ข่าว

ปณิธานแจง7จว.มีเคลื่อนไหวเลิกฉุกเฉินไม่ได้

ปณิธานแจง7จว.มีเคลื่อนไหวเลิกฉุกเฉินไม่ได้

16 ส.ค. 2553

มติที่ประชุมครม.ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มอีก 3 จังหวัด "เชียงใหม่-เชียงราย-อุบลฯ" "อภิสิทธิ์"ลงนามแล้ว ด้านเลขาสมช.รับไม่อยากเลิก-ห่วงป่วนอีก เชื่อจนท.รับมือไหว นปช.เชียงใหม่ประเดิมเลิกพ.ร.ก.นัดแต่งแดงแสดงพลังทุกวันอาทิตย์

(16ส.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ยกเลิกพื้นที่ประกาศใช้พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มอีก 3 จังหวัดคือเชียงใหม่ เชียงรายและอุบลราชธานี ดังนั้นจะยังเหลือพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกเพียง 7 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี ขอนแก่น อุดรธานี และนครราชสีมา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ก่อนการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณายกเลิกพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะยกเลิกในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย และอุบลราชธานี ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ.เสนอมา ดังนั้นพื้นที่ที่ยังคงไว้ซึ่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ๆ ในภาคอีสาน ส่วนพื้นที่จังหวัดในภาคเหนือจะได้รับการพิจารณายกเลิกไปก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่ยกเลิกในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดูจากสถานการณ์การเคลื่อนไหวว่าลักษณะการเคลื่อนไหวเป็นอย่างไร โดยจะเน้นว่ารุนแรงหรือไม่รุนแรง

 เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าที่ จ.เชียงใหม่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแล้ว ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่ดูที่ลักษณะรูปแบบของความเคลื่อนไหวว่ามีความรุนแรงหรือไม่ แต่ทั้งหมดก็คงต้องรอให้นายสุเทพรายงานสถานการณ์มาก่อน

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมครม.เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน ปรากฎว่าในช่วงท้ายของการประชุมก่อนจะปิดการประชุม นายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้ครม.ทราบเพียงสั้น ๆ ว่า “ ท่านรองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้รายงานให้ผมทราบว่าจะสามารถยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯได้อีก 3 จังหวัดในพื้นที่จ.เชียงใหม่ เชียงรายและอุบลราชธานี ซึ่งผมได้ลงนามไปแล้ว” 

 ด้านนายสุเทพ  รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ ผอ.ศอฉ.ให้สัมภาษณ์ถึงการยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มเติมในบางจังหวัดว่า ได้พิจารณาประเมินสถานการณ์กันเป็นช่วงๆ และฟังจากทุกฝ่าย ในขณะนี้ก็อาจจะมีความเห็นแตกต่างกันอยู่บ้าง เราก็ถือเอาความเห็นโดยรวมว่าพื้นที่ไหนสมควรที่จะพิจารณายกเลิกได้ก็จะพยายาม เพราะนายกรัฐมนตรีให้นโยบายเอาไว้ชัดเจนว่า ประสงค์ที่จะให้ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ต่างๆ ให้เร็วที่สุด แต่ฝ่ายที่มีหน้าที่จะต้องดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองบางส่วนก็ยังมีความกังวลใจอยู่บ้าง ก็ค่อยๆ ทำไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า อย่างกรณี จ.เชียงใหม่ เชียงราย ที่ทั้งแม่ทัพภาคที่ 3 และผู้ว่าฯ ทั้งสองจังหวัดต่างก็เห็นสอดคล้องตรงกันว่าสมควรจะยกเลิก ทาง ศอฉ.จะวางใจพิจารณาปล่อยได้หรือยัง นายสุเทพกล่าวว่า เชียงใหม่ เชียงราย และอุบลราชธานี เป็น 3 จังหวัดที่นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะนายกฯ ได้ประเมินด้วยตัวเอง และเห็นว่า 3 จังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีผลต่อการทำธุรกิจและการท่องเที่ยวของคนในท้องถิ่น

 นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยอมรับว่า 3 จังหวัดที่นายสุเทพเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังคงมีเหตุป่วนที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ แต่ทาง ศอฉ.พยายามที่จะทำให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และเชื่อมั่นว่าเหตุป่วนที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมดูแลได้ ส่วนจังหวัดอื่นทางการข่าวพบว่า ยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่เช่นกัน แต่อาจไม่ปรากฏเป็นสถานการณ์ อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ศอฉ.ยังไม่อยากที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในบางพื้นที่ แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นด้วย โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

 เลขาธิการ สมช.ยังกล่าวว่า สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครจะยังไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในขณะนี้ และ ศอฉ.ยังคงประเมินสถานการณ์อยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การคงไว้ในกรุงเทพฯ เป็นเพราะยังคงมีคดีสำคัญอยู่ใช่หรือไม่ นายถวิลกล่าวว่า ศอฉ.ไม่ได้ประเมินเพื่อยกเลิกเป็นวาระอะไร แต่จะดูตามสถานการณ์ ซึ่งเมื่อดูตามสถานการณ์จริงๆ แล้ว ศอฉ.ก็ยังไม่อยากยกเลิกโดยเร็ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดนปช.แดงเชียงใหม่ เริ่มมีความเคลื่อนไหว โดยแกนนำนปช.แดงเชียงใหม่ นำโดยนายหาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์ นายองอาจ ตันธนสิน นายนพพร พรหมขัติแก้ว พร้อมพวก รวม 10 คนได้มารวมตัวกันที่บริเวณถนนคนเดิน ข่วงประตูท่าแพ ตั้งแต่เย็นวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงวันที่ 16 สิงหาคม พร้อมทั้งนำใบปลิวไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนและพ่อค้า แม่ค้า บริเวณถนนคนเดินและชุมชนต่างๆ เชิญชวนให้ออกมาแสดงพลังในรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่การม็อบ 

 เนื้อหาในใบปลิวมีข้อความชักชวนให้มวลชนมารวมตัวกันทุกบ่าย ไปจนถึงช่วงเย็นวันอาทิตย์ ในชื่อกิจกรรม "วันอาทิตย์สีแดงที่เชียงใหม่" ตั้งแต่วันอาทิตย์หน้าเป็นต้นไป (22 ส.ค.) โดยเชิญชวนมวลชนและพ่อค้า แม่ค้า ถนนคนเดินท่าแพ สวมเสื้อสีแดงมาจับจ่ายซื้อของเดินเที่ยวและขายของที่ถนนคนเดินทุกวันอาทิตย์  

 ใบปลิวดังกล่าวยังแจ้งข่าวเชิญชวนให้มวลชนมาร่วมกิจกรรม "แดงท่องเหนือ ช็อปหมู่เฮา" ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ บก.ลายจุด หรือนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มนปช.จะสัญจรมาจัดกิจกรรมดังกล่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่ จ.เชียงใหม่ โดยอ้างวัตถุประสงค์เพื่อเชิญชวนแดงทั่วประเทศ มาท่องเที่ยวอุดหนุนสินค้าที่ถนนคนเดินเชียงใหม่  

ปณิธานแจง7จว.เลิกฉุกเฉินไม่ได้เหตุมีเคลื่อนไหว

 นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุมครม. ว่า หลังจากนี้สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)จะรับแนวทางของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ทยอยยกเลิกพรก.ฉุกเฉินไปปฏิบัติ โดยใน 3 จังหวัดที่ยกเลิกล่าสุดคือเชียงใหม่ เชียงราย และอุบลราชธานี นั้นไม่ใช่ว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหว แต่สามารถใช้กฎหมายปกติได้ ส่วนใน 7 จังหวัดที่ยังไม่ยกเลิกนั้นยังพบว่าแกนนำยังมีการติดต่อพบปะกัน บางพื้นที่ถึงขั้นเปิดโรงเรียนอบรม โดยเฉพาะในปริมณฑลนั้นนายกฯได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุขไปสำรวจอารมณ์ความรู้สึของประชาชนที่เคยมาร่วมชุมนุมทั้งที่ได้รับบาดเจ็บและไม่ได้รับบาดเจ็บ ว่ามีปฏิกริยากับรัฐบาลและมีความคิดอย่างไรกับการคงพรก.ฉุกเฉิน เพราะคนทั้งสองกลุ่มจะมีความคิดไม่ตรงกัน

“เฉลิม”ลั่นลงลุยจว.ภาคเหนือแน่หลังเลิกพรก.

 ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าพรรคมีนโยบายลงพื้นที่แน่ น่าจะไปที่ จ. เชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา ช่วงศุกร์เสาร์ อาทิตย์ ตนพร้อมไป เรื่องนี้ไม่ได้ท้าทาย เพราะเป็นการเปิดปราศรัยพบปะประชาชน สุดท้ายรัฐบาลก็ต้องยกเลิกเพราะทั่วโลกไม่ยอมรับ

 เมื่อถามถึงกรณีแกนนำพรรคภูมิใจไทยพร้อมที่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลครั้งหน้า ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทย พูดเช่นนั้นจริง ก็ขอขอบคุณ เพราะเขาคงรู้ว่าพรรคเพื่อไทย จะชนะเพราะการเมือง เป็นเรื่องมีความเป็นไปได้ ซึ่งตนยังมั่นใจว่าจะได้ 255 เสียง เพราะทุกคนอยากให้ความเป็นธรรมกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและเอารัฐธรรมนูญ ปี 2540 กลับมาใช้ แต่ก็ได้ข่าวพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะได้ 240 เสียงแต่ต้องนับเงาไปด้วย