ข่าว

ส่งฟ้อง163คดีแดงขอนแก่นเผาเมืองที่เหลือเร่งจับ

ส่งฟ้อง163คดีแดงขอนแก่นเผาเมืองที่เหลือเร่งจับ

17 ส.ค. 2553

ตำรวจภูธรภาค 4 สรุปสำนวนคดีผู้ชุมนุมบุกเผาป่วนเมืองในพื้นที่จังหวัดภาคอีสานตอนบน ศาลมีคำสั่งดำเนินคดีแล้ว 163 คดี จากทั้งหมด 206 คดี ส่วนที่เหลือเร่งส่งเจ้าหน้าที่ออกติดตามจับกุมตัว ศาลอาญา ยกคำร้อง “ 6 แกนนำ นปช. ” ยื่น 17 ล้านขอประกันตัวใหม่หลังโดนฟ้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ส.ค.2553 พล.ต.ต.กวี สุภานันท์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะชุดพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีการก่อเหตุของกลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ได้สรุปผลการดำเนินคดีของกลุ่มผู้ชุมนุมหลังก่อเหตุสร้างสถานการณ์และความไม่สงบในหลายพื้นที่ และสรุปผลความคืบหน้าทางคดีว่า ล่าสุดได้เร่งติดตามจับกุมในคดีที่เกิดขึ้น รวมทั้งหมด 206  คดี ประกอบด้วย ขอนแก่น 29 คดี  อุดรธานี  103 คดี ร้อยเอ็ด   26 คดี มหาสารคาม  31  คดี  มุกดาหาร  5 คดี สกลนคร 11 คดี และ เลย  1 คดี ในจำนวนนี้ได้ส่งมอบคดีให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สืบสวนสอบสวน 16 คดี  แยกเป็นขอนแก่น 7 คดี  อุดรธานี 8 คดี และ มุกดาหาร  1 คดี

 สำหรับคดีทั้ง 206 คดี ได้ส่งฟ้องศาลแล้ว 163  คดี และอยู่ในระหว่างการสอบสวน 27 คดี โดยผู้ต้องหาได้ถูกจับกุมและมอบตัวสู้คดีแล้ว 12 คดี และยังคงไม่รู้ตัวผู้ต้องหาอยู่อีก 15  คดี ขณะที่ผู้ต้องหาที่เสียชีวิตจากการชุมนุม 2 รายพนักงานสอบสวนได้จำหน่ายออกจากคดีความไปแล้ว

 พล.ต.ต.กวี กล่าวว่า คดีที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างการประกาศเคอร์ฟิว ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 53 ที่ผ่านมาคือการก่อเหตุวางเพลิงทรัพย์สินของทางราชการคือศาลากลางจังหวัด และสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น ซึ่งได้มีการออกหมายจับไปแล้ว 124 ราย จับกุมตัวได้ 12 ราย คดีนี้ดีเอสไอ ได้ขอรับสำนวนไปทำงานสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา

 ขณะที่การทำลายทรัพย์สินของธนาคารกรุงเทพ จ.ขอนแก่น ออกหมายจับ 13 ราย จับกุมได้แล้ว 8 ราย และคดีร่วมกันวางเพลิง บ้านพักนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ อดีต รมช.คมนาคม ออกหมายจับ 13 ราย จับกุมได้ 10 ราย ส่วนคดีวางเพลิงศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ออกหมายจับ  75  ราย จับกุมได้  8 ราย วางเพลิงเทศบาลนครอุดรธานี ออกหมายจับ  11 หมาย จับได้  5  คน  

 ขณะที่คดีวางเพลิงศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาขณะก่อเหตุได้จำนวน 16  ราย และมีการขอมอบตัวก่อนออกหมายจับอีก 3 ราย ส่วนที่เหลือได้ออกหมายจับไป 76 ราย จับได้  9 ราย  ส่วน คดีวางเพลิงสถานที่ราชการ จ.มหาสารคาม ขณะนี้สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 8 ราย และขออนุมติหมายจับเพิ่มเติมไปอีก  2 ราย

 พล.ต.ต.กวี กล่าวอีกว่า ขณะนี้การดำเนินการเร่งรัดดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ก่อเหตุทั่วทั้งภาคอีสานตอนบนนั้น ได้กำชับไปยังหัวหน้าสถานีตำรวจทุกพื้นที่ที่เกิดเหตุ เร่งดำเนินการกวดขันจับกุม และสรุปสำนวนคดีรายงานให้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ทุกๆสัปดาห์ ส่วนผลการจับกุมของทุกจังหวัดนั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 50 ยังเหลือเพียงคดีที่ยังคงไม่ทราบชื่อของคนร้าย และมีภาพถ่ายปรากฏอยู่ในหมายเท่านั้น ซึ่งชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข้อมูลตลอด เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ศาลยกคำร้อง6แกนนำนปช.ยื่นขอประกันตัว

 เมื่อเวลา 16.00 น. ศาลอาญา มีคำสั่งยกคำร้อง ที่ นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 35 ปี จำเลยที่ 3 , นาย ขวัญชัย ไพรพนา อายุ 58 ปี จำเลยที่ 6 , นาย ยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก อายุ 52 ปี จำเลยที่ 7 , นาย นิสิต สินธุไพร อายุ 54 ปี จำเลยที่ 8 และ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย อายุ 57 ปี จำเลยที่ 10 ซึ่งเป็นแกนนำ และแนวร่วม นปช. จำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้ายที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษได้ยื่นฟ้องคดีไปก่อนหน้านี้แล้ว   ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 2 ล้านบาท รวมหลักทรัพย์ 10 ล้านบาท รวมทั้งคำร้องที่นาง ธิดา ภรรยา น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. จำเลยที่ 4 คดีร่วมกันก่อการร้าย ได้ขอปล่อยตัวชั่วคราวเช่นกันโดยยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน ย่านดอนเมือง ราคาประเมิน 7 ล้านบาท

 โดยศาลพิเคราะห์ แล้วเห็นว่า ศาลอาญา และศาลอุทธรณ์ เคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ให้ยกคำร้อง

 ขณะเดียวกัน วันนี้ ศาลอาญา ได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ ที่นาย ก่อแก้ว อายุ 45 ปี จำเลยที่ 5 คดีร่วมกันก่อการร้าย และนาย สมชาย ไพบูลย์ ไพบูลย์ อายุ 41 ปี อดีต สข.เขตบางบอน พรรคไทยรักไทย แนวร่วม นปช. จำเลย คดีปลุกปั่นประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และ มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง รวมทั้งฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว

 โ ดยศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์คำร้องประกอบหลักทรัพย์ประกันแล้ว ให้ยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่า อุทธรณ์คำสั่งของผู้ต้องหาเป็นเรื่องโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวในระหว่างการสอบสวน ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ ได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นแล้ว ดังนั้นจำเลยจะต้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาต่อศาลชั้นต้นเสียก่อน เมื่อศาลชั้นไม่อนุญาต จำเลยจึงจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นได้ จึงให้ยกคำร้อง

 ด้านนาย วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความแกนนำ นปช. กล่าวว่า ทีมทนายความ เตรียมยื่นอุทธรณ์การขอประกันตัวต่อไป โดยจะขอให้ศาลไต่สวนพยานเพิ่มเติมด้วย อาทิ ส.ว. และนาย วีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. ที่ได้รับการปล่อยตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว