
สิงคโปร์ภูมิใจเป็นสังคมเอื้ออาทรเศรษฐี-ชนชั้นกลางยื่นมือช่วยผู้ยากไร้
สิงคโปร์-สิงคโปร์กำลังจะเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปีแห่งเอกราชในเดือนนี้ ด้วยความภาคภูมิใจจากการเปลี่ยนผ่านเป็นชาติมั่งคั่งที่สุดแห่งเอเชีย และแนวคิดแบ่งปันความร่ำรวยสู่สังคมที่กำลังได้รับการตอบรับมากขึ้นเรื่อยๆ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (15 ส.ค.) อ้างตัวเลขจากศูนย์อาสาสมัครและเอื้ออาทรแห่งชาติของสิงคโปร์ (เอ็นวีพีซี) ว่ายอดเงินบริจาคเข้าองค์กรการกุศลเพิ่มขึ้นจาก 381 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์(ราว 9,480 ล้านบาท) ในปี 2544 เป็น 687 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว1.71หมื่นล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว จำนวนนี้รวมทั้งมูลนิธิเหลียน ที่ก่อตั้งโดยครอบครัวมหาเศรษฐีนายลี โปห์ หว่า วัย 40 ปี ซึ่งมีต้นตระกูลคือนายเหลียน หยิง โจว ผู้ก่อตั้งธนาคารโอเวอร์ซีส์ ยูเนียน (โอยูบี) เช่นเดียวกับครอบครัวมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยจากธุรกิจการค้าและธนาคารหลายรายที่ได้ก่อตั้งมูลนิธิทำประโยชน์เพื่อสังคมอีกมากมาย
ชนชั้นกลางสิงคโปร์ได้เข้ามามีส่วนร่วมทำงานอาสาสมัครมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน นายเควิน ลี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาของเอ็นวีพีซีกล่าวว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจำนวนอาสาสมัครเพิ่มขึ้นจาก 9.3% ในปี 2543 เป็น 16.9% ในปี 2551 โดย 16.9% หรือคิดเป็นจำนวน 5.9 แสนคนนี้ได้ทุ่มเทเวลาเพื่อสังคมรวมกัน 45 ล้านชั่วโมง
นายลี ยังได้กล่าวชื่นชมคนรุ่นใหม่เป็นพิเศษ เนื่องจากการเข้ามาทำงานเป็นอาสาสมัครของเหล่าเยาวชน ได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลายปีมานี้ โดยประมาณว่าอยู่ที่ 23% ขณะที่เด็กนักเรียนที่ออกระดมเงินให้องค์กรการกุศลจากประชาชนทั่วไปในช่วงสุดสัปดาห์นั้นก็แทบจะไม่พบกับการปฏิเสธเลย
อาสาสมัครสิงคโปร์ยังมีโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในต่างแดนด้วย อย่างมูลนิธิเหลียนได้ทำโครงการแบบที่ยังไม่เคยมีมาก่อน เช่น การติดตั้งแพสุขาให้แก่ชาวบ้านกัมพูชาที่อาศัยในทะเลสาบเขมร และให้ทุนสนับสนุนโครงการจัดทำดัชนีคุณภาพความตาย เพื่อให้ผู้คนตระหนักในสวัสดิภาพของผู้ป่วยระยะสุดท้ายทั่วโลก



