
เมืองไทยภัยมีทุกมิติ
เมื่อบ้านเมืองอยู่ในความรับผิดชอบของนักการเมือง ไม่มีวิกฤติเสื้อแดงคุกคามให้เห็นชัด จึงเกิดความวางใจเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่มีข่าวตลอดเวลาว่าการปลุกระดมมวลชนแดงนั้นยังเป็นไปอย่างคึกคัก ในพื้นที่นอกเขตการบังคับใช้ของประกาศภาวะฉุกเฉิน
เมื่อรัฐบาลไม่รู้สึกฉุกเฉิน ก็เริ่มคิดยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในบางพื้นที่ แม้จะรู้ว่าเป็นฐานที่มั่นสำคัญ อย่างเช่นเชียงใหม่และเชียงราย มีเครือข่ายกว้างขวาง ขณะที่งานปฏิบัติการจิตวิทยาของฝ่ายรัฐบาลยังไม่เต็มสูบ เห็นว่าแกนนำโดนรวบแล้ว
แต่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในราชบุรีวันก่อน มีเจ้าของฉายา “รองโรมานอฟ” และแกนนำอื่นๆ ไปร่วม เห็นชัดว่าเสื้อแดงมาร่วมอย่างหนาตา เฮฮาเต็มที่
กลุ่มคนเหล่านี้ย่อมเห็นด้วยกับการเผาบ้านเผาเมือง ฆ่าทหาร แน่นอน!
แม้แกนนำหลักจะอยู่ในคุกอีกนาน ก็ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มอื่นจะอยู่นิ่ง แกนนำระดับรองมองว่านี่เป็นโอกาสสำหรับการชิงจังหวะการนำ ผลักดันตัวเองให้มีความสำคัญ สร้างราคา และโอกาส “สู้แล้วรวย” เอาอย่างรุ่นแรก ไม่ให้พลาด
ทำงานปลุกระดม ซึมลึกไปเรื่อยๆ อ้างผลงานไปเบิกเงินจากนายทุนล้มทุน ล้มปืน ล้มเจ้า ตีกินไปเรื่อยๆ ไม่ได้ถูกคดี ทำให้รัฐบาลตายใจ และทำอะไรไม่ถนัด ยิ่งจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เสื้อแดงก็จะเปลี่ยนยุทธศาสตร์ เป็นการชุมนุมโดยสงบ
การชุมนุมแบบแดดเดียว แต่บ่อยครั้ง ขยายพื้นที่ไปเรื่อยๆ เวลาผ่านไป ย่อมชักชวนให้ชาวบ้านเห็นดีเห็นงามตามไปด้วย เพราะรัฐบาลนิ่งเฉย ไม่ใช้สื่อของรัฐให้เป็นประโยชน์ ปล่อยให้ประชาชนถูกปั่นหัว เป่าหู เชื่อตามเพราะปัญหาความยากจน
เมื่อถึงเวลา ถ้ารัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ด้วยแรงกดดันจากพวกตีกินทางสังคม พลังแดงจะแรงฤทธิ์ ทำให้ทหารต้องเหนื่อยอีกครั้ง ถ้ายังมีเครือข่ายตำรวจมะเขือเทศอยู่ในบางหน่วย และถ้ารองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง “เอาไม่อยู่” และ “คาดไม่ถึง"
ดังนั้นศึกแดงรอบที่ 3 ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะองคาพยพ แกนนำยังไม่กระเทือน หัวโจกบางรายยังอยู่นอกคุก สุขสบาย ใช้น้ำลายเซาะฐานรัฐบาลด้วยการโกหกคำโต และยุทธศาสตร์เด็กเลี้ยงแกะ สลับกับการปั้นน้ำเป็นตัวอย่างหน้าด้านๆ
รัฐบาลยังวุ่นอยู่กับการเช็กเสียงของพรรคร่วมโกงกิน ดูว่าจะหักดิบในการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณหรือไม่ อีกทางก็ถูกเร่งรัดให้จัดการกับกัมพูชา ซึ่งรุกล้ำดินแดนเข้ามาปักหลัก ตั้งหมู่บ้าน สร้างวัด และดำเนินการทูตเชิงรุก โวยวายในระดับโลก
เพราะการยึดปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบเป็นเดิมพันการเมือง และความมั่งคั่งของฮุน เซน และเครือข่ายบริวาร รางวัลมหาศาลคือบ่อก๊าซ น้ำมันในอ่าวไทย รัฐบาลยังใจเย็น จนตกอยู่ในสภาพเป็นม้าอารี โดนวัวเข้ามาแย่งพื้นที่ เหมือนสิ้นท่า
ประชาชนอยู่ในความวังเวง ชาวบ้านต่างจังหวัดเผชิญกับภาวะน้ำท่วม เรือกสวนไร่นาเสียหาย ยังไม่มีข่าวว่ากระทรวงมหาดไทยจะเริ่มงานถนัด นั่นคือจัดถุงยังชีพและเรือท้องแบนออกไปบรรเทาทุกข์ หรือว่าต้องรองบและมีบางพวกรองาบอยู่แล้ว
คำพูดที่ว่าแผ่นดินไทยนี้อุดมสมบูรณ์ ปลอดจากภัยธรรมชาติ จนมีคนไทยมาอยู่ ทำลายป่าไม้ เอาเคมีมาใส่ดิน ทะเลาะกันเองจนใกล้สิ้นชาติเป็นจริงแล้วนิ! อิอิอิ !!!



