
ธ.ก.ส.รุกตรวจสต็อกตีค่าชดเชย
ธ.ก.ส.รุกออกสำรวจสินค้าในโครงการรับจำนำของรัฐบาล ก่อนตีราคาเบิกค่าเสียหายจากครม. ลั่นหากตรวจแล้วไม่พบสินค้าในสต็อกต้องเอาเรื่องถึงที่สุด
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลผลิตการเกษตรตามนโยบายรัฐบาล ได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อลงไปสำรวจรายละเอียดสินค้าเกษตรที่รัฐบาลได้รับจำนำมาทั้ง 13 โครงการให้ชัดเจน และตีมูลค่าราคา ณ ปัจจุบันอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาชดเชยเงินคืนให้ ธ.ก.ส.ต่อไปในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ การเสนอขอเงินชดเชยจากครม. มี 2-3 เรื่องที่ต้องให้พิจารณา คือการดูแลต้นทุนการดำเนินงาน และการบริหารจัดการโครงการ ซึ่งในส่วนการบริหารจัดการโครงการ รัฐบาลได้จ่ายชดเชยให้เป็นปกติอยู่แล้ว จึงไม่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติตลอดช่วงที่ดำเนินโครงการต่างๆ แต่ในส่วนการดูแลต้นทุน ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพราะราคาสินค้าที่รับจำนำมานั้น ส่วนใหญ่รัฐบาลจะรับจำนำสูงกว่าราคาตลาด 20-30% ทำให้เกษตรกรปล่อยให้สินค้าเกษตรหลุดการรับจำนำโดยไม่มาไถ่ถอนคืน ยิ่งรัฐบาลระบายสินค้าช้า ก็ทำให้คุณภาพของสินค้านั้นลดลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ขาดทุนขึ้น และต้องดูด้วยว่า รัฐบาลจะมีกำลังในการจ่ายชดเชยมากน้อยแค่ไหน
“ธ.ก.ส.มียอดสินเชื่อจากการรับจำนำทั้งสิ้น 176,153 ล้านบาท จาก 13 โครงการ เบื้องต้นพบว่า มีสินค้าที่หลุดจำนำทั้งสิ้น 9 หมื่นกว่าล้านบาท ทำให้ธ.ก.ส.ขาดทุนจากการดำเนินโครงการ 8 หมื่นล้านบาท โดยคณะอนุกรรมการ ต้องออกไปสำรวจดูว่าแต่ละโครงการที่รัฐบาลรับจำนำนั้น ในกรณีที่ไม่มีสินค้าคงเหลือในสต็อกแล้ว ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นว่ามีกว่า 1 หมื่นล้านบาทนั้น คงต้องขอเงินชดเชยคืนภายใน 1 ปี หรือในปีงบประมาณ 2554 และผมเห็นว่า คงต้องมีเรื่องแน่ ถ้าตรวจแล้วพบว่าไม่มีสต็อกสินค้าค้างอยู่ ส่วนโครงการใดที่ยังมีสต็อกสินค้าคงคลังอยู่ จะขอชดเชยภายใน 5 ปี” นายลักษณ์ กล่าว
สำหรับคณะอนุกรรมการดังกล่าวจะมีผู้แทนจาก ธ.ก.ส.เป็นประธาน มีอนุกรรมการประกอบด้วย ผู้แทนกรมการค้าภายใน กรมบัญชีกลาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) สำนักงบประมาณ องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดกลางเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ ก่อนสนอคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้งภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเสนอ ครม.ต่อไป



