ข่าว

อภิสิทธิ์แจงสภาถกลับหวั่นเขมรรู้ทันเกมไทย

อภิสิทธิ์แจงสภาถกลับหวั่นเขมรรู้ทันเกมไทย

17 ส.ค. 2553

นายกฯหนุนแนวทางของ"สุรินทร์ พิศสุวรรณ"เลขาฯอาเซียนใช้สันติแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา แจงรัฐสภาประชุมลับหวั่นเขมรรู้ทันเกม "ไชยวัฒน์"ขอคุยนายกฯเล็งเคลื่อนไปชุมนุมยาวหน้าทำเนียบฯ

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 17 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ได้พบกับนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ไม่มีอะไร และตนได้เห็นจากการที่เลขาธิการอาเซียนให้สัมภาษณ์ ก็ถูกต้องอยู่แล้วว่าทุกฝ่ายต้องแสวงหาการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี  

 ส่วนปัญหาการทำความเข้าใจภายในประเทศไทยนั้นเราได้พยายามทำความเข้าใจให้มากที่สุด เช่น วันนี้( 17 ส.ค.) ที่เกิดความสับสนในเรื่องบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(เจบีซี)ไทย-กัมพูชา และรายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับของรัฐสภาเรื่องกรอบเจรจาเจรจาสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาตลอดแนว เมื่อปี 2551 กับกรอบการเจรจา ซึ่งทั้งหมดเป็นคนละเรื่องกัน

 “ผมอยากยืนยันว่าการที่ที่ประชุมร่วมรัฐสภารับทราบและพิจารณารายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับดังกล่าวในวันนี้ เป็นแค่การบอกว่ารายงานประชุมลับจะไม่มีการเปิดเผย และการเปิดเผยคำอภิปรายนั้นไม่เป็นผลดีต่อการดำเนินการ เนื่องจากจะทำให้กัมพูชาล่วงรู้ถึงข้อคิดหลายอย่างที่ได้แสดงกันในที่ประชุมลับ ส่วนกรอบการเจรจาที่มีการเสนอเข้ามาเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว รวมถึงใช้สำหรับการประชุมและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ”นายกฯ กล่าวและว่า

 สำหรับบันทึกการประชุมของเจบีซีไทย-กัมพูชาทั้ง 3 ฉบับที่จะถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภานั้นยังไม่อยู่ในวาระของรัฐสภา เพียงแต่ออกจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เท่านั้น และกระทรวงการต่างประเทศก็บอกว่าจะจัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน จึงไม่น่าจะมีอะไรที่เป็นปมความขัดแย้ง

 ทั้งนี้บันทึกการประชุมของเจบีซีฯเป็นการบ่งบอกสาระของการประชุมในรอบที่ผ่านมา และจะมีผลไปว่าการประชุมครั้งต่อไปควรมีการพูดถึงเรื่องใดบ้าง ซึ่งในส่วนนั้น ทางกระทรวงฯจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น

 เมื่อถามว่าภาคประชาชนกังวลใจว่ามีข้อตกลงชั่วคราวที่อาจจะเป็นปัญหา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวนั้นยังไม่เรียบร้อย และยังไม่ได้มาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา จึงยังเป็นเรื่องที่ค้างอยู่

 เมื่อถามต่อว่าดูเหมือนมีการออกมาพูดว่ามีความพยายามสอดไส้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีการสอดไส้ โดยในบันทึกของการประชุมเจบีซีครั้งที่แล้วซึ่งจะถูกนำเสนอเข้ารัฐสภานั้นมี การอ้างอิงถึงข้อตกลงชั่วคราวที่อยู่ในระหว่างการเจรจาตามกรอบเจรจาที่ รัฐสภาได้อนุมัติแล้ว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็มีความหนักใจ เพราะถ้าไม่ส่งเอกสารตัวนั้นมาด้วย สมาชิกรัฐสภาอาจมีการสอบถามว่าทำไมจึงมีการปกปิดว่าในบันทึกดังกล่าวมีการ พูดถึงข้อตกลงชั่วคราวที่มีการเจรจากันอยู่ ซึ่งเขาก็ส่งมา แต่เมื่อส่งมาแล้ว คนก็ไปตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐสภาจะให้การรับรองหรือไม่ ซึ่งตนแนะนำไปว่าขอให้ชัดเจนว่าเอกสารที่เป็นร่างข้อตกลงชั่วคราวนี้เป็น เพียงเอกสารประกอบ ไม่ใช่เอกสารแนบ ดังนั้นสิ่งที่เราจะขอความเห็นชอบจากรัฐสภาคือบันทึกการประชุมเจบีซีฯที่เป็นบันทึก สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนข้อตกลงชั่วคราวที่ยังไม่มีข้อยุตินั้น ก็ยังอยู่ในกระบวนการ

 ต่อข้อถามว่ามีการขยายผลว่าเนื้อหาในข้อตกลงดังกล่าวอาจทำให้ไทยเสียดินแดน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มี และเราจะไปตกลงอย่างนั้นได้อย่างไร อีกทั้งยังไม่มีการตกลงด้วย ตนจึงได้ย้ำว่าถ้าทุกฝ่ายมาช่วยกันทำงานและดำเนินการตามกระบวนการที่ตกลงกัน มันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่มั่นใจ ก็สามารถสอบถามมาได้ ซึ่งเราก็ให้ดูอย่างโปร่งใส

 เมื่อถามว่ามีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดกันระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชน แต่ทำไมจึงยังมีการใช้วิธีนำมวลชนมากดดัน เช่น การชุมนุมของประชาชนหน้ารัฐสภาในวันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้สอบถามนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งพบว่าเมื่อมีการประสานไปก็มีการบอกกลับมาว่าเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มที่มาชุมนุม

 เมื่อถามว่านายวีระ  สมความคิด  แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ที่เป็นผู้นำคนมาชุมนุม ก็เคยได้มาพูดคุยกับฝ่ายรัฐบาลแล้ว นายกฯ กล่าวว่า เขาอาจได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนว่าอาจมีการไปรับรองข้อตกลงชั่วคราวหรืออะไรบ้าง แต่ตนก็ยืนยันว่ามันไม่มีอย่างนั้นและไม่มีผล  รัฐบาลทำในสิ่งที่ถือว่าดีที่สุดกับประเทศ และเราได้ใช้แนวทางการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอยู่แล้ว รวมถึงเมื่อเราจะปฏิบัติอย่างไรเราก็ทำอย่างนั้น

 “ตั้งแต่ที่มีปัญหาเรื่องนี้ขึ้นมา ผมก็เคยบอกแล้วว่าประเด็นนี้จะร้อนขึ้นมาเพราะเรื่องของมรดกโลก แต่ขอยืนยันว่าทุกอย่างที่ดำเนินการไปเป็นการรักษาประโยชน์ของประเทศไทยและ ของคนไทย และผมก็เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง และยืนยันว่าเราไม่ควรมากล่าวหากัน กระบวนการของเราโดยเฉพาะรัฐธรรมนูญก็ทำให้เราต้องรัดกุมอยู่แล้ว ข้อตกลงใด ๆ ก็ตามที่จะมีผลก็มีหลายขั้นตอนมากที่ต้องผ่านสภา และยังมีเรื่องที่ต้องดำเนินการอีกเยอะมาก จึงอย่าไปสรุปว่าจะมีสิ่งนั้นสิ่งนี้เกิดขึ้น แต่ขอให้ดูตามข้อเท็จจริง ถ้ามีอะไรสงสัยก็ขอให้ประสานมา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พร้อมชี้แจง ” นายกฯ กล่าว

 "ไชยวัฒน์"ขอคุยนายกฯเล็งเคลื่อนไปชุมนุมยาวหน้าทำเนียบฯ

 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติที่นำโดยนายวีระ สมความคิด นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นำประชุมมาเรียกร้องให้การประชุมร่วมของรัฐสภาถอนวาระการประชุมที่ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการสภาได้พิจารณาแล้วเสร็จเกี่ยวกับกรอบการเจรจา เขตแดนไทย-กัมพูชาออกทั้งหมด โดยมีการระบุว่าหากมีการประชุมลับเพื่อขอมติในเรื่องนี้จะปักหลักยืดเยื้อที่หน้ารัฐสภาต่อไป

 ปรากฏว่าตลอดทั้งวันกลุ่มเครือข่ายฯ ยังคงปักหลักชุมนุมจนถึงช่วงเย็นแม้จะมีฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงเย็นก็ตาม  โดยเวลา 18.00 น.นายไชยวัฒน์ ได้ขึ้นอ่านแถลงการณ์โดยยืนยันว่า ทางกลุ่มมีมติที่จะพักค้างคืนที่หน้ารัฐสภาถึงรุ่งเช้า โดยในเวลา 09.00 น.วันพรุ่งนี้(18 ส.ค.)จะประกาศเจตนารมณ์เพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวอีกครั้ง

 นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า และมีสองแนวทางคือ 1. จะขอคุยกับนายกฯเป็นรอบที่สอง   และ 2. อาจจะเคลื่อนไปปักหลักชุมนุมยาวที่หน้าทำเนียบรัฐบาล