ข่าว

การกระจายอำนาจกับการปฏิรูปประเทศไทย

การกระจายอำนาจกับการปฏิรูปประเทศไทย

17 ส.ค. 2553

เรื่องการกระจายอำนาจเป็นเรื่องที่มีการพูดกันมานานแล้วในสังคมไทย แต่เหมือนกับคำใหญ่คำโตอีกคำในสังคมนี้ที่เต็มไปด้วยความหมายที่ขัดกันเอง หรือไม่ครบถ้วย หรือแฝงไปด้วยเรื่องราวของอาจจะเป็นเรื่องของการปิดกั้นความคิดเห็นอีกจำนวนหนึ่ง

 ท่ามกลางภาพรวมที่ทุกคนอาจจะเห็นตรงกันว่าเป็นเรื่องที่ดี และประเด็นปัญหาเป็นเพียงแค่เรื่องของการปฏิบัติว่า "เมื่อไหร่ และอย่างไร"

 โดยทั่วไปเรามักจะพูดเรื่องของการกระจายอำนาจด้วยความหมายที่ออกจะแคบอยู่สักหน่อย นั่นก็คือเรื่องของการพูดกันในประเด็นของการบริหารจัดการองค์กรปกครองท้องถิ่น

 ที่สำคัญที่เฉพาะเจาะจงลงไปก็คือ องค์การบริหารส่วนตำบล เนื่องจากมีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย เมื่อเทียบกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และกรุงเทพมหานคร (ซึ่งเป็นการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ)

 เรื่องที่เฉพาะเจาะจงลงไปอีกของ อบต. นั่นก็คือ เรามีวิธีการพูดถึง อบต.ในมุมหลักๆ อยู่สองมุม นั่นก็คือ ในมุมแรกเป็นเรื่องของการพูดถึง "โครงการ" ต่างๆ ของ อบต. อาทิ ในทางบวก ก็พูดถึงโครงการดีเด่นที่ได้รับรางวัล ซึ่งก็จะโยงไปถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร อบต. ตามที่มักปรากฏในหน้าข่าวท้องถิ่นและภูมิภาค หรือเมื่อมีการระลึกถึงวันครบรอบแต่ละปีของการปกครองท้องถิ่น

 ในอีกทางหนึ่งการพูดถึงโครงการและวิสัยทัศน์ รวมทั้งการบริหาร อบต.นั้น ก็อาจจะเป็นไปในเรื่องของการพูดถึงการทุจริตโครงการ และการไร้วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร อบต. รวมทั้งการพูดถึงการเมืองในท้องถิ่นที่โยงใยไปถึงเครือข่ายของระดับชาติ ซึ่งเมื่อพูดเรื่องนี้ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ที่มีต่อคนชนบท ซึ่งเป็นคนที่อยู่ใน อบต.นั้นถูกมองในภาพลบมากขึ้นทุกที่ ขณะที่ในความเป็นจริงนั้น องค์กรปกครองท้องถิ่นในระดับ อบต.นั้นเป็นองค์กรที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันของประชาชนจำนวนมากของประเทศ

 สำหรับอีกมุมนั้น การพูดถึง อบต.และการกระจายอำนาจในภาพรวมมักจะเป็นเรื่องของการพูดเรื่องการจัดสัดส่วนของรายได้ และการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลางไปสู่ส่วนท้องถิ่น ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่มักนำไปสู่ความเชื่อที่ว่าจะสามารถหา "สูตรสำเร็จ" ในการวัดประเมินศักยภาพของการจัดสรรงบประมาณลงไปในพื้นที่ได้ ท่ามกลางภาพความเป็นจริงที่ว่า องค์กรปกครองท้องถิ่นโดยเฉพาะระดับ อบต.นั้นมักจะจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอ และรายได้ที่มาจากการอุดหนุน รวมทั้งโครงการที่มาจากส่วนกลางที่มาลงในพื้นที่นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับปัจจัยทางการเมืองเสียเป็นส่วนมาก ในความหมายที่ว่า ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องสานสัมพันธ์อันดีกับโครงข่ายทางการเมืองที่มีศักยภาพในการควบคุมกระทรวงหลักที่สามารถสร้างโครงการแลกเปลี่ยนกับความภักดีทางการเมืองได้

 เมื่อพิจารณาจากทั้งสองประเด็นที่ได้กล่าวมาแล้ว สิ่งที่จะต้องเน้นย้ำก็คือ เมื่อเราพูดถึงการกระจายอำนาจในสังคมไทยนั้น เราคงจะหลีกเลี่ยงเรื่องของการพูดถึงประชากรส่วนใหญ่ของประเทศที่ยังอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่เมืองไม่ได้ และดูเหมือนเรายังไม่เคยพบทางออกที่มีประสิทธิภาพและเป็นระบบในเรื่องดังกล่าวได้อย่างจริงจัง ขณะที่แต่เดิมเป็นต้นมานั้น