อนวอนขอชีวิต เป็นจังหวะเดียวกันที่วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งวิ่งกรูเข้ามาในร้านล้อมหน้าล้อมหลังนายหรั่งไว้ หนึ่งในวัยรุ่นได้ใช้อาวุธมีดแทง อีกคนเงื้อมีดดาบยาวฟันตามร่ายกายจนพิสิทธิ์ล้มลงกับพื้น แล้วยังถูกกระหน่ำตีด้วยเก้าอี้นั่งเล่นคอมพิวเตอร์ หมวกกันน็อก จนบอบช้ำ
เพียงเสี้ยววินาทีแห่งความโหดร้ายผ่านพ้นไป "พิสิทธิ์" พยายามประคองร่างที่สะบักสะบอมออกมาจากร้าน เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็ทรุดลงกองกับพื้นแน่นิ่งไป!!
นาทีสุดท้ายของชีวิตที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร, พ.ต.ท.ดิลก รื่นเนตร, พ.ต.ท.บุญญฤทธิ์ ไทมโนธรรม สว.สส.สน.วัดพระยาไกร, ร.ต.อ.ขวัญชัย แป้นมณฑา รอง สว.สส. พร้อมชุดสืบสวน ต่างเฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากกล้องวงจรปิดภายในร้านอินเทอร์เน็ตด้วยความสลดหดหู่
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งออกหาข้อมูลเพื่อคลี่คลายคดีโหดครั้งนี้ จนกระทั่งพบเบาะแสจากกลุ่มเพื่อนพิสิทธิ์ ที่เห็นภาพการเสียชีวิตของหรั่ง ทำให้เกิดความเคียดแค้นถึงกับระบายอารมณ์ออกมาอย่างดุดัน
ขณะที่ชุดสืบสวนพยายามหย่าศึกครั้งนี้มีทั้งปลอบ ทั้งชี้ถึงโทษทางกฎหมาย เมื่อกลุ่มเพื่อนผู้ตายสงบจึงไม่ต้องแปลกใจที่บรรดารายชื่อของวัยรุ่นทั้งหมดที่อยู่ในภาพวิดีโอวงจรปิด ถูกบันทึกโดยตำรวจครบทุกคน หรืออีกฉายา "แก๊งวัดไทร"!!
ร.ต.อ.ขวัญชัยไม่รอช้านำภาพและข้อมูลพร้อมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ มาให้กลุ่มเพื่อน "พิสิทธิ์" ชี้ตัวพร้อมระบุใครชื่ออะไร ตามภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้
เมื่อตัวละครทั้งหมดถูกเปิดเผยพบว่าทั้งหมดเป็นเยาวชน ชุดสืบสวนพยายามประสานไปถึงผู้ปกครองของกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุแต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ
ดังนั้นฝ่ายสืบสวนจึงจัดชุดซุ่มโป่งแล้วคว้าตัว ด.ช.เต้ย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ในภาพวงจรปิดเป็นผู้ใช้เก้าอี้ฟาดเหยื่อและนายกัส (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ที่รุมทำร้ายเหยื่อ มาสอบสวนขยายผล
คำรับสารภาพของเยาวชนทั้งสองคน ให้การซัดทอดถึงแก๊งวัดไทรทั้งหมดได้แก่ "ต้น" หรือเจริญชัย ด้วยเอี่ยม อายุ 18 ปี ผู้ใช้หมวกกันน็อกฟาดผู้ตาย, "แบงค์" หรือพนัส จินดาสุข อายุ 18 ปี, นายปอนด์ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ผู้ใช้มีดดาบยาวฟันเหยื่อ, นายแม็ก (นามสมมติ) อายุ 17 ปี, นายเจ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ส่งนายปอนด์หน้าร้านอินเทอร์เน็ต, นายณัฐ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ถีบประตูร้านแล้วกระชากคอเสื้อก่อนลงมือทำร้ายคนแรก, นายแฮ็ค (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ใช้มีดแทง และนายแสบ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ใช้มีดแทงที่หัวไหล่ซ้ายก่อนที่เหยื่อจะทรุดลง
ส่วนมูลเหตุจูงใจจากคำรับสารภาพของวัยรุ่นทั้งหมดอ้างว่า ผู้ตายเป็นหัวโจกของแก๊งชุมชนวัดไผ่เงิน เคยทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อนหน้านี้ในสถานบันเทิง จึงเกิดความแค้นระหว่างกันอยู่เสมอ
ที่สำคัญการท้าทายโดยใช้คำพูดก้าวร้าวยั่วยุกันผ่านโปรแกรม "ไฮไฟว์" ที่ทั้งสองแก๊งมักมั่วสุมเล่นกันตามร้านเน็ตเป็นประจำ กระทั่งตามล่าตัว "พิสิทธิ์" จนสำเร็จ
ศาลอาญาได้ออกหมายจับเลขที่ 1159/2553 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2553 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันพกพาอาวุธมีด คดีนี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ถูกกล่าวหาได้เกือบครบ และล่าสุดผู้ปกครองพานายแสบเข้ามอบตัวเป็นคนสุดท้าย
"มาตรการป้องกันไม่ให้ทั้งสองกลุ่มก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันอีก ก็มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุมชนสัมพันธ์เข้าไปป้องปราม แล้วเชิญผู้ปกครองทั้งสองกลุ่มมาเจรจาเพื่อให้เกิดความเข้าใจสร้างความสามัคคีกัน ส่วนร้านอินเทอร์เน็ตที่เปิดเกินเวลาก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย" พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 บอกถึงแนวทางปรองดองหย่าศึกยกพวกตะลุมบอน



