
ผกก.มั่นใจแกะรอยคนร้ายเจาะเซฟร้านทองได้
ตำรวจสภ.นครหลวง ประชุมสางคดี เจาะเซฟฉกทองหนัก 500 บาท เบื้องต้นมุ่งร้านขายถังแก๊สในพื้นที่ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการตัดทำลาย เพื่อที่จะเป็นเบาะแสไปสู่ตัวคนร้าย ส่วนผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในข่ายมีด้วยกัน 2 ราย สั่งประกบติดแล้ว
(16ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าคดีคนร้ายเจาะเซฟกวาดทองไปกว่า 500 บาท ภายในร้านทองเยาวราชนครหลวง ต.บางพระครู อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เหตุ 22.30 น. วันที่ 14 ส.ค. โดยที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวสองชั้นอยู่ริมถนน โดยคนร้ายได้ใช้เครื่องตัดเหล็กแบบไฟฟ้า ตัดเป็นรูขนาดใหญ่ จากนั้นได้งัดประตูห้องเก็บทองรูปพรรณ ซึ่งภายในห้องดังกล่าวมีตู้เซฟขนาด 3 คูณ 3 เมตร เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายมีด้วยกัน 2 คน
ล่าสุดเวลา 09.30 น.วันนี้ พ.ต.อ.ประเวศน์ ตันสมบูรณ์ ผกก.สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เรียกชุดสืบสวนสภ.นครหลวง เข้าประชุม เพื่อหาแนวทางการสืบสวนหาตัวคนร้าย โดยที่ประชุมได้แจกจ่ายรูปถังแก๊สปิกนิคขนาด 4 ก.ก.ที่พบด้าหลังร้านที่เกิดเหตุ โดยให้ชุดสืบสวนออกไปสืบสวนที่มาของถังแก๊ส ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการซื้อในพื้นที่เพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการตัดทำลาย เพื่อนำสู่การตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้
ขณะเดียวกันยังได้มีการสั่งการให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านสะดวกซื้อ สองสามแห่งในพื้นที่ เพื่อติดตามตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งขณะนี้ตำรวจมีภาพและประวัติอยู่ในมือ 2 คน เป็นคนที่มีประวัติและมีพฤติกรรมเรื่องการโจรกรรม โดยขณะนี้ให้ชุดสืบสวนประกบและติดตามตัวอยู่ นอกจากนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ที่สร้างห้องนิรภัยซึ่งเป็นชาว จ.สุพรรณบุรี มาสอบสวน รวมทั้งคนที่อยู่ในบ้านทั้งหมด
พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวว่า จากการสอบสวนข้อเท็จจริงจากนายนิทัศน์ เปี่ยมพลพาน เจ้าของบ้านทราบว่า ไม่เคยนอนที่ร้าน เมื่อเลิกขายทองแล้วปิดร้านก็จะไปนอนที่บ้านใน อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้ขึ้นตรวจสอบที่ชั้นสองของอาคารก็ไม่พบว่ามีเครื่องนอนแต่อย่างใด มีเพียงห้องโล่งๆเท่านั้น นอกจากนี้ที่ผ่านมานายนิทัศน์ ยืนยันว่าไม่เคยให้ใครเข้าไปหลังร้าน แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจก็ไม่ยอมให้เข้าไปตรวจ
ส่วนทองรูปพรรณนั้นยังยืนยันว่าอยู่ที่ 500 บาท โดยมั่นใจว่าคนร้ายยังไม่ได้นำไปขายเนื่องจากมีสัญลักษณ์ที่ตะขอรูปพรรณ ซึ่งหากนำไปหลอมแล้วนำไปจำหน่าย ก็ต้องมีที่มาที่ไปก็คงทำได้ยาก ขณะนี้ได้สอบสวนเพื่อนบ้านข้างเคียงไปเกือบทั้งหมด รวมทั้งยังมีคนที่เจ้าของร้านสงสัยอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ยังไม่ขอบอกว่าเป็นกลุ่มใด อย่างไรก็ตามแนวทางการสอบสวนและสืบสวน ขณะนี้มุ่งไปตามแนวทางที่ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.1 ได้สั่งการไว้ คือการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐาน ซึ่งได้หลักฐานคือ ปะแจสำ หรับใช้กับเครื่องยนต์จำนวน 1 ตัว ถังแก๊ส และขวดเครื่องดื่ม เพื่อนำไปประกอบการเก็บลายนิ้วมือแฝง นอกจากนี้กำลังติดตามที่มาขออีเตอร์หรือตัวขุดที่ตกในที่เกิดเหตุ ซึ่งน่าจะเป็นของที่ซื้อมาใหม่เช่นกัน รวมถึงตะขอรูปตัวแอลที่พบด้วย



