
ทั่วสารทิศแห่รับเช็คช่วยชาติอภิสิทธิ์"วอนใช้ประหยัด
"อภิสิทธิ์"จ่ายแล้วเช็คช่วยชาติ ย้ำไม่ต้องการให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแต่ต้องการให้ใช้เงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ชาวบ้านโวยร้อน -เสียเวลา ทั่วสารทิศแห่คึกคัก บางรายถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
เมื่อเวลา 07.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบคำถามในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ หลังร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 39ปี ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลดูแลประชาชนในทุกภาคส่วนและเช็คช่วยชาตินี้ในส่วนของทหารเกณฑ์ ครูเอกชนและองค์กรอิสระก็ไดรับอย่างแน่นอนื และหวังว่าวันนี้เมื่อเงินลงไปถึงมือประชาชนแล้วก็จะมีการจับจ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียน แต่รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย
“ส่วนที่กลุ่มเกษตรกรมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะไม่ได้รับเงินจากโครงการนี้ ความจริงแล้วรัฐบาลมีโครงการในการช่วยเหลือโดยใช้เงินงบประมาณที่มากกว่าด้วยซ้ำ เพียงแต่เป็นคนละวิธีกัน”
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า มาตรการการกู้เงินของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็กู้กันมาแล้วทั้งนั้น เพียงแต่วันนี้มีการหบิยมาเป็นประเด็นทางการเมือง ยืนยันว่ารัฐบาลทำทุกอย่างรอบคอบและชั่งน้ำหนักโดยยึดประประโยชน์สูงสุด เนื่องจากขณะนี้ทุกประเทศประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทยมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 และบางแห่งสูงถึงร้อยละ 20-30
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะสามารถประคับประคองจีดีพีของประเทศไม่ให้ต่ำไปกว่าติดลบ 2.5 ตามที่กระทรวงการคลังประเมินได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่แน่นอน วันนี้มีการวิจารณ์รมว.คลังว่าพูดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา มีการคาดการณ์จีดีพีของประเทศ ตนก็ต้องบอกว่าขณะนี้เศรษฐกินผันผวน ความไม่แน่นอนจึงเกิดขึ้นได้ แต่เราก็พยายามจะทำไม่ให้ติดลบไปมากกว่านี้
ยอมรับว่าไตรมาส 1 -2 และ 3 เราหนักแน่ แต่ไตรมาส 4 ตนยังมองในแง่ดีว่าเศรษฐกิจน่าจะเติบโตได้ ส่วนที่เอกชนประเมินว่าหลังเทศกาลสงกรานต์จะมีการปลดและทำให้มีคนตกงาน 3-4 แสนคนนั้น จากการติดตามตัวเลขของคนตกงานในช่วง ม.ค.-ก.พ.ก็มีมากขึ้น แต่ขณะนี้ตนตั้งข้อสัเกตและแปลกใจว่าทำไมจึงมีตัวเลขการลาออกมาก ซึ่งอาจจะเป็นเพราะถูกบีบ เลิกจ้างซึ่งก็จะติดตามต่อไป ซึ่งมาตรการรองรับรัฐบาลก็ได้เตรียมความพร้อมไว้ ทั้งการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ และโครงการต้นกล้าอาชีพ
จากนั้นในเวลา 08.30 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานตัดริบบิ้นเปิดงาน “โครงการเช็คช่วยชาติ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก” พร้อมมอบเช็คช่วยชาติฉบับแรกให้แก่ ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 คือนางกงใจ หารไชย ครูโรงเรียนเอกชน ซึ่งเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ ทั้งนี้มีประชาชนจำนวนมากมายืนรอเข้าแถวเพื่อรับเช็คดังกล่าว และหากไม่มารับในวันนี้ก็สามารถไปรับได้ที่สำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่ของผู้ประกันตนที่ขึ้นทะเบียนไว้ในระหว่างวันที่ 4-8 เม.ย.และระหว่างวันที่ 20 เม.ย.-15 มิ.ย.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของโลกส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิของไทย โดยเฉพาะผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อย ซึ่งตั้งแต่วันแรกที่รัฐบาลเข้ามาทำงานพยายามทำงานให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลจึงเป็นการเข้ามาดูแลประชาชนในทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร คนว่างงาน ผู้มีรายได้น้อย และสำหรับโครงการเช็คช่วยชาติสิ่งที่รัฐบาลต้องการเห็นคือทำอย่างไรให้เศรษฐกิจหมุนเวียนไปได้ในระดับที่เหมาะสม รัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย แต่ต้องการให้นำไปใช้สอย และบรรเทาความยากลำบาก ทั้งนี้ถ้ามีการนำไปใช้จ่ายจริงก็จะช่วยเศรษฐกิจในภาพรวมได้เพราะเป็นการประตุ้นเศรษฐกิจ
“ ปัญหาวิกฤติเศษฐกิจที่เกิดขึ้นรัฐบาลไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนกหรือตื่นกลัวมากเกินไป เพราะจะทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบรุนแรงมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ตั้งอยู่บนความไม่ประมาทและไม่ต้องการให้ประชาชนประมาทด้วย อีกทั้ง ไม่เชื่อว่าจะมีคนนำเช็คที่ได้ไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย และหวังว่าจะนำไปใช้จ่ายเพื่อหมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง ทุกคนมีส่วนในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ จนสามารถฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ วันนี้จึงอยากให้คนไทยใช้ของไทย กินของไทยและเที่ยวเมืองไทย เพื่อเศรษฐกิจจะได้หมุนเวียน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าชื่อตกหล่นและไม่ได้รับเงิน 2 พันบาท ซึ่งก็จะมีการตรวจสอบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการเปิดงาน นายกรัฐมนตรีได้เดินลงไปทักทายประชาชนที่ยืนเข้าแถวรอรับเช็คช่วยชาติ และเนื่องจากอากาศร้อนและแดดแรงมาก อีกทั้งมีประชาชนจำนวนมาก ได้มีสุภาพสตรีคนหนึ่งแสดงอาการไม่พอใจตะโกนบอกกับนายอภิสิทธิ์ว่าร้อนมาก ทำไมรัฐบาลไม่ใช้วิธีการอื่น ต้องให้ประชาชนมายืนเข้าคิว เสียทั้งเวลา อากาศก็ร้อน พวกตนยอมเสียเงิน 10 -20 บาท เพื่อโอนเงินเข้าธนาคาร ไม่ต้องมายืนรอเสียเวลาทั้งเถ้าแก่และลูกจ้าง ร้อนก็ร้อน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ที่ไม่ทำอย่างนั้นก็เพราะไม่ต้องการให้เสียมูลค่าของเงินไป
รับเช็คช่วยชาติวันแรกลานคนเมืองคึกคัก
บรรยากาศการรับเช็คช่วยชาติ ของผู้ประกันตนตามมาตร 39 และ มาตร 33 ที่อยู่ใน11 เขตพื้นที่ของ กทม. ว่า บรรยากาศตั้งแต่เช้าตรู่มีประชาชนเดินทางมารอกันตั้งแต่เวลา 05.00 น. จับจองพื้นที่รอเข้าคิดรับเช็ค จนถึงช่วงสายเวลาประมาณ 06.30 น. การจราจรตั้งแต่ถนนหลานหลวง ถนนมหาไชย ต่อเนื่องถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนดินสอ เข้าบริเวณลานคนเมือง (เสาชิงช้า) เริ่มติดขัด และติดขัดอย่างหนักเป็นลำดับ
ทั้งนี้เมื่อเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เริ่มเปิดให้รับบัตรคิว ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากทยอยเข้ารับบัตรคิวภายในเต็นท์ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมเอาไว้ ขณะที่บริเวณโดยรอบเต็นท์มีการตั้งบอร์ดรายชื่อผู้มีสิทธิ์ ให้ผู้ประกันตนได้ตรวจสอบรายชื่อเพื่อยืนยันสิทธิ์ และเริ่มรับเช็คได้ตั้งแต่เวลาเวลา 8.00 น. โดยประชาชนเริ่มทยอยต่อแถวรับเช็คภายในเต็นท์จนกระทั่งแถวยาวออกมานอกเต็นท์ ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวแต่ประชาชนก็ไม่ย่อท้อยังอดทนรอรับเช็คกันอย่างสงบ ทั้งนี้ธนาคารกรุงเทพ ได้เตรียมเงินสดล็อตแรก จำนวน 1 ล้านบาทมาด้วย เพื่อเปิดให้บริการแก่ผู้ประกันตนสามารถนำเช็คช่วยชาติ มาขึ้นเงินสดได้โดยไม่มีการหักค่าธรรมเนียมใด ๆ
นอกจากนั้นแล้วห้างสรรสินค้าชื่อดัง อาทิ บิ๊กซี เซ็นทรัล คาร์ฟูร์ เดอะมอลล์ และเทสโก้โลตัส นำสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ นมผง ยาสาระผม สบู่ มาออกร้านจำหน่ายสินค้าในราคาถูกด้วย ซึ่งการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้ามีทั้งการใช้เงินสด และการนำเช็คฯ มาซื้อสินค้าโดยตรง โดยไม่มีการหักค่าภาษีหรือค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด
สำหรับโปรโมชั่นของห้างร้านต่างๆ ก็มีวิธีเรียกลูกค้าที่รับเช็คกันอย่างน่าสนใจ อาทิ เทสโก้ โลตัส หากผู้ประกันตนนำเช็คมาแลก จะได้คูปองเงินสดมูลค่า 500 บาท จำนวน 4 ใบ และได้คูปองเงินสดฟรีอีก 150 บาท นอจากนี้ ยังมีคูปองส่วนลดสินค้ามูลค่า 4,000 บาท ให้เพิ่มเติมรวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 6,000 บาท ส่วน ห้างฯบิ๊กซี จะมีคูปองส่วนลดสินค้ามูลค่ากว่า 1 หมื่นบาท เป็นต้น
ต่อมาเวลา 08.35 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน เช็คช่วยชาติ ฝ่าวิกฤติ เศรษฐกิจโลก ว่า อยากให้ผู้ประกันตนที่ได้รับเช็คช่วยชาติ เอาไปส่งเสริมการใช้จ่ายเพื่อรักษามูลค่ามาตรฐานของการครองชีพ ในช่วงที่ประสบภาวะยากลำบาก และหวังว่าจะนำไปใช้จ่าย หมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจท้องในการท่องเที่ยวในเมืองไทย และหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทยต่อไป จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ได้มอบเช็คช่วยชาติ ใบแรก ให้กับนางกงใจ หารไชย หรือ “ กง ” อายุ 31 ปี ผู้ช่วยครูโรงเรียนอนุบาลสาริน เขตสามเสน กรุงเทพมหานคร(กทม.)
นางกงใจ เปิดเผยภายหลังเป็นผู้โชคดีได้รับเช็คช่วยชาติเป็นคนแรก ว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และตื่นเต้นมากที่ได้รับเช็คเป็นคนแรกและรับจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนได้เดินทางมารอรับเช็คตั้งแต่เวลา 06.45 น. หลังจากที่นายกมอบเช็คให้ กล่าวกับตนว่า ดีใจด้วยที่เป็นผู้โชคดีได้รับเช็คช่วยชาติเป็นคนแรก พร้อมกับถามว่าจะนำเงินส่วนนี้ไปทำอะไรต่อ ซึ่งตนได้ตอบว่า จะนำกลับไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเก็บไว้ส่วนหนึ่ง
“ อย่างไรก็ตามคิดว่าเงิน 2,000 บาทแม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มากนัก แต่ก็รู้สึกดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งสำหรับตนที่ทำงานได้เงินเดือนกว่า 8,000 บาทต่อเดือน ก็ถือว่าช่วยได้มากแล้ว ซึ่งขณะนี้ตนกำลังตั้งท้องได้ 5 เดือนแล้ว และจะนำเงินส่วนนี้ใช้ในการคลอดบุตรด้วย เพราะถือว่าลูกนำโชคมาให้ ” นางกงใจ กล่าวว่า
สำหรับนางกงใจ ที่ได้รับเช็คเป็นคนแรกเนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ ตามมาตรา 39 และมีชื่อขึ้นต้นด้วย ก. จึงเป็นคนแรกที่ได้รับเช็คช่วยชาติครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมอบเช็คช่วยชาติใบแรกแล้วเสร็จ นายอภิสิทธิ์ได้เดินลงจากเวที ไปพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกันตนที่ยืนเข้าแถวรอรับเช็คกันด้วยสินหน้ายิ้มแย้มเป็นเวลาประมาณ 5 นาที จากนั้นได้เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวออกจากลานคนเมืองไปในทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด
ด้านนายเดชไพรวรรณ เงางาม อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ(มาตรา 39) และได้นำเช็คช่วยชาติมาซื้อสินค้าในบูธของห้างบิ๊กซี เปิดเผยว่า นำเช็คมาซื้อนมผงไปให้ลูก สาเหตุที่ซื้อทันทีเนื่องจากสินค้าราคาไม่แพงมาก และไม่ต้องเสียเวลาเสียเงินนั่งรถไปซื้อสินค้าที่ห้างฯ และที่สำคัญกลัวเช็คหล่นหายด้วย ส่วนเงินที่เหลือตนจะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และนำไปใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ จ.สุรินทร์ ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ของ สปส. ได้ปิดรับบัตรคิวในครึ่งแรก เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอเวลาจัดคิวให้กับผู้ระกันตนที่ทยอยมารับเช็คกว่า 2,000 คน ซึ่งจะยังไม่มีกำหนดว่าจะเปิดรับอีกครั้งในเวลาเท่าใด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเปิดรับบัตรคิวจนถึงเวลา 16.00 น. และเปิดให้รับเงินได้จนถึงเวลา 18.00 น. ในวันเดียวกันนี้ด้วย สำหรับผู้ประกันตนที่ไม่สามรถเดินทางมารับเช็คฯ ในวันนี้(26มีนาคม) สามารถมารับได้ที่ลานคนเมืองตั้งแต่วันที่ 26-28 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.00 น. และหากไม่สามารถรับเช็คในวันและเวลาดังกล่าวได้ สามารถรับได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ประกันสังคม ที่ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบอยู่ได้ ในวันและเวลาราชการ หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนหมายเลข 1506
อุตรดิตถ์ถ่ายภาพเช็คเป็นที่ระลึก
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับเช็คช่วยชาติ ตามนโยบายของรัฐบาลวันแรกของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นจุดรับเช็คช่วยชาติจุดใหญ่ของจังหวัด ผู้ประกันตนที่เป็นลูกจ้างตามสถานการณ์ประกอบการต่างๆ ที่มีสิทธิรับเช็คช่วยชาติในงวดแรก ต่างเดินทางมารอรับเช็คก่อนเวลาเปิดทำการ ส่วนใหญ่จัดเตรียมเอกสาร โดยเฉพาะสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนมาเป็นที่เรียบร้อย ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัย จากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อส.)กว่า 50 นาย หลังจากเจ้าหน้าที่เปิดให้บริการเพื่อความรวดเร็วและสะดวก จึงมีการรับบัตรคิว และยื่นตามลำดับ โดยแยกบริการมากถึง 10 โต๊ะ ทำให้เกิดความคล่องตัวใช้เวลาจ่ายเช็คเพียงคนละ 1 นาทีเท่านั้น ประกอบกับเจ้าหน้าที่มีการซักซ้อมความพร้อมมาก่อนหน้านี้แล้ว
นายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวในขณะตรวจความเรียบร้อยของการให้บริการรับเช็คช่วยชาติว่า จังหวัดอุตรดิตถ์เปิดจุดรับเช็คช่วยชาติทั้งผู้ประกันตนและข้าราชการบำนาญทั้งหมด 8 จุด มีผู้มีสิทธิรับเช็คช่วยชาติในงวดแรกซึ่งเป็นลูกจ้างในสถานประกอบการจำนวน 12 , 343 คน ตามมาตรา 39 คือผู้ประกันโดยสมัครจำนวน 12 , 043 คน และข้าวราชการบำนาญ ลูกจ้างในหน่วยงานราชการอีกจำนวน 2 , 225 คน ส่วนในวันแรกนี้กำหนดจ่ายเช็คทั้งหมด 3 , 600 คน โดยแต่ละจุดของการรับเช็คจะมีเจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงเทพ ค่อยให้บริการประชาชนที่มีความประสงค์นำเช็คขึ้นเป็นเงินสดได้ทันที
นางพรทิพย์ เกิดอ่วม อายุ 47 ปี ลูกจ้างโรงงานยาสูบอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เป็นลูกจ้างมาตั้งแต่อายุ 17 ปี รวมอายุการทำงาน 30 ปี ได้รับเงินเดือนๆละ 4 , 000 บาท เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสได้สัมผัสกับเช็ค และเป็นเช็คเงินสดที่ตนเองมีสิทธินำมาขึ้นเงิน ขอบคุณรัฐบาลที่เห็นคุณค่า และความสำคัญของลูกจ้าง หลังจากได้รับเช็คแล้วจะนำไปขึ้นเงินกับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่มารอให้บริการทันที เพราะกลัวจะหาย ความตั้งใจจะทำเงินที่ได้ซื้อข้าวสารไว้รับประทานในครอบครัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบว่าผู้ประกันตนที่รับเช็คช่วยชาติแล้ว ก่อนจะนำออกไปใช้ซื้อสิ่งของ หรือขึ้นเป็นเงินสดกับธนาคาร ได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเช็คไว้เป็นที่ระลึก เพราะส่วนใหญ่เป็นครั้งแรกที่ชีวิตที่มีโอกาสได้รับเช็คเงินสดที่เป็นของตนเอง
นายนพรัตน์ ลำใจ หนึ่งในผู้ประกันตนของบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า มีความตั้งใจไว้ก่อนที่จะเดินทางมารับเช็คแล้วว่า อยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกแต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดมูลค่าแต่อย่างใด จึงใช้โทรศัพท์มือถือที่สามารถถ่ายรูปได้ ถ่ายภาพเช็คช่วยชาติเก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนบรรยากาศการรับเช็คนั้นได้เก็บเป็นภาพเคลื่อนไหว เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้รับเช็คแม้จะเป็นเงิน 2 , 000 บาทก็ตาม
ชาวพิษณุโลก ผิดหวังรับเช็คช่วยชาติขจ่ายพรุ่งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ศาลาประชาคมจังหวัดพิษณุโลก ประชาชนจำนวนมาก ต่างเดินทางมารับเช็คช่วยชาติ โดยเฉพาะผู้ประกันตนในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก ที่จะสามารถรับเช็คได้ในวันที่ 27 มี.ค. โดยสำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก นัดและจะเริ่มจ่ายเช็คให้กับผู้ประกันตนเอง ในวันดังกล่าว แต่ผู้ประกอบการหลายราย ไม่ได้ชี้แจงให้กับผู้ประกันตนทราบถึงการรับเช็คดังกล่าว ทำให้เดินทางมารับในวันนี้ (26 มี.ค.)
ส่วนของสำนักงานประกันสังคมพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ได้ออกไปให้บริการตามจุดอำเภอต่างๆ ทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม ลงมาชี้แจงกับประชาชนให้เข้าใจ ทำให้เกิดการวุ่นวายกันขึ้นที่หน้าศาลาประชาคม
ขณะที่ผู้ประกันตนในอำเภออื่นๆ ภายในจังหวัด สามารถรับเช็คได้ในวันนี้ ที่ศูนย์ประสานแผนองค์การบริหารส่วนจังหวัดของแต่ละอำเภอ ทั้งนี้ จังหวัดพิษณุโลกมีผู้มีสิทธิรับเช็คช่วยชาติจำนวนกว่า 50,000 ราย -
นราธิวาสแห่รับเช็คช่วยชาติวันแรกคึกคัก
เวลา 09.00 น. วันที่ 26 มีนาคม สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนราธิวาส ได้แจกจ่ายเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท ไปยังผู้ประกันตนในวันแรก จำนวน 3,387 คน ในจำนวนผู้มีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ ในรอบแรกระหว่างวันที่26 มีนาคม-30 มีนาคม ทั้งสิ้น 10,175 รายโดยแยกวิธีการส่งเช็คให้ถึงมือผู้ประกันตนไว้ 3 วิธี คือ
ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้จัดเจ้าหน้าที่นำเช็คไปจ่าย ณสถานประกอบการ 8 แห่ง รวม 1,045 ราย , วิธีที่ 2 มอบหมายให้เจ้าหน้าที่จาก4 สำนักงาน คือ จัดหางานจังหวัด , แรงงานจังหวัด , ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงานจังหวัด และ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนำเช็คไปจ่าย ณ จุดนัดพบพร้อมๆ กันใน 4 อำเภอ คือ อ.ตากใบ 447 ราย , อ.แว้ง 158 ราย , อ.บาเจาะ 182 ราย และ อ.ระแงะ 721 ราย ตามลำดับและวิธีที่ 3 ใช้วิธีส่งเจ้าหน้าที่ไปจ่ายเช็ค ณ จุดที่เหมาะสม รวม 834ราย
สำหรับการเดินทางของเจ้าหน้าที่จาก 4 หน่วยงานที่เดินทางไปแจกจ่ายเช็คช่วยชาติแก่ผู้ประกันตน และมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ ณ จุดนัดพบซึ่งเป็นพื้นที่ล่อแหลมและเสี่ยงภัยในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อ.ตากใบ , อ.แว้ง , อ.ระแงะ โดยเฉพาะที่ อ.บาเจาะเพื่อง่ายต่อการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่มารับเช็คนาย สุชีพ สว่างชูลอย ผอ.ศุนย์พัฒนาฝีมือแรงานจังหวัดนราธิวาสได้กำหนดจุดนัดพบให้ชาวบ้านมารับเช็คกันที่ศาลาประชาคมอำเภอ ซึ่งนายเจษฏา จิตรัตน์ นอภ.บาเจาะ ได้จัดกำลัง อส. อำเภอ บาเจาะ มาคอยดูแลความปลอดภัยอยู่โดยรอบของศาลาประชา คม 15 นาย ขณะที่ พ.ต.อ. จำลอง งามเนตย์ ผกก.สภ.บาเจาะ ยังได้ตั้งด่านตรวจค้นอาวุธและวัตถุระเบิดอย่างเข้มงวด ที่หน้าประตูทางเข้าที่ว่าการอำเภอบาเจาะอีกทางหนึ่งด้วย
ทางด้าน นางพาตีเมาะ เจ๊ะโด อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ถนนเพรชเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า ตนเป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราวสำนักงานเทศบาลบาเจาะ และได้ทำประกันสังคมไว้ พอรู้ว่ามีสิทธิ์ที่จะได้มารับเช็คช่วยชาติจำนวน 2,000 บาท ตนรู้สึกดีใจมาก พอรับเช็คแล้วตนก็จะนำไปขึ้นเงินที่ธนาคารกรุงเทพสาขานราธิวาส ทันทีเพื่อนำเงินไปซื้อของใช้และข้าวสารอาหารแห้งกลับไปใช้กับครอบครัวที่บ้าน
ด้านนายสะรี บูแด อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ถนนกำปงจาเราะ ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า หลังจาก รับเช็คจากเจ้าหน้าที่แล้วตนจะรอดูเพื่อนก่อน เพื่อที่จะนัดกับเพื่อนๆอีกหลายคนเดินทางไปขึ้นเงินสดที่ธนาคารพร้อมกัน ซึ่งหลังจากรับเงินแล้วจะนำเงินสดที่ได้ไปซื้อของใช้ให้ลูก โดยตนมีลูก 2 คน คนโตอายุ 5 ขวบและคนเล็กอายุเพียง 2 เดือนซึ่งต้องซื้อนมมาเก็บไว้ ส่วนเงินที่ได้รับนั้นคาดว่าจะช่วยกระตุนเศรษฐกิจภายในจังหวัดนราธิวาสได้เป็นอย่างดี
ด้านนางสาว พารุศซา อุเซ็ง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ถนนเปาเบาะ ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ กล่าวว่า จะนำเงินที่ได้ไปขึ้นเงินทันทีเพื่อนำเงินไปซื้อนมให้ลูกชายซึ่งมีอายุ 22 เดือน พร้อมกับซื้อของใช้ที่จำเป็นไปใช้กับครอบครัว ซึ่งการใช้จ่ายของตนนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุนเศรษฐกิจในจังหวัดโดยเฉพาะร้านค้าและตลาดสดในหมู่บ้านด้วย
สาวโรงงานเมืองคอนคึกรับเช็คช่วยชาติ
เมื่อเวลา 09.30 น.ของวันที่ 26 มี.ค.52 ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช เดินทางเป็นประธานในการมอบเช็คช่วยชาติให้กับพนักงานแปรรูปไม้ยางพารา โรงงานบริษัทมหาชัยพาราวู๊ด และพนักงานบริษัทแมกซี่อัลโตจำกัด ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันในตำบลท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีคนงานที่สังกัดอยู่ในสารบบประกันสังคมกว่า 600 คน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกมีพนักงานโรงงานดังกล่าวรอรับเช็คกันเกือบ 100 เปอร์เซ็น และเมื่อมีการรับเช็คต่าง ก็มีสีหน้ายิ้มแย้มและอ่านเช็คด้วยความตื่นเต้น
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงเทพจำกัดมหาชน ได้ตั้งโต๊ะบริการเบิกจ่ายเงินสดทันที ซึ่งเกือบทั้งหมดของพนักงานได้เบิกเงินสดไปใช้จ่ายแทนการนำเช็คไปแทนเงินสดใช้จ่าย
ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า นครศรีธรรมราชมีผู้ที่อยู่ในข่ายได้รับเช็คช่วยชาติรวม 53,443 คน คิดเป็นเงิน 106,886,000 บาท ในส่วนของโรงงานมหาชัยพาราวูดได้รับรวม 530 คน และแมกซีอัลโต อีกว่า 100 คนรวมเป็นเงินกว่า 1.6 ล้านบาท
ชาวขอนแก่นแห่รับเช็คช่วยชาติวันแรกคึกคักเช่นกัน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแรกของการกำหนดจ่ายเช็คช่วยชาติ พร้อมกันทั่วประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยการนำของ นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่ง ที่ จ.ขอนแก่น นายปราโมทย์ สัจจะรักษ์ ผู้ว่าราชการ จ.ขอนแก่น เป็นประธานในการมอบเช็คช่วยชาติงวดแรก โดยนำมอบให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีลูกจ้างเกินกว่า 100 คน ซึ่งถือเป็นการให้บริการแบบถึงที่ ซึ่งเลือกที่โรงงานแก่นนครคอนกรีต
จากนั้นจึงได้มอบเช็คช่วยชาติให้กับผู้ประกันตนที่ผ่านคุณสมบัติ และลงทะเบียนขอรับเงิน ที่หอประชุมวิทยาลัยอาชีวะศึกษาขอนแก่น และที่สำนักงานประกันสังคมขอนแก่น โดยบรรยากาศทั่วไปเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ ได้มีการตั้งโต๊ะเพื่อขอรับเช็คแลกเป็นเงินสด ในทุกจุดที่มีการรับเช็คช่วยชาติ
นายปราโมทย์ กล่าวว่า ยอดรวมของผู้ที่มายื่นขอรับเงินจำนวน 2,000 บาท ทั่วทั้งจังหวัดและผ่านเกณฑ์คุณสมบัติรวมทั้งหมด 113,741 ราย โดยมียอดผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ของการประกันสังคม 84,747 ราย และผู้สูงอายุ เบี้ยบำเหน็จ,บำนาญ 4,900 ราย โดยยอดเงินทั้งจังหวัดที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนรับเช็คตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. - 8 เม.ย. นี้ รวม 169,494,000 บาท ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ห้างร้านต่างๆ มีการติดป้ายประกาศรับเช็ค ทั้งร้านจำหน่ายเครื่องเขียนและแบบเรียน บ้านจัดสรร ร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ก่อสร้าง อะไหล่ยานยนต์ แม้กระทั่งร้านอาหาร
ด้าน พ.ต.ท.วีระวุฒิ เสียงใส สว.สป.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ได้สั่งการให้สายตรวจจักรยายนต์และสายตรวจเดินเท้า เฝ้าตรวจตราการใช้จ่ายด้วยเช็คช่วยชาติ ที่ผู้ที่ได้รับมานั้นต่างนำมาเลือกซื้อสินค้า ตามห้างสรรพสินค้าและในตลาดสดทั่วไป เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างลงมติกันในการขอรับเช็คช่วยชาติ ซึ่งจะทำให้มียอดเงินสะพัดในระยะนี้หลายล้านบาท ทำให้ตำรวจจะต้องเข้าไปตรวจสอบการใช้เช็ค การให้คำแนะนำวิธีตรวจสอบเช็ค และเลขรหัสของเช็คแต่ละใบ นอกจากนี้ยังมอบไฟแบคไลท์แบบพกพาให้หัวหน้าชุดสายตรวจทำการตรวจสอบเช็ค ทุกใบ เพื่อป้องกันเช็คปลอมที่กลุ่มมิจฉาชีพอาจนำมาปลอมแปลง แล้วใช้ในการซื้อสินค้าด้วย
ประกันสังคมปลื้มเช็คช่วยชาติสงขลา15,656คนฉลุยไร้ปัญหา
วันนี้(26มี.ค.52)นายอุดร ชัยวรากรณ์ ประกันสังคมจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ตามนโยบายช่วยเหลือค่าครองชีพแระชาชนและบุคลากรภาครัฐ ซึ่งมีรายได้ หรือค่าจ้างต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน โดยจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพให้รายละ 2,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น รวมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศผ่านการบริโภคของภาครัวเรือน
ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา จึงออกมอบเช็คช่วยชาติแก่ผู้ประกันตน ณ สถานประกอบการขนาดใหญ่ที่มีลูกจ้างตั้งแต่1,000 คนขึ้นไป โดยนำช็คไปจ่ายให้ที่สถานประกอบการโดยตรง คือบริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด อ.เมือง จ.สงขลา มีจำนวนผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเช็ค 1,540 ราย เป็นเงินจำนวน 3,080,000บาท โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจ่ายเช็คคือ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา โดยมีนายเมธี ณ นคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในการมอบเช็คให้กับผู้ประกันตนตั้งแต่เวลา09.00น.
บริษัท โชติวัฒน์ อุตสาหกรรมการผลิต จำกัด อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้ประกันตนมีสิทธิรับเช็คช่วยชาติจำนวน1,571ราย เป็นเงินจำนวน3,142,000บาท หน่วยงานในการรับผิดชอบการจ่ายเช็คคือ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา สาขาหาดใหญ่ โดยการกำหนดจ่ายเช็คเริ่มตั้งแต่เวลา10.30น.
บริษัท สยามเซมเพอร์เมต จำกัด อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผุ้ประกันตนมีสิทธิได้รับเช็ค 1,967ราย เป้นเงินจำนวน3,934,000บาท หน่วยงานรับผิดชอบในการจ่ายเช็คคือสำนักงานจัดหางานจังหวัดสงขลา โดยการกำหนดจ่ายเช็คตั้งแต่เวลา 09.30น.โดยมีนายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเเรงงาน เป็นประธานในการมอบเช็คแก่ผู้ประกันตน
บริษัทเซฟสกิน คอร์เปอเรชั่น (ประเทศไทย) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเช็ค1,741ราย เป็นเงิน3,482,000บาท หน่วยงวานรับผิดชอบในการจ่ายเช็คคือสำนักแรงงานจังหวัดสงขลา ศูนยืข่าวสารตลาดแรงงาน ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงาน โดยมีการมอบเช็คแก่ผู้ประกันตนตั้งแต่เวลา10.30น.
บริษัททรอปิคอลแคนนิ่ง จำกัด(มหาชน)อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผุ้ประกันตนมีสิทธิรับเช็คจำนวน1,909ราย เป็นเงิน3,818,000บาท หน่วยงานรับผิดชอบในการจ่ายเช็คคือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลา โดยมีรองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นประธานในการมอบเช็คแก่ผู้ประกันตนตั้งแต่เวลา09.30น.
ศูนย์จ่ายเช็ค ณ ห้างสรรพสินค้าไดอาน่า หาดใหญ่ มีผู้ประกันตนมาตรา39 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา สาขาหาดใหญ่ จำนวน7,669ราย และพนักงานของห้างฯที่มีสิทธิรับเช็คจำนวน163ราย รวมทั้งสิ้น7,832ราย เป็นเงินจำนวน15,664,000 บาท นอกจากนี้ยังมีจุดรับมอบเช็คอีก3แห่งที่สำนักงานประกันสังคมไปดำเนินการม็อบเช็ตแก่ผู้ประกันตนคือที่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.หาดใหญ่) บริษัทห้องเย็นโชติวัฒน์สงขลา และบริาทพร็พเพอร์ตี้ แคร์ จ.สงขลา
นายอุดร กล่าวอีกว่า ในวันนี้นี้(26มี.ค.)ในจังหวัดสงขลามีผู้ได้รับเช็คช่วยชาติทั้งสิ้นจำนวน15,656คน คิดเป็นเงิน31,312,000บาท โดยขั้นตอนการดำเนินการมอบเช็คในวันนี้ของจังหวัดสงขลาลุล่วงไปได้ด้วยดี และช่วยให้ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเช็คช่วยชาติสามารถรับเช็คได้เสร็จสิ้นทั้งหมดก่อนเวลาประมาณ15.30น.ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก ภายหลังประเมินว่าอาจจะต้องใช้เวลาถึง17.00น.เนื่องจากหลายฝ่ายต่างมีความกังวลว่าจะเกิดปัญหาในหลายจุดเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสงคมจังหวัดสงขลาต้องปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับประชาชนจำนวนมากเป็นครั้งแรกอย่างไม่เคยมีมาก่อน
นครราชสีมากรูกันเข้าห้างรับเช็คช่วยชาติ
รายงานบรรยากาศ วันแรกของการเปิดโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน และบุคลากรภาครัฐ ในส่วนของผู้ประกันตน ให้ได้รับเช็คช่วยชาติ จำนวน 2,000 บาท โดย สนง.ประกันสังคม จ.นครราชสีมา ใช้พื้นที่ห้องเอ็ม ซีซี ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา ริม ถ.มิตรภาพ เขตเทศบาลนคร นครราชสีมา เป็นสถานที่รับเช็ค ปรากฏว่า มีประชาชนนับพันคน ต่างมารอเข้าแถว เพื่อแย่งเป็นคิวแรกในการรับเช็ค ฯ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะห้างสรรพสินค้า ฯ จะเปิดบริการในเวลา 10.00 น. จึงต้องไปยืนรอใต้ร่มไม้ ใต้หลังคาหลบเงาแดด และทันทีที่ห้าง ฯ เปิดประตู ต่างวิ่งแย่งเข้าไปหวังได้รับเช็ค ฯ เป็นคนแรก ฯ ล่าสุดเวลา 12.00 น. มีผู้ประกันตนมาแสดงสิทธิรับเช็ค กว่า 2 พันคน
ด้านนายปรีชา ลิ้วอั่ว ผู้บริหารสาขาเดอะมอลล์กรุ๊ป ได้เปิดโต๊ะบริการรับแลกเช็คช่วยชาติเป็นบัตรกำนันซื้อสินค้าภายในห้าง ฯ จำนวน เงิน 2,200 บาท พร้อมรับของขวัญหลายรายการ หรือนำเช็คมาแลก บัตรส่วนลดในการซื้อสินค้าประเภทเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์กีฬา มูลค่า 4,300 บาท
น.ส.นิตยา แตะจอหอ พนักงานบัญชี บริษัทโคราชแสงทวี หนึ่งในผู้ประกันตนที่มีสิทธิรับเช็คช่วยชาติ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับเช็คช่วยชาติ โดยมารอตั้งแต่เช้าก่อนห้างเปิดการจ่ายเช็คช่วยชาตินั้น สามารถเพิ่มรายได้ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ นอกจากนี้ขอฝากความต้องการเกี่ยวกับการช่วยเหลือแรงงานไปยังรัฐบาลชุดนี้ว่า ขอให้เพิ่มจำนวนเงินค่าแรงขั้นต่ำให้เพิ่มขึ้น
นายสท้าน แก้วกระโทก พนักงานฝ่ายซ่อมบำรุง บริษัท ช.ดวงใจ กล่าวว่า ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเงิน และมีความซึ้งใจกับรัฐบาลชุดนี้มาก แต่ก็ขอให้รัฐบาลทบทวน และปรับปรุงให้มีสวัสดิการคุ้มครองแรงงานอย่างเป็นธรรม และมีคุณภาพให้เทียบเท่าอาชีพราชการด้วย
ผู้ว่าสตูลมอบเช็คช่วยชาติกู้วิกฤตโลก
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มี.ค.52 ที่ห้องประชุมโต๊ะหยงกง ชั้น3 ศาลากลาง จ.สตูล นายสุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผวจ.สตูล ได้เป็นประธานในพิธีมอบเช็คช่วยชาติให้แก่ข้าราชการบำนาญ จำนวน645 คน และได้เดินทางไปยัง บริษัทผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง จำกัด เพื่อมอบเช็คช่วยชาติให้แก่พนักงานปลากระป๋องจำนวน 900 คน
นายสุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผวจ.สตูล กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่น่ายินดีสำหรับพนักงานทุกคนที่ได้รับการช่วยเหลือค่าครองชีพจากรัฐบาล เป็นเช็คช่วยชาติรายละ 2,000 บาท ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยมีผลทำให้การผลิตสินค้า และบริการลดลง ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาคบริการ ทำให้กระทบต่อรายได้ของประชาชนพนักงานลูกจ้าง ซึ่งมีรายได้ลดลง กำลังซื้อลดลง ทำให้รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องแก้วิกฤตเศรษฐกิจดังกล่าว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการมอบเช็คช่วยชาติในวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเ



