ข่าว

ศอฉ.พร้อมเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินทุกจังหวัดหากสงบ

ศอฉ.พร้อมเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินทุกจังหวัดหากสงบ

17 ส.ค. 2553

นายกฯรอผลมติศอฉ.ให้เลิกฉุกเฉินอีก 3 จังหวัด ศอฉ.พร้อมเลิกพ.ร.ก.ทุกจังหวัดหากสงบ สั่งถอนกำลังทหารทภ. 3 หลังเลิกพ.ร.ก.เชียงใหม่-เชียงราย ฝ่ายข่าวรายงานจับตากลุ่มแดง-เหลืองเคลื่อน กองทัพตั้งวอร์รูมป้อนสุเทพแจงใช้งบ-อาวุธศอฉ.

 (17ส.ค.) นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ระบุว่าพร้อมยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 3 จังหวัด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าหลังการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) วันที่ 17 สิงหาคม คงจะมีการรายงานเรื่องนี้มาให้ตนทราบอีกครั้ง

ศอฉ.พร้อมเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินทุกจังหวัดหากสงบ

 เมื่อเวลา 18.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึงผลการประชุมศอฉ.ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ.เป็นประธานในการประชุมว่า ที่ประชุมนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช.)ในฐานะเลขานุการศอฉ.ได้รายงานในที่ประชุมทราบว่า คณะกรรรมการปรองดองแห่งชาติที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธานคณะกรรมการ ระบุว่า อยากให้ศอฉ.ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเฉพาะจังหวัดที่มีสถานการณ์ และมีความจำเป็นเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันศอฉ.ก็ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ นำเสนอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินตามขั้นตอนอยู่แล้ว รวมถึงคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติยังเร่งรัดให้มีการเยียวยาผู้สูญเสียจากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย

 ขณะนี้จังหวัดที่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินเหลือเพียง 7 จังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนจังหวัดทางภาคเหนือที่มีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินไปหมดแล้วจะมีการปรับโครงสร้าง โดยจะมีการถอนกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 3 ที่ขึ้นตรงกับ ศอฉ.ออกมา ซึ่งหลังจากนี้ในพื้นที่ทหารจะเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงานเท่านั้น ส่วนพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ทหารยังคงปฏิบัติตามหน้าที่เหมือนเดิม

 ส่วนปัญหาในพื้นที่กรุงเทพที่มีความผูกพันซับซ้อนในหลายเรื่องจึงจำเป็นที่จะต้องรอการพิจารณา ทั้งนี้หาก ศอฉ.เห็นว่า สถานการณ์เปลี่ยนไป และถ้าพื้นที่ใดสามารถยกเลิกพ.ร.ก.ได้ก็จะยกเลิก และถ้าในท้ายที่สุดมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินทุกจังหวัด ก็คงเป็นไปตามทื่ผบ.ทบ.ระบุว่า จะต้องมีการยุบศอฉ.

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้พูดถึงกรณีที่นาย จตุพร พรหมพันธ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้เร่งรัดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไต่สวนกรณีที่มีผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเสียชีวิต ซึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ชี้แจงกับที่ประชุมว่า จะแถลงชี้แจงเรื่องนี้ให้สังคมรับทราบเอง เพื่อจะได้เข้าใจในขั้นตอนการดำเนินการ

 ส่วนพ.ต.อ.ศานิตย์ มหถาวร รองผู้บังคับการกองปราบปรามได้เล่าให้ฟังว่า ทุกกรณีที่มีการเสียชีวิต 89 ศพมีการชันสูตรพลิกศพเรียบร้อย นอกจากนี้ในที่ประชุมฝ่ายข่าวของศอฉ.ยังมีการรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มของนายสุรชัย แซ่ด่าน นายวีระ สมความคิด

กองทัพตั้งวอร์รูมป้อนสุเทพแจงใช้งบ-อาวุธศอฉ.

 รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงกลาโหมได้ตั้งคณะทำงานเตรียมข้อมูลให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงข้อมูลการตั้งงบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะโครงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพที่บรรจุอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 18 - 20 ส.ค.นี้ ซึ่งข้อมูลที่ได้เตรียมไว้เช่น โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ กริฟเฟิน เฟส 2 จำนวน 6 ลำ และโครงการจัดหารถเกราะล้อยางจากประเทศยูเครนระยะที่ 2 รวมถึงโครงการที่ฝ่ายค้านได้นำไปโจมตีอีกหลายโครงการ โดยมี พล.อ. ชาตรี ทัตติ ผอ.สำนักงบประมาณกระทรวงกลาโหม และปลัดบัญชีของเหล่าทัพ เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน

 “เราต้องเตรียมข้อมูลไว้ทั้งหมด ที่คาดว่าจะมีการนำไปอภิปรายฯ มั่นใจว่าข้อมูลที่มีอยู่มีความครบถ้วนและ สามารถทำให้สมาชิกสภาฯ เข้าใจสภาพความจำเป็นของกองทัพที่ต้องจัดหา ยุทโธปกรณ์ต่างๆ เข้าประจำการ ” แหล่งข่าว ระบุ

 แหล่งข่าว ยังระบุว่า นอกจากงบประมาณความมั่นคงโดยภาพรวมแล้ว ประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้ เช่น การใช้จ่ายงบประมาณในช่วงแก้ไขปัญหาวิกฤติในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา การใช้จ่ายงบประมาณของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินหรือศอฉ.ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และผอ.ศอฉ.จะทำหน้าที่ชี้แจงในสภาฯทั้งหมด รายละเอียดต่าง ๆ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผอ.ศอฉ.ได้มอบหมายให้พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก และพล.ท. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ.พร้อม คณะทำงานตั้งวอ์รูมที่รัฐสภา เพื่อคอยจัดทำเอกสารต่าง ๆ ป้อนข้อมูลให้ นายสุเทพด้วย