ข่าว

ทหารห่วง“ทักษิณ”โฟนอินทำประเทศชาติแตกแยก

ทหารห่วง“ทักษิณ”โฟนอินทำประเทศชาติแตกแยก

26 มี.ค. 2552

“ประวิตร” ลั่นทหารไม่สองมาตรฐาน ชี้ที่ผ่านมาคนละรัฐบาล เผยรัฐบาลสั่งตำรวจคุม “ทำเนียบ” ให้ได้ โยน “ทักษิณ” เป็นผู้ใหญ่คิดเองควรพูดอะไร ยั่วงบพันล้าน กอ.รมน. ช่วยชาติปัดละลายสีเสื้อ ผบ.ทร. ห่วง “ทักษิณ” โฟนอินจะทำให้ประเทศชาติแตกแยก กังวล “เสื้อแดง” ชุมนุ

เมื่อเวลา 09.30 น.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม โดยมี พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภากลาโหมถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่า คิดว่าคงไม่มีอะไรเป็นการแสดงความเห็น คิดว่าไม่น่าจะมีความรุนแรง ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุมก็บอกว่าจะอยู่ชั่วคราว และถึงงานกาชาดก็จะเลิกคงไม่มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า เป็นห่วงเรื่องการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ โดยเฉพาะการออกมาแฉรอบสอง พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า โฟนอินมาหลายครั้งแล้วก็ไม่เป็นไร ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะมีการแฉผู้ใหญ่ของประเทศ รวมถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังทำรัฐประหารนั้น ตนคงให้ความคิดเห็นไม่ได้ เพราะยังไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะพูดเรื่องไร แต่ก็ไม่เป็นไรให้ลองฟังดู

เมื่อถามว่า กังวลว่าจะเป็นการทำร้ายประเทศชาติหรือไม่ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ปัญหาอื่น ๆ มีอีกเยอะ ทั้งเศรษฐกิจ และคนตกงาน ซึ่งคิดว่าถ้าเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยเราก็จะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับประชาชนได้ เพราะเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เมื่อถามว่า การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ บ่อย ๆ จะยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความแตกแยก พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า คิดว่าสื่อคงจะเข้าถึงประชาชน ทุกคนสามารถทราบข้อมูลได้จากสื่อ ซึ่งเราทุกคนมีวิจารณญาณอยู่แล้วว่าฟังแล้วเป็นอย่างไร คิดว่าไม่น่าเป็นห่วง

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะเพื่อน ตท่. 10 ของท่านโฟนอินบ่อยจะทำให้ประเทศชาติแย่ลง พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ตนก็เป็นห่วงว่าถ้าโฟนอินเข้ามาบ่อย ๆ จะทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย ถ้าทางเราก็ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน รักษาสถานที่ราชการ และดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อและมีความรุนแรง เพราะกลุ่มเสื้อแดงต้องการโค่นล้มรัฐบาล พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า ก็ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย เพราะไม่อย่างนั้นประเทศชาติก็จะแย่ เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ เพราะบางคนถ้าเขาชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะไม่สนใจว่าพฤติกรรมการแสดงออกจะส่งผลกระทบต่อประเทศ พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคลคงไปบอกว่าใครชอบใครคงไม่ได้ ทั้งนี้ตนคงจะไม่ฝากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดการโฟนอิน ไม่อยากจะพูดอะไร
เ
มื่อเวลา 12.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหมถึงมาตรการดูแลความสงบกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมใหญ่วันที่ 26 มีนาคมนี้ว่า เจ้าหน้าที่พยายามดูแลสถานที่ราชการให้ดีที่สุด หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ทุกคนเป็นคนไทยอย่าให้มีสีเสื้อ มีอะไรพูดจากัน คิดว่าทุกฝ่ายรับฟังโดยเฉพาะรัฐบาลรับฟังทุกเรื่อง

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะเจรจากับแกนนำคนเสื้อแดง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้จะเจรจาเรื่องใด ไม่มีเรื่องเจรจา เมื่อถามว่า เจรจาให้ยุติการชุมนุม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รู้อยู่แล้ว เขาคงมีข้อเสนอต่างๆที่ให้รัฐบาลไปปฏิบัติ คงมาท้วงถามให้รัฐบาลปฏิบัติ สำหรับกำลังเจ้าหน้าที่ทหารใช้ 21 กองร้อย ประมาณ 3 , 000 คน ดูแลสถานที่สำคัญทางราชการ เราจะทำทุกอย่างเพื่อดูแลรักษาสถานที่ราชการเท่านั้น ไม่มีการปะทะหรือใช้ความรุนแรง นอกจากจะมีการเข้ามาในเขตสถานที่ราชการ เพราะคงจะยอมไม่ได้ ส่วนจำนวนผู้ชุมนุมยอดเท่าไหร่นั้น ไม่ทราบ แต่ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง อย่าทำอะไรให้เกิดรุนแรงและเสียหายต่อประเทศชาติ ทั้งนี้ การดำเนินการทุกอย่างมีกฎหมาย บ้านเมืองมีกฎหมายอยู่
เมื่อถามว่า เสื้อแดงระบุว่ากองทัพใช้ 2 มาตรฐานในการดูแลผู้ชุมนุมต่างจากสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ขอโทษครับ ตอนนี้คนละรัฐบาล ทหารทำตามรัฐบาลไม่ใช่ทำตามอำเภอใจของทหาร รัฐบาลสั่งอย่างไรทำอย่างนั้น อย่าเปรียบเทียบอย่างนั้นไม่ได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่ผ่านมาใช้ทหารแค่ไหน รัฐบาลชุดนี้ใช้ทหารแค่ไหน เขามีอำนาจใช้เหมือนกัน ดังนั้น ไม่แปลกอะไรเลย” เมื่อถามว่า แสดงว่ารัฐบาลที่ผ่านมาใช้ทหารไม่เป็น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่ใช้ไม่เป็น เขาอาจไม่อยากใช้ก็ได้

เมื่อถามว่า รัฐบาลที่ผ่านมาประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ให้ทหารปฏิบัติหน้าที่ แต่ทหารไม่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีการไม่ปฏิบัติ รัฐบาลมีอำนาจลองทหารไม่ปฏิบัติ รัฐบาลก็ปลดเอา เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองที่ผ่านมามี พรก.ฉูกเฉิน ทหารไม่ออกปฏิบัติ แต่ขณะนี้สถานการณ์ปกติทหารกลับออกมาทำหน้าที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทหารทำวันนี้ทำตามคำร้องขอของตำรวจ เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน
เมื่อถามว่า เป็นการเลี่ยงบาลีทางกฎหมายให้ตำรวจร้องขอทหารช่วยปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่ใช่ ตำรวจร้องขอเขาประเมินว่ามากน้อยขนาดไหน เมื่อตำรวจไม่มีกำลังรักษา เพราะรัฐบาลมอบให้ตำรวจรักษาทำเนียบรัฐบาลไว้ให้ได้ ตำรวจบอกรักษาไม่ได้หากคนมาจำนวนมาก ก็ร้องขอทหารมา”

เมื่อถามว่า จะมีการห้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงไม่มีเป็นเรื่องของท่านที่ต้องใช้วิจารณญาณว่าควรพูดเรื่องอะไร เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบคำพูดของท่าน เราจะไปบอกอะไรท่านได้

เมื่อถามว่า งบประมาณที่ กอ.รมน. ได้รับจากรัฐบาลทำโครงการสลายสีเสื้อที่ผ่านมามีการประเมินหรือไม่ว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รู้ได้ไงว่าไม่ได้ผล โครงการเพิ่งเริ่มเงินก็ยังไม่ออกแม้แต่บาทเดียว เขาพยายามเข้าไปทำ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่อยากไปช่วยเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ได้ละลายสีเสื้อเขียว เสื้อเหลือง เสื้อแดง ไม่เกี่ยว เราทำเพื่อประชาชนชาวไทย ขณะนี้บ้านเมืองลำบากเรื่องเศรษฐกิจ เราอยากให้ไปช่วยแนะนำเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เขาสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ใช้ทหาร แต่ใช้ทุกกระทรวงที่อยู่ใน กอ.รมน.

เมื่อถามว่า เงิน 1 , 000 ล้านบาทที่ กอ.รมน.ถือว่าจำนวนมากเกินไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เงินจำนวนนี้ไม่ใช่น้อยหรือมาก แต่เงินจำนวนนี้ให้กำลังพลลงไปทุกหมู่บ้าน เป็นการช่วยกันทุกกระทรวง ทบวง กรม ทุกอย่างใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นเงินของราษฎร เมื่อถามว่า เงินจำนวนมากนี้จะคาดหวังให้เกิดความสมานฉันท์ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้คาดหวังเรื่องนี้ แต่คาดหวังให้ประชาชนอยู่ดีกินดี กอ.รมน. เน้นเรื่องนี้ เรื่องความอดอยากมากกว่า ทั้งนี้ ไม่ใช่ทหารเป็นหน่วยงานหลักดำเนินการ
เมื่อถามว่า ทหารดูแลเรื่องความมั่นคงแต่มาดูแลเรื่องเศรษฐกิจ พล.อ.ประวิตร กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “ทหารไม่เกี่ยวข้องเศรษฐกิจ ทหารอยู่ใน กอ.รมน. และทุกหน่วยงานอยู่ใน กอ.รมน. เขาร่วมมือกันไม่ใช่ทหารมาเกี่ยวข้องเศรษฐกิจ มาแก้เศรษฐกิจนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอยู่ สื่อไม่รู้เรื่อง”

ด้าน พ.อ.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำเรื่องการปกป้องสถาบัน ซึ่งปัจจุบันมีการเผยแพร่รูปภาพหรือข้อความที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบันเบื้องสูง ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น อินเตอร์เน็ท วิทยุชุมนุม และสื่อสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ซึ่งเป็นการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง จึงขอให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ได้ช่วยกันป้องกัน และแก้ไขกรณีดังกล่าวในทุกวิถีทาง โดยในส่วนของเหล่าทัพแต่ละปีจะมีทหารกองประจำการหมุนเวียนเข้ามารับราชการเป็นจำนวนมาก ควรใช้ทหารกองประจำการเหล่านี้ ซึ่งปลดประจำการออกไปกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ปกป้องสถาบัน

“ขณะที่รับราชการขอให้เพิ่มเติมความรู้ฝึกอบรมจากที่ดำเนินการอยู่เดิมให้เน้นเรื่องความจงรักภักดี ปลูกฝังอุดมการณ์ทางการเมือง ประวัติศาสตร์ของประเทศไทย อันมีสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ต่อสู้ปกป้องรักษาแผ่นดินไทยมาตั้งแต่ในอดีต นอกจากนี้ รมว.กลาโหม ยังเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติการตามมาตรการการรักษาความปลอดภัย และการรักษาความลับทางราชการอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังการเผยแพร่เอกสารทางราชการที่กำหนดชั้นความลับไม่ให้รั่วไหลไปยังผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเด็ดขาด”โฆษกกลาโหมกล่าว

เมื่อถามว่า ได้มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการหมิ่นเบื้องสูงอย่างไร เพราะในอดีตไม่เคยปรากฏ พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า คงเป็นสาเหตุหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องเหตุการณ์บ้านเมือง มีประเด็นที่มีส่วนพาดพิงไปถึงสถาบันเบื้องสูงในเรื่องของความขัดแย้งทางด้านการเมือง จะเห็นว่ามีการผูกโยงกับสถาบันมาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อความขัดแย้งทางด้านการเมืองยังไม่ยุติ การพาดพิงสถาบันก็จะเกิดมาโดยตลอด ซึ่งถ้าหากจะยุติการเมืองจะต้องสงบและนิ่ง หากไม่นิ่งก็คงจะหาเหตุมาเกี่ยวโยงกับสถาบัน ส่วนเรื่องการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เรื่องนี้คงไม่เกี่ยวข้องกับทางทหาร แต่มีขบวนการมีเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการติดตามอยู่แล้ว ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการมีขั้นตอนที่มากกว่านั้น หมายถึงการทำข้อตกลงการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะต้องใช้ระยะเวลาในการทำข้อตกลงเหล่านี้ ซึ่งทางกระทรวงต่างประเทศ กับอัยการสูงสุด มีหน้าที่ในเรื่องนี้

เมื่อถามว่า ที่ประชุมหารือทางออกว่าการเมืองจะต้องยุติอย่างไรไม่ให้พาดพิงสถาบัน พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า ต้องดูที่เหตุปัจจัย โดยเหตุคืออดีตนายกรัฐมนตรีที่สูญเสียอำนาจไป โดยมีการกล่าวอ้างด้วยสาเหตุต่าง ๆ ว่าถูกกลั่นแกล้ง หรือการปฏิรูปที่มีผลทำให้ท่านต้องพ้นจากอำนาจหน้าที่ ตรงนี้ตราบใดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถยุติบทบาทได้ และในส่วนที่มีความผิดถือว่าเป็นความผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย คิดว่าน่าจะยุติได้ในทางการเมือง แต่หากว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ยอมรับ และต่อสู้ต่อไปก็คงจะต้องใช้ระยะเวลา ทั้งนี้ ทหารไม่ได้ติดตามการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ในส่วนของตำรวจเขากำลังดำเนินการอยู่ สิ่งใดผิดกฎหมายคงจะฟ้องร้อง อย่างไรก็ตาม การชุมนมคิดว่าคงจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 วัน หากเหตุการณ์มีความรุนแรงคงจะมีแผนรองรับสถานการณ์ได้

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.รมน. กล่าวยืนยันว่าจะไม่ขึ้นเวทีกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินที่ระบุว่ามีองคมนตรีอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยหรือติดต่อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนแนวทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้น ตนมองว่าตอนนี้ฝุ่นยังตลบอยู่ มองไม่ออกว่าบ้านเมืองจะเดินไปในทิศทางไหน
เมื่อถามว่า หากมีโอกาสเจอ พ.ต.ท.ทักษิณ จะบอกให้หยุดเคลื่อนไหวเพื่อเห็นแก่ชาติบ้านเมืองบ้าง พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตอนนี้พูดอะไรไม่ได้ ส่วนการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นขอพักไปก่อน ตอนนี้มีคนโทรศัพท์มาหาเยอะไม่อยากพูดในรายละเอียด และการที่ตนต้องเลื่อนการประชุมไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ตนก็ไม่ทราบล่วงหน้า แต่มีคนแจ้งว่าให้เลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด แต่การเลื่อนครั้งนี้ คิดว่าข่าวออกมาว่าตนจะแถลงข้อเท็จจริงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินเข้ามาเรื่ององคมนตรีทำให้เลื่อนออกไป

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่การประชุม ทสปช. เลื่อนไปไม่มีกำหนดมีเจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน. มารออยู่ที่หอประชุมกองทัพบก สโมสรทหารบกเทเวศร์ เพราะเกรงว่า พล.อ.พัลลภ จะเดินทางมาเพื่อให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทั้งที่มีการสั่งเลื่อนการประชุมไปแล้ว โดยการเลื่อนครั้งนี้มีผู้ใหญ่ใน กอ.รมน. สั่งยกเลิก เพราะเกรงว่า พล.อ.พัลลภ จะออกมาเปิดเผยข้อมูลเบื้องหลังการรัฐประหาร ที่มีการพาดพิงกับองคมนตรีตามข้อมูลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินก่อนหน้านี้

พล.ท.พิรัช สวามิวัศดิ์ หรือ เสธ. หมึก เพื่อนร่วมรุ่น จปร. 7 ของ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนโทรศัพท์แสดงความเห็นใจ พล.อ.พัลลภ ในฐานะของเพื่อนไปแล้ว เพราะทราบดีว่าเรื่องที่เปิดเผยออกมากระทบกับหลายส่วน ซึ่ง พล.อ.พัลลภ ได้เล่าสิ่งที่เป็นความจริงออกไปว่าในช่วงก่อนการปฏิวัติมีอะไรเกิดขึ้น และยืนยันว่าการนำเรื่องเหล่านี้ออกมาเปิดเผย ไม่ได้ต่อสู่เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือเป็นเครื่องมือทางการเมืองของใคร และพร้อมยืนยันสิ่งที่พูดไป ตนแนะนำไปว่าการจะพูดอะไร ก็อย่าให้กระทบทั่งข้างบน ข้างล่าง แต่อยากให้สังคมรู้ว่าใครเป็นอย่างไร ตอนนั้นพูดอย่าง ตอนนี้พูดอย่าง เมื่อจะทำบอกว่าเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แต่ปรากฏว่าคนที่ได้เป็นใหญ่คือตัวเอง คนแก่ของบ้านเมืองในขณะนี้โกหกกันทั้งนั้น