ข่าว

แรงงานไปนอกมีเฮลุ้นรัฐค้ำเงินกู้ปลัดใหม่ชี้ลดพึ่งนอกระบบ-เล็งรื้อประกันสังคม

แรงงานไปนอกมีเฮลุ้นรัฐค้ำเงินกู้ปลัดใหม่ชี้ลดพึ่งนอกระบบ-เล็งรื้อประกันสังคม

18 ส.ค. 2553

ว่าที่ปลัดแรงงานใหม่ฟิต เตรียมเสนอรัฐค้ำเงินกู้แรงงานไปทำงานต่างประเทศ ลดการกู้นอกระบบ เชื่อแบงก์ตอบรับแน่นอน พร้อมปฏิรูประบบประกันสังคมใหม่ เล็งแยกเหมาจ่ายเป็นผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ชี้ระบบเดิมโรงพยาบาลไม่เต็มใจรับผู้ป่วยใน

นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะว่าที่ปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่ เปิดเผยภายหลังเปิดห้องทำงานให้ข้าราชการในกระทรวงร่วมแสดงความยินดีว่า นโยบายเร่งด่วนหลังเข้ารับตำแหน่งมี 2 เรื่อง ซึ่งเป็นนโยบายของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คือการลดค่าใช้จ่ายการจัดส่งแรงงานไปต่างประเทศ และการปฏิรูประบบประกันสังคม ในส่วนของการลดค่าใช้จ่ายการจัดส่งแรงงานในต่างประเทศนั้น ได้เตรียมเสนอให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ให้ธนาคารปล่อยกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

 "การเข้าไปค้ำประกันเงินกู้ก็เพื่อลดปัญหาการเป็นหนี้นอกระบบของแรงงาน ซึ่งเคยหารือกับธนาคารส่วนใหญ่มาบ้างแล้ว ที่เป็นห่วงกันมากคือ เรื่องหนี้สูญ แต่ถ้าให้รัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งอาจจะเป็นการตั้งกองทุนขึ้นมารองรับ เชื่อว่าธนาคารจะมั่นใจในการปล่อยกู้แน่นอน นอกจากนี้จะมีการขอความร่วมมือไปยังนายจ้างที่อยู่ต่างประเทศ ให้จ่ายค่าจ้างผ่านระบบธนาคาร เพื่อให้ธนาคารสามารถหักเงินกู้ได้โดยตรง" นายสมเกียรติกล่าว

 ส่วนปัญหาการจัดเก็บค่าหัวคิวแรงงานนั้น จะมีการแก้ปัญหาควบคู่กันไป โดยเชิญบริษัทจัดหางาน มาหารือร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาการตัดราคากันเอง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทจัดหางานส่วนใหญ่ได้ร่วมลงนามในสัตยาบันที่จะลดการจัดเก็บค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด                     

 นายสมเกียรติกล่าวถึงการปฏิรูประบบประกันสังคม ว่าจะเน้นการทำให้ผู้ประกันตนเกิดความพึงพอใจและมีความรู้สึกมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีที่ได้เป็นผู้ประกันตน โดยเฉพาะด้านการรักษาพยาบาล ที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยมีแนวคิดที่จะปรับระบบการจ่ายเงินให้แก่โรงพยาบาลที่เดิมเป็นการเหมาจ่ายรายหัวต่อปี เป็นการแยกประเภทการเหมาจ่ายเป็น 2 กลุ่มคือ ผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน ในอัตราที่ต่างกันตามกลุ่มโรค เพื่อให้โรงพยาบาลเต็มใจรักษามากขึ้น เพราะปัญหาที่พบมากคือ กรณีผู้ป่วยในที่ต้องรักษาต่อเนื่อง จะถูกเลี่ยงการรักษาจากโรงพยาบาล เนื่องจ่ากค่าใช้จ่ายสูง โดยนโยบายทั้งหมดคาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน

 นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการปฏิรูปประเทศกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมปรับเงินเดือนข้าราชการและปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 250 บาทในเดือนเมษายนว่า ถ้ามองในแง่บวกถือว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้อง เพราะในอนาคตประเทศไทยจำเป็นต้องพึ่งพาตลาดภายในมากขึ้น จึงต้องทำให้กำลังซื้อในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละปีเป็นการนำเอาข้อมูลในอดีตมาคิดทั้งสิ้นทำให้รายได้ที่แท้จริงของลูกจ้างต่ำกว่าปีต่อไป และคนงานกลายเป็นฝ่ายติดลบในที่สุด