ข่าว

 พิพาทไทย - เขมร

พิพาทไทย - เขมร

16 ส.ค. 2553

การขอเลื่อนประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-เขมร (จีบีซี) ครั้งที่ 7 ซึ่งกำหนดจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคมนี้ โดย พล.อ.เตีย บัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา อ้างว่าช่วงเวลาการประชุมไม่สะดวก

 และจากการพูดคุยสองฝ่าย เห็นว่าบรรยากาศไม่เหมาะสมที่จะมีการประชุม เนื่องจากประชาชนที่สนับสนุนทั้งสองประเทศยังมีความเคลื่อนไหวอยู่นั้น ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งที่แสดงถึงความไม่พึงพอใจของเขมรที่มีต่อทางการไทย โดยเฉพาะในประเด็นปราสาทพระวิหารและบริเวณพื้นที่ทับซ้อน และแน่นอนว่า แนวทางที่ทั้งสองประเทศจะเจรจากันในอนาคตก็ย่อมติดขัด และเป็นไปในทางที่เป็นปฏิปักษ์กันมากยิ่งขึ้น

 คนเขมรที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บนพื้นที่ทับซ้อน ย่อมต้องถูกทำให้เข้าใจว่านั่นคือแผ่นดินของกัมพูชา อย่างน้อยสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของเขา ก็ไม่เคยยอมรับว่าเขมรรุกเข้ามาในดินแดนไทย ความเข้าใจนี้หนักแน่นยาวนานอยู่ในหมู่คนเขมร ภายใต้สมเด็จฮุน เซน ในขณะที่นโยบายและท่าทีของรัฐบาลไทยก็เปลี่ยนแปลงไปตามผู้นำซึ่งเมื่อเกิดกรณีพิพาทว่าด้วยการสถาปนาปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ประเทศไทยก็เปลี่ยนรัฐบาลมาถึง 3 รัฐบาล 3 นายกรัฐมนตรีแล้ว ฉะนั้นความกังวลห่วงใยของกลุ่มประชาชนผู้รักชาติว่า คนเขมรจะถือสิทธิ์เหนือดินแดนไทย และพากันอพยพมาตั้งถิ่นฐานเหมือนเช่นคนยิวที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานบนแผ่นดินปาเลสไตน์ จนสามารถก่อตั้งประเทศอิสราเอลบนพื้นที่พิพาทได้ จึงมีความเป็นไปได้

 ตลอดระยะเวลาแห่งการพิพาทว่าด้วยอธิปไตยเหนือดินแดน อันเป็นที่ตั้งปราสาทพระวิหาร สมเด็จฮุน เซนไม่เคยมีท่าทีในการยอมรับหรือแสวงหาทางออกร่วมกับรัฐบาลไทยอย่างสันติวิธีเลย ตรงกันข้ามกลับแสดงความแข็งกร้าวมากขึ้น พยายามดึงองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน เขาออกแถลงการณ์ตำหนิท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่านายกรัฐมนตรีไทยไม่มีภาวะผู้นำ และมีท่าทีที่เห็นด้วยกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกัมพูชา อีกทั้งยังไม่มีความจริงใจในการบังคับใช้บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกปี 2543

 วาทกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง มีโอกาสเกิดขึ้นเสมอ เพราะท่าทีของชาติเล็กๆ อย่างเขมร ที่แสดงถึงความมีศักดิ์ศรี และไม่เกรงกลัวชาติใหญ่ อย่างประเทศไทย ย่อมเป็นเสถียรภาพทางการเมืองของสมเด็จฮุน เซนเอง รัฐบาลไทยก็จำเป็นจะต้องใช้ความอดทน อดกลั้นต่อการยั่วยุของผู้นำเขมรในทุกกรณี ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและการบุกรุกเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย หาใช่เรื่องที่สมควรยินยอม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนไทยจะต้องเอาเป็นเอาตาย และเร่งรัดกดดันรัฐบาลให้แก้ปัญหาโดยฉับพลันทันที เพราะการที่จะทำเช่นนั้นได้ สงครามเท่านั้นที่เป็นคำตอบ