
รักชาติแต่ปาก?(2)
ท่านผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทุกท่าน เป็นอันว่าต้นเดือนตุลาคมนี้ จะได้ผู้นำ สตช.เสียที คือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ถือว่าเป็นนายตำรวจไม่มีการซุบซิบนินทาเรื่องเรียกรับเงินจากการแต่งตั้งโยกย้ายเลื่อนตำแหน่งของลูกน้องก็ขอให้รักษาชื่อเสียงนี้ให้ตลอดอายุการเป
ว่ากันเรื่องพื้นที่รอบปราสาทเขาพระวิหาร ทำไมจึงปล่อยให้ชาวเขมรทั้งประชาชน และทหารเข้ามายึดพื้นที่ทำกินก่อสร้างชุมชน ตลาด วัด บังเกอร์ทหารกันจำนวนมากโดยไม่ทำอะไร
เดิมก่อน พ.ศ.2540 มีประชาชนเขมรและทหารเขมร รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยรอบๆ ที่ตั้งปราสาทเขาพระวิหารบ้างในบางเวลา ก็ถูกทหารไทยเตือนและยันออกไปจากพื้นที่ตลอดมา ไม่มีชาวเขมรกลุ่มใดกล้ามาตั้งรกรากในพื้นที่ดังกล่าว และประชาชนรวมทั้งทหารของไทยและเขมร ก็ยอมรับในเขตแดนนี้ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยหากินกับการส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และอุปกรณ์ก่อสร้างให้ชาวเขมรที่แอบมาตั้งรกรากทำมาหากินตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมา และมาหนักข้อมากขึ้นหลังปี พ.ศ.2543 หลังจากที่รัฐบาลไทยสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีได้ทำเอ็มโอยูให้มีการจัดทำแผนที่เพื่อปักปั้นเอาแดนกันใหม่ ขณะเดียวกันทุกรัฐบาลก็ได้มีหนังสือประท้วงรัฐบาลกัมพูชาที่ปล่อยให้ประชาชนของตนรุกล้ำเขตแดนไทยมาตั้งบ้านเรือน วัด ตลาด แต่รัฐบาลกัมพูชาทำเป็นหูทวนลม กลับสร้างถนนจากฟากพื้นที่ของตนเข้ามาในพื้นที่ของไทย เพื่อสะดวกในการที่คนของตนเดินทางเข้ามายึดพื้นที่มากขึ้น โดยรัฐบาลและทหารไทยได้แต่มองตาปริบๆ "เอาแต่ยื่นหนังสือประท้วง ไม่ทำอะไร"
นายกอภิสิทธิ์ฯ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า สมัยรัฐบาลท่าน ยื่นประท้วงมากที่สุด
พร้อมยืนยันว่าจะไม่เลิกเอ็มโอยู ปี พ.ศ.2543 จะได้เกิดความชอบธรรมสำหรับการยื่นประท้วงเขมร ไม่รู้ว่านักเลงอันธพาลอย่างฮุน เซนจะมียางอาย ผลก็คือ ผู้นำรัฐบาลเขมรอ้างสิทธิ์ในดินแดนนี้ และกล่าวหาทหารไทยบุกรุกฟ้องไปถึงยูเอ็นโน่น
อ้างว่ามีการค้าขายสินค้ากับชุมชนเขมรที่มาตั้งรกราก ทำให้กลายเป็นชุมชนใหญ่มีวัด มีตลาด รัฐบาล ประชาชนไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวเสียภาพลักษณ์พรรคการเมืองใหญ่เนื่องจากความผิดพลาดสมัยที่พรรคท่านเป็นรัฐบาล เลยปล่อยให้คาราคาซังอยู่เช่นนี้



