ข่าว

เมล์เอ็นจีวีกลายเป็นเกมศักดิ์ศรี

เมล์เอ็นจีวีกลายเป็นเกมศักดิ์ศรี

17 ส.ค. 2553

พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญกับภาวะกดดันที่รุนแรงอีกครั้ง หลังจากตั้งสารพัดกำแพงเพื่อสกัด "รถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน" ถึงแม้จะพยายามแก้เกมด้วยการยืดเวลาออกไปอีก 2 เดือน เพื่อให้พ้นจุดวิกฤติ ช่วงที่ต้องพิจารณางบประมาณแล้วก็ตาม

 นั่นเพราะพรรคภูมิใจไทยเจ้าของโครงการนั้น มองในมุมที่ว่า เมื่อมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลในสถานการณ์ไม่ปกติ ทุกพรรคก็ควรจะถ้อยทีถ้อยอาศัย

 นั่นก็คือ ควรจะปล่อยให้อภิมหาโปรเจกท์นี้ผ่านไปเสียโดยดี

 ซึ่งถ้าคิดอย่างนี้ ต่อให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พูดจนปากจะฉีก ต่อให้ตั้งคณะกรรมการอะไรมาศึกษาดูผลดีผลเสีย (ซึ่งที่ผ่านมาก็เยอะแล้ว) ก็แทบจะไม่มีผลอะไร

 เพราะหลักของภูมิใจไทยที่ ศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค สื่อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็คือ ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย และศุภชัยเองก็บอกว่า ยังไม่เห็นเหตุผลอะไรที่จะไม่เดินหน้ารถเมล์เอ็นจีวี

 เรื่องนี้ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ถ้าพรรคเพื่อไทยตัดเยื่อขาดใยกับ ทักษิณ ชินวัตร ประชาธิปัตย์ก็คงจะมีทางเลือกมากกว่านี้

 ต่อให้ เนวิน ชิดชอบ มีบารมีเปล่งประกายแค่ไหน ก็อาจจะทำได้แต่เฉพาะ "กลุ่มเพื่อนเนวิน"

 แต่ในวันนี้ ประชาธิปัตย์อยู่ในสภาพที่หนีไม่ออก ขณะที่เนวิน มีแรงหนุนจากหลายทิศ

 งบประมาณก็กำลังจะเข้าสภา เขาขออะไรมาก็ต้องให้ แถมเพิ่มให้มากกว่าพรรคอื่น เพื่อจะได้ลืมเมล์เอ็นจีวี

 แต่ที่ไหนได้ เมล์เอ็นจีวีวันนี้ มันกลายเป็นเรื่องศักดิ์ศรีที่ยอมกันไม่ได้ไปแล้ว

 ประชุม ครม.เช้าวันจันทร์ก็ไม่รู้มองหน้ากันอย่างไร เพราะก่อนประชุม 3 รัฐมนตรีจากภูมิใจไทย ก็ทำไม่เหมือนเคย

 ไม่ใช่เรื่องผัวเมียที่นอนหันหลังให้กัน แต่ทำท่าว่าจะแยกห้องนอน อันเป็นสัญญาณก่อนที่จะแยกบ้านกันแบบถาวร

 เพราะมีข่าวภูมิใจไทยทำท่าจะกลับไปซบเพื่อไทย พร้อมกับพลพรรคเพื่อแผ่นดินที่จิตใจนั้นไปนานแล้ว

 นี่ขนาดอภิสิทธิ์ ให้ "หมอท็อป" นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคโทรเคลียร์ใจ อนุทิน ชาญวีรกูล ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรื่องราวก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน...ความหวั่นใจกับ พ.ร.บ.งบประมาณก็ยังมีเหมือนเดิม

 แต่การเมืองก็ยังเป็นเรื่องการต่อรอง เพราะเอาเข้าจริงใครต่อใครที่คิดว่ารถเมล์เอ็นจีวีอาจจะเป็นจุดที่ก่อให้เกิดความหมางเมินและนำไปสู่การแตกหักระหว่างภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทยจะกลับไปซุกอกอุ่นพรรคเพื่อไทย เอาเข้าจริงอาจไม่ใช่

 เอาเข้าจริงในวันนี้หากมีการเลือกตั้ง ภูมิใจไทยก็ใช่ว่าจะมั่นอกมั่นใจคว้าชัยเหนือเพื่อไทย ที่ทักษิณ ยังแรงเต็มพิกัด

 การก้าวขึ้นรับตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของ อำพน กิตติอำพน คนที่ เนวิน ชิดชอบ ปลุกปั้นมาตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ นั่นต่างหากคือประเด็นที่น่าสนใจ

 ตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ผ่านมาจะเป็นคนที่มาจากพรรคแกนนำรัฐบาล แต่ทำไมครั้งนี้จึงกลายเป็นคนสนิทของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล...ต่อให้อำพนมีฝีไม้ลายมือเองก็เถอะ

 เพราะอย่างที่บอกแต่แรกว่า เมล์เอ็นจีวี มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีไปแล้ว หากจะต้องแลกมันก็ต้องได้อะไรที่มีคุณค่าพอกัน !