
90 ปีป๋าเปรม
พ.ศ.2543 - 10 ปีที่แล้ว ครั้งที่ ป๋าเปรม มีอายุครบ 80 ปี ผู้รับทุนการศึกษาจากท่านได้ช่วยกันจัดทำหนังสือ บันทึกความรู้สึกผู้รับทุนการศึกษา พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ขึ้น และนี่คือบางความรู้สึกในนั้น...พันเอกวิชัย แชจอหอ (ปัจจุบันพลตรี ผู้บังคับการจังหวัดท
“...หากถามถึงความรู้สึกที่มีต่อ ฯพณฯ พลเอก เปรม ผมตอบได้ทันทีเลยว่าผมรักเคารพและเทิดทูนบูชาท่านเสมือน “พ่อ” ผู้ให้กำเนิดผมคนหนึ่ง เพราะความสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงานและครอบครัวของผมทุกวันนี้มีรากฐานมาจากการศึกษา โดยมี ฯพณฯ พลเอกเปรม เป็นผู้อุ้มชูดูแลเรื่องทุนการศึกษาแก่ผมมาโดยตลอด นับตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งสำเร็จโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นับได้ว่า ฯพณฯ พลเอกเปรม เป็นผู้สร้าง ผู้ชุบ ผู้ให้โอกาสและให้อนาคตแก่ผมจาก เด็กชายวิชัย แชจอหอ จนมาเป็น พันเอกวิชัย แชจอหอ ทุกวันนี้ และด้วยสำนึกที่ว่า ฯพณฯ พลเอกเปรม เป็นผู้มีพระคุณอย่างใหญ่หลวงยิ่งจนไม่สามารถตอบแทนให้หมดสิ้นในชาติเดียวภพเดียวได้ ดังนั้นในทุกครั้งเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม ผมจะเข้าไปบรรจงกราบแทบเท้าท่านด้วยความตั้งใจและเต็มใจโดยไม่ลังเล ด้วยคิดว่าเป็นการกราบบุคคลที่มีพระคุณ บุคคลที่ผมรัก ผมเคารพ...”
นายแพทย์จันทร์โท ศรีนา (ปัจจุบันผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ ขอนแก่น)
“...ทุนที่ได้รับช่วยเสริมทุนทรัพย์ที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ให้พอเพียงที่จะพยุงให้เรียนต่อจนจบชั้นปริญญาได้ เป็นเสมือนผู้ชุบชีวิตใหม่ให้เด็กจนๆ ในชนบทได้มีโอกาสเรียนต่อจนจบปริญญาได้ และถ้าไม่มี ฯพณฯ พลเอกเปรม คงเรียนได้สูงสุดแค่มัธยมต้น แล้วออกมาทำนา ทำไร่ หรือลูกจ้างเท่านั้น”
นายแพทย์สุทธิพงษ์ ปาระคะ (ปัจจุบันนายแพทย์ผู้ชำนาญการ โรงพยาบาลศรีสังวร สุโขทัย)
“พ่อแม่มีอาชีพทำนา มีรายได้เดือนละประมาณ 500 บาท มีพี่น้อง 3 คน ได้รับทุนพลเอกเปรม สนับสนุนตั้งแต่เรียนมัธยมต้น มัธยมปลาย และมหาวิทยาลัย ทำให้สามารถศึกษาได้จบระดับมหาวิทยาลัย หากไม่ได้รับทุนจะไม่มีโอกาสได้ศึกษาต่อ เพราะพ่อแม่มีรายได้เดือนละ 500 บาท ขณะที่การเรียนในสถาบันต้องใช้เงินสนับสนุนมากกว่าเดือนละ 1,500 บาท ท่านเปรียบเสมือนพ่อพระที่ช่วยเด็กผู้ขาดโอกาสเนื่องจากไม่สามารถเลือกเกิดได้ ทำให้ครอบครัวและผู้รับทุนสามารถดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขหลังจากผู้รับทุนได้ทำงานหรือประสบผลสำเร็จ”
นางสาวสถาพร กมล
“ข้าพเจ้าศึกษาในสถาบันราชภัฏอุบลราชธานีได้เพราะสอบเข้าได้ แต่ไม่มีเงินไปจ่ายค่ามอบตัวและเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามระเบียบสถาบันฯ มารดาต้องไปยืมเงินเพื่อนบ้านเมื่อมอบเป็นนักศึกษา ระดับอุดมศึกษาก็ไม่มีเงินค่าเทอม ค่าหอพัก และค่าดำรงชีพ จึงเข้าไปปรึกษาอาจารย์ฝ่ายแนะแนวสนเทศและบริการอาชีพ อาจารย์ได้ให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาตลอดจนจัดหาทุนมูลนิธิพลเอกเปรมฯ ให้ ในระหว่างที่ยังไม่ได้ทุนนี้ ข้าพเจ้าก็ผ่อนผันค่าเทอมกับทางสถาบัน การดำรงชีวิตก็ต้องประหยัดสุดๆ อดมื้อกินมื้อ ลำบากมาก
ขอขอบคุณ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ที่ท่านเมตตาให้ทุนนี้กับคนที่กำลังหมดหวังในชีวิตได้มีเงินเรียนต่อ มีเงินจ่ายค่าหอพัก มีอาหารการกินครบทุกมื้อ
ขอเรียกท่านว่า “พ่อ” เพื่อทดแทนความรู้สึกความเมตตาที่ท่านมีให้ข้าพเจ้าตลอดมา”
ปีนี้ “ป๋าเปรม” ของพวกเขามีอายุครบ 90 ปี พลตรีวิชัย แชจอหอ และนายแพทย์จันทร์โท ศรีนา และผู้เคยรับทุนอีกหลายท่านจึงได้ปรึกษาและเห็นชอบร่วมกันเชิญชวนผู้ที่เคยรับทุนและผู้ที่กำลังรับทุนทั้งจากท่านโดยตรงและผ่านมูลนิธิพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งมีอยู่จำนวนมากทั่วประเทศมารวมตัวกันเพื่อแสดงมุทิตาจิตต่อท่าน ณ บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ กทม. ในวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553 นี้ เวลา 10.00 น. โดยมีมูลนิธิรักเมืองไทยเป็นศูนย์กลางติดต่อประสานงาน โทร.0-2628-5276
นอกจากร่วมแสดงมุทิตาจิตต่อ “ป๋าเปรม” แล้ว พวกเขาจะมายืนยันต่อท่านด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพวกเขาล้วนมุ่งมั่นทำแต่ความดีเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินตามปณิธาน “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” ของท่าน และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป...
จึงขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน
บัญชร ชวาลศิลป์



