
ค่าผ่านทางพิเศษ
ทางพิเศษที่เก็บเงินค่าใช้บริการจากผู้ใช้เส้นทางนั้น เกิดขึ้นมาจากเหตุผลหลักๆ เพียงสองประการคือ ประการแรกเป็นทางพิเศษที่สร้างขึ้นในเมืองใหญ่ที่การจราจรติดขัด เนื่องมาจากมีปริมาณรถเพิ่มขึ้นมากจนพื้นที่ถนนมีไม่เพียงพอ ครั้นจะสร้างทางเพิ่มบนพื้นราบปกติก็ไม่ส
ประการที่สอง เป็นทางพิเศษที่สร้างขึ้นบนพื้นราบปกติ ส่วนใหญ่จะเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองที่สามารถย่นระยะการเดินทางลงไปได้ หรือช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถขับรถได้สะดวกขึ้น เนื่องมาจากไม่มีทางร่วมทางแยกขวางหน้าตัดทางหลัก มีการสร้างรั้วหรือตาข่ายตลอดแนวขอบเส้นทาง ทำให้ปลอดจากพาหนะที่ถูกจำกัดหรือสัตว์อื่นใดมากีดขวาง
แต่ไม่ว่าจะเป็นทางพิเศษที่เกิดขึ้นเพราะเหตุใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีต้นทุนในการก่อสร้างสูงกว่าการสร้างทางปกติ ทำให้รัฐบาลในแต่ละประเทศต้องหาเงินจากแหล่งต่างๆ มาก่อสร้าง และต้องทำการเก็บเงินค่าใช้เส้นทาง มาใช้คืนเงินกู้และดอกเบี้ยจากการสร้างทางนั้นๆ โดยมีการจัดเก็บกันทั้งแบบราคาเดียวตลอดเส้นทาง และเก็บตามระยะทางที่ใช้จริง
ทางพิเศษในประเทศไทยเกือบทั้งหมด มีการบริการที่น่าประทับใจแบบที่หาได้ยากในต่างประเทศ เช่น มีบริการยกรถลากรถที่เสียหายบนทางด่วน โดยไม่คิดค่าบริการ ในขณะที่ในต่างประเทศส่วนใหญ่จะคิดค่าบริการและค่าปรับชนิดแพงหูฉี่ทีเดียว หรือแม้แต่ความบกพร่องที่เกิดจากผู้ใช้บริการเอง เช่น รถไปน้ำมันหมดบนทางด่วนของการทางพิเศษ ก็จะมีบริการจัดหาน้ำมันมาให้โดยไม่คิดค่าบริการพิเศษใดๆ เพิ่ม นอกเหนือไปจากค่าน้ำมันตามราคาปกติ
แต่ปัญหาใหญ่ในปัจจุบันของการทางพิเศษคือการจัดเก็บเงินค่าบริการ เพราะการทางพิเศษมีการจัดเก็บเงินสองแบบ แบบแรกคือเก็บค่าบริการด้วยเงินสดตามปกติ แบบที่สองใช้เก็บค่าบริการล่วงหน้าจากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้เกิดการจราจรติดขัดที่หน้าช่องทางเก็บเงินตามด่านต่างๆ อย่างหนัก
วิธีการเก็บเงินด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของการทางพิเศษนั้น ผู้ใช้บริการต้องไปซื้อบัตรด้วยตนเองตามสำนักงานบริการต่างๆ และต้องวางเงินมัดจำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ถึงใบละหนึ่งพันบาท เมื่อจะเติมเงินเพิ่มสำหรับใช้บริการก็ยังยุ่งยากมาก จนทำให้ผู้ใช้บริการยังมีจำนวนน้อยเกินไป
ข้อบกพร่องที่สำคัญที่สุดคือบัตรที่ใช้มักจะเกิดปัญหา เนื่องจากต้องทำการติดบัตรถาวรประจำรถเอาไว้ที่กระจกหน้า หลายครั้งตัวอ่านสัญญาณที่ติดตั้งอยู่ตามด่านไม่สามารถอ่านรหัสได้ หรือกว่าจะอ่านได้ก็ต้องขยับรถกันหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกหนักกระจกหน้ามีเม็ดน้ำฝนเกาะหนาแน่น การอ่านสัญญาณก็จะยิ่งผิดพลาดมากขึ้นกว่าในภาวะปกติ
ซึ่งในความเป็นจริงการเก็บเงินค่าผ่านทางด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ล้วนแต่มีผลดี ในหลายๆ ประเทศนิยมนำมาใช้กันมาก ตัวบัตรหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป เช่นเดียวกันกับการเติมเงินเพิ่มลงไปในบัตร ไม่ต้องไปเขียนคำร้องขอใช้บัตรให้วุ่นวาย บัตรใบเดียวจะนำไปใช้กับรถคันไหนก็ได้ไม่จำกัด และใช้เทคโนโลยีการอ่านรหัสบนบัตรที่ง่ายและสะดวก
ตัวอย่างเช่นในประเทศมาเลเซียที่ใช้บัตรแบบ Touch “N” Go หรือแบบแตะแล้วไป ซึ่งผู้ขับรถเพียงแค่เอาบัตรยื่นออกมาจากหน้าต่าง แล้วแตะลงไปบนแป้นที่ตั้งประจำหน้าด่าน เพียงเท่านี้ก็สามารถผ่านไปได้โดยง่าย ไม่ต้องกังวลว่ารถจะติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกหน้าหรือไม่ หรือกระจกรถจะขุ่นมัวเต็มไปด้วยฝุ่นหรือน้ำฝนหรือไม่ เทคโนโลยีง่ายๆ แบบนี้ผมว่าน่าจะเหมาะกับประเทศไทยมากกว่าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ อีซี่พาส ที่การทางพิเศษใช้กันอยู่นะครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



