
จ่อออกหมายเรียกอีก5รายคดีตึกม.บูรพาถล่ม
ด้านรองอธิการบดียันไม่มีเรื่องทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง ชี้เป็นเรื่องประมาท ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข แฉมหาวิทยาลัยไม่เคยแจ้งเรื่องก่อสร้างอาคารให้ทราบทั้งที่ระเบียบกำหนดไว้ เหน็บมหาวิทยาลัยก่อสร้างอะไรไม่เคยรู้ เผย 4 ปีที่ผ่านมาทำหนังสือสอบถามแต่ถูกเพิก
ความคืบหน้าในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดในเหตุการณ์อาคารคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ถล่มเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (ผบก.ภ.จว.ชลบุรี) กล่าวว่า พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) สั่งการให้สอบสวนเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยหลักฐานสาวถึงใครจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คือ นายกฤษฎา ปฏิญัติโยธิน ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง และนายสำเรียง โพธิ์ศรีทัศ ผู้รับเหมา ถูกดำเนินคดีในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ
พ.ต.อ.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผกก.สภ.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ต้องรอการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างตัวอาคาร และโยธาธิการคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนการทำงานของตำรวจกำลังสอบสวนเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด เพื่อสรุปสำนวนคดี ส่วนบุคคลอีก 5 คนที่ตำรวจกำลังออกหมายเรียกคือ นายทวีชัย สำราญวานิช หัวหน้าควบคุมการก่อสร้าง มหาวิทยาลัยบูรพา นายวัลลภ รุ่งเรือง วิศวกรออกแบบ นายสุรพล งามเลิศ ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง บริษัท บิลเลียน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด นายประทวน ฤทธิ์ดำรงค์ ผู้จัดการ บริษัท บิลเลียน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และนายภูเบศ ทองวิสุทธิ์ วิศวกร
ขณะที่ ดร.บรรพต วิรุณราช รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงการตรวจสอบอาคารคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาว่า ตำรวจ สภ.แสนสุข และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแสนสุข และเจ้าหน้าที่กำลังจะเข้ามาตรวจสอบเพื่อทำสำนวนคดี ก่อนที่จะมีการดำเนินการก่อสร้างใหม่ ส่วนตัวอาคารที่ตรวจในเบื้องต้นพบว่า ชั้นล่างแข็งแรงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด พบว่าเพียงชั้น 2 เท่านั้นที่พังทลายลงมา ส่วนการเกิดเหตุครั้งนี้เชื่อว่าเกิดจากความประมาทมากกว่า เนื่องจากคนงานเทปูนไม่เกลี่ย แต่นำมาเทกองรวมกัน ทำให้พื้นบางส่วนต้องรับน้ำหนักมากจึงทรุดตัวลงมา
"ส่วนกรณีที่มีข่าวออกไปว่า มีการทุจริต จึงทำให้อาคารถล่มลงมาเชื่อว่า ไม่เป็นความจริง เพราะได้ตรวจสอบดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมทั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่เข้ามาควบคุมการก่อสร้าง มั่นใจว่าสาเหตุมาจากความประมาทของผู้รับเหมามากกว่า" ดร.บรรพต กล่าว
ด้าน รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้เร่งให้บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างเร่งก่อสร้างอาคารเพราะกำหนดสัญญาจ้างก่อสร้างอยู่ระหว่างปี 2552-2554 อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างดำเนินการก่อสร้างอาคารล่าช้าไปกว่ากำหนดถึง 10% และเพิ่งส่งงานงวดที่ 2
"การประมูลการก่อสร้างทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้เพราะทำผ่านระบบอี-ออกชั่น หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมี 3 บริษัทที่เข้าร่วมประมูลโดยบริษัท บิลเลียน เอ็นจีเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้ประมูลได้และไม่ได้มีการขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้นระหว่างบริษัทที่เข้าร่วมประมูล ส่วนแบบแปลนก่อสร้างอาคารนั้นก็ผ่านการรับรองจากสถาปนิกและวิศวกรแล้ว หากไม่ผ่านการรับรอง ก็จะไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณจากสำนักงบประมาณ" รศ.ดร.มนตรี กล่าว
นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข กล่าวว่า ปัญหาอาคารคณะศึกษาศาสตร์ถล่มในครั้งนี้ หากกล่าวไปแล้วเทศบาลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เนื่องมาจากอาคารก่อสร้างทั้งหมดในมหาวิทยาลัยบูรพาได้ใช้มติของสภามหาวิทยาลัย ซึ่งหากอนุมัติให้ก่อสร้างก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่จะมีแค่ระเบียบกล่าวไว้ว่า แจ้งให้เทศบาลทราบเท่านั้น แต่วิธีปฏิบัติไม่เคยแจ้งให้ทราบ ทั้งนี้สำหรับอาคารที่กำลังก่อสร้างทั้งหมดในมหาวิทยาลัยนั้น ยอมรับว่า ไม่เคยรู้เลยว่ามีการก่อสร้างมากน้อยเพียงใด เพราะขณะนี้เทศบาลรับผิดชอบเพียงเก็บขยะ และค่าบำบัดน้ำเสียในมหาวิทยาลัยเท่านั้น
"ปัญหาเรื่องนี้ได้คาใจผมมานานแล้วหลายปี และได้ทำหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของเทศบาลกับมหาวิทยาลัยบูรพาประมาณ 4 ปีแล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบ แต่ขณะนี้มหาวิทยาลัยบูรพาได้ออกนอกระบบแล้วถือว่าเป็นเอกชน เทศบาลจะเข้าไปตรวจสอบดูแล เพราะเป็นอำนาจของท้องถิ่น" นายณรงค์ชัย กล่าว
นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดชลบุรีกล่าวว่า อาคารคณะศึกษาศาสตร์พังลงมาในครั้งนี้ หากมองดูทางเทคนิคในการทำงานเชื่อว่า เกิดจากการขาดความเข้าใจในการทำงาน โดยเฉพาะวิศวกรผู้คุมงาน เมื่อมีการปั๊มปูนซีเมนต์ขึ้นไปเทพื้น ควรจะเป็นช่วงกลางวัน แต่ไปทำงานในช่วงกลางคืน คนงานก็น้อย มองนั่งร้านที่รองรับน้ำหนักก็ไม่ชัดเจน เมื่อปูนซีเมนต์อยู่จุดเดียวกันมากๆ แทนที่จะเกลี่ยปูนซีเมนต์ จึงทำให้นั่งร้านที่รองรับพื้นปูนพังลงมา เมื่อประมาทอย่างนี้ ควรจะดำเนินคดีผู้รับเหมา วิศวกรผู้คุมงาน เพื่อให้สนใจในการทำงานเพิ่มมากขึ้น และหามาตรการทางด้านความปลอดภัยมากขึ้น
"อาคารพังในครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นเรื่องความบกพร่องของการทำงานเท่านั้น ไม่อยากให้มีการออกข่าวว่าตึกถล่ม เพราะจะสร้างความหวาดหวั่นต่อนักท่องเที่ยวที่จะต้องไปพักอาคารสูงๆ และอาจมองประเทศไทยว่า ไม่มีมาตรฐานในการก่อสร้าง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว"



