
เอสเอ็มอีแบงก์เร่งปล่อยกู้ผู้ค้าราชประสงค์เกิน1ล้าน
เอสเอ็มอีแบงก์เตรียมออกเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการรายย่อยราชประสงค์ยื่นกู้ส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทภายในเดือนสิงหาคมนี้ เผยมีเงินเหลือ 4,000 ล้านบาทหลังให้รายย่อยกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทไปแล้ว พร้อมเร่งเพิ่มสภาพคล่องช่วยเหลือท่องเที่ยวให้หมดอีก 1.5 พันล้านภายใน 2-3 เดื
นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ธนาคารจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยย่านราชประสงค์ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองทั้งรายใหม่และรายเก่าขอยื่นกู้เงินเสริมสภาพคล่องในส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีวงเงินเหลืออีก 4,000 ล้านบาทจากที่ได้รับอนุมัติก้อนที่สองจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) 5,000 ล้านบาท เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายย่อยยื่นกู้เข้ามาแล้วในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่ได้รับจากวงเงินกู้ก้อนแรก ส่วนวงเงินที่เหลือคาดว่าน่าจะเพียงพอรองรับความต้องการของผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังต้องการสภาพคล่องไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจ
ส่วนวงเงินก้อนแรก 5,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ธนาคารได้อนุมัติวงเงินปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยครบเต็มวงเงินแล้ว โดยช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งสิ้น 10,300 ราย เฉลี่ยขอกู้เงินรายละ 5 แสนบาท จากที่กำหนดให้กู้ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท ส่วนวงเงินก้อนที่สองอีก 5,000 ล้านบาทที่ได้รับอนุมัติจาก ครม.ให้ขยายวงเงินปล่อยกู้เพิ่มอีกไม่เกิน 3 ล้านบาท น่าจะดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้
"ขณะนี้กำลังสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการวงเงินกู้เกิน 1 ล้านบาทว่ามีมากน้อยเพียงใด โดยภายในเดือนสิงหาคมจะประกาศหลักเกณฑ์การยื่นกู้ได้ โดยจะเปิดโอกาสให้ทั้งรายเดิมและรายใหม่ เพราะการปล่อยกู้เกิน 1 ล้านบาทจะมีเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณา มองว่าวงเงินที่เตรียมไว้น่าจะเพียงพอรองรับความต้องการหรือบวกลบไม่น่าจะเกินพันล้านบาท" นายโสฬส กล่าว
นายโสฬส กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในธุรกิจท่องเที่ยวยื่นขอกู้เงินเข้ามาประมาณสัปดาห์ละ 20-30 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในต่างจังหวัด และเฉลี่ยได้รับอนุมัติเงินกู้รายละ 2 ล้านบาท จากที่กำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยขณะนี้มีวงเงินเหลือประมาณ 1,500 ล้านบาท คาดว่าจะเพียงพอรองรับความต้องการของผู้ประกอบการที่ยังขาดสภาพคล่องในช่วง 2-3 เดือนนี้ เนื่องจากมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวและคาดว่าในช่วงปลายปีการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นน่าจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม



