ข่าว

ต้องเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ต้องเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

18 ส.ค. 2553

ต้องนับว่าเป็นเรื่องที่นอกเหนือการคาดหมาย สำหรับการยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอีก 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย และอุบลราชธานี หลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงกระแสข่าวว่า

 แม่ทัพภาคที่ 3 จะเสนอเรื่องนี้ให้ ศอฉ.พิจารณา เพราะเชื่อมั่นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น การใช้อำนาจกฎหมายผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เพียงพอแล้ว ยิ่ง จ.เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว การใช้กฎหมายพิเศษ จึงดูขัดกับสิ่งที่ควรจะเป็น

 ส่วนอีก 7 จังหวัดที่เหลือซึ่งหนึ่งในนั้น นายปณิธาน วัฒนายากร ทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ ไปดำเนินการพิจารณาตรวจสอบว่า ควรจะยกเลิกจังหวัดใดได้อีก ซึ่งพบว่าบางจังหวัดยังคงมีแกนนำพบปะติดต่อกัน บางแห่งถึงกับจะตั้งโรงเรียนอบรมกันเลยทีเดียว

 ความจริงแล้วการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น น่าจะเป็นเรื่องปกติ และบางเรื่องก็น่าจะเป็นเรื่องรัฐบาลสนับสนุน หรืออำนวยความสะดวกเสียด้วยซ้ำไป ถ้าหากเห็นว่ากิจกรรมการเมืองนั้นมีประโยชน์ต่อประชาชน อย่างเช่น กรณีฝ่ายค้านที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกาศว่า หากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อใดจะขึ้นเหนือเพื่อเปิดเวทีปราศรัย ซึ่งไม่ใช่การกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็ไม่มีเหตุอันใดที่จะไปขัดขวาง

 สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำก็คือ ปรับทัศนคติ และสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ก่อนว่า ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ หลังจากผ่านเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองแล้ว ต่างก็มีวิจารณญาณ มีวุฒิภาวะดีพอที่จะตัดสินใจเลือกได้ว่า อะไรดี หรือเลว อะไรคือการทำลายบ้านเมือง อะไรที่จะทำให้ถิ่นฐานบ้านเกิดรุ่งเรือง โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ที่ระบบเศรษฐกิจของจังหวัดพึ่งพาอาศัยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหลัก

 ประการถัดมา รัฐบาลจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการจัดการกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้รักษากฎหมายอย่างตำรวจ ที่ไม่มีข้ออ้างได้อีกแล้ว ภายหลังแต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. ถึงแม้จะยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นรับตำแหน่ง แต่ก็ถือว่าช่องโหว่ที่เคยเป็นปัญหาให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย นำมาซึ่ง "สองมาตรฐาน" จะต้องได้รับการจัดการแก้ไข ใครทำผิดกฎหมายร้ายแรงก็ต้องได้รับโทษที่เหมาะสมกับสิ่งที่กระทำผิด

 อย่าลืมว่า การใช้กฎหมายพิเศษเพียงเพราะใช้อำนาจทหาร และอำนาจการจับกุมคุมขังโดยไม่ต้องไต่สวน 30 วันก็ไม่ต่างกับการนอนหนุนหางเสือ เผลอหลับเมื่อใดก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ทุกเมื่อ และในเมื่อตนเองยังข่มตาหลับไม่ลงแล้วประชาชนจะมีความสุขได้อย่างไร