ข่าว

“บึงกาฬ”ว่าที่จังหวัดน้องใหม่

“บึงกาฬ”ว่าที่จังหวัดน้องใหม่

16 ส.ค. 2553

ไม่ว่าการตั้งจังหวัดใหม่เพิ่มจะเป็นการแก้ดวงเมืองด้วยหรือไม่ก็ตาม และจังหวัดที่เพิ่มขึ้นใหม่นี้ควรจะเป็นจังหวัดที่ 76 ไม่ใช่ 77 เพราะไม่รวมกรุงเทพฯ และพัทยา ที่เป็นเขตปกครองพิเศษ ตามที่มีการแย้งถึงก็ตาม

 บึงกาฬ ก็ยังเป็นที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ที่อาจไม่ค่อยมีคนรู้จักนัก ไม่ว่าจะด้วยทำเลที่ตั้งและสังคมเศรษฐกิจความเป็นอยู่ของผู้คนภายในที่เจริญเติบโตรวดเร็วไม่แพ้จังหวัด อำเภอใหญ่หลายๆ แห่ง

 ในจำนวน 17 อำเภอ ของ จ.หนองคาย บึงกาฬเป็นอำเภอขนาดใหญ่ อยู่ตรงข้ามกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ของลาว ทางทิศเหนือ โดยมีน้ำโขงคั่นกลาง

 ตามประวัติกล่าวว่า เดิม “บึงกาฬ” สะกดว่า “บึงกาญจน์” ที่หมายถึง บึงทอง อยู่ในเขตปกครองของ อ.ไชยบุรี จ.นครพนม
 ในปี พ.ศ.2459 ทางการได้ยุบ อ.ไชยบุรี ลงเป็น ต.ไชยบุรี ไปขึ้นกับ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และตั้ง ต.บึงกาญจน์ ขึ้นเป็น “อ.ไชยบุรี” ขึ้นกับ จ.หนองคาย แล้วย้ายที่ว่าการอำเภอไชยบุรี จากบริเวณปากลำน้ำสงครามมาตั้งที่บ้านบึงกาญจน์ ริมแม่น้ำโขงตรงข้ามบ้านบริคัณฑ์ แขวงเวียงจันทน์ ของลาว

 ต่อมา พ.ศ.2475 เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยได้เดินทางมาตรวจราชการ พบว่าบึงที่ชาวบ้านเรียกว่า บึงกาญจน์ เป็นบึงใหญ่ ขนาดกว้าง 160 เมตร ยาว 3 กิโลเมตร มีน้ำขังตลอดปี ชาวบ้านได้อาศัยน้ำในบึงบริโภคและใช้สอย เป็นที่รู้จักกันทั่วไป จึงได้มีการเสนอเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “อ.บึงกาญจน์”

 จนกระทั่งทางราชการเห็นว่าชื่อ “บึงกาญจน์” ที่แปลว่า น้ำทอง หรือบึงทอง นั้น ไม่เข้ากับสีของน้ำจริงที่ออกสีคล้ำ จึงคิดชื่อให้ใหม่ เป็น “บึงกาฬ” ที่แปลว่า น้ำดำ หรือ บึงดำ (กาฬ แปลว่า ดำ) แล้วใช้กันมาถึงปัจจุบัน
 
 บึงกาญจน์ในความหมายของชาวบ้าน นับเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อวิถีชีวิตดุจดั่งทอง แม้ไม่ได้เป็นสีทองอย่างที่เห็น ชื่อที่เปลี่ยนไปจึงไม่ได้เปลี่ยนบทบาทสำคัญของแหล่งน้ำแห่งนี้ แค่ให้ภาพลักษณ์อย่างที่คนนอกดูได้ด้วยตาเท่านั้น
         
เรือนอินทร์ หน้าพระลาน