ข่าว

ชวนชิม-To Die Forขอ(ให้)ลองลิ้มสักครั้ง

ชวนชิม-To Die Forขอ(ให้)ลองลิ้มสักครั้ง

15 ส.ค. 2553

To Die For...หากแปลเป็นไทยจะได้ใจความประมาณนี้ "ยอมตายเพื่อ...ไม่ว่ากันสำหรับคนที่ไม่อิน เพราะฟังๆ ดูแล้วคงอดรู้สึกไม่ได้ว่าคำคำนี้ออกจะเยอะไปสักหน่อยสำหรับอะไรก็ตาม...ทว่าในทางกลับหากสำหรับคนที่ชื่นชอบในสิ่งใดมากๆ เช่น หญิงเก่งอย่าง "ดาว" นิดา สุทัศน์ ณ

 กว่าจะมาเป็น To Die For...บนถนนทองหล่อในวันนี้ เจ้าของร้านเล่าว่า เป็นการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนๆ ที่มีใจรักด้านการรังสรรค์ในรสชาติอาหารและเครื่องดื่มเหมือนกัน โดยตั้งใจอยากให้ที่นี่เป็นแหล่งชิลล์เอาท์ของหนุ่มสาววัยทำงาน ที่เปิดให้บริการกันตั้งแต่อาหารจานเดียวของมื้อเที่ยงไปเรื่อยๆ ยันบาร์น้ำหลากสีสันในยามค่ำคืน

 ท่ามกลางการตกแต่งที่เน้นดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันก็ให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังอยู่ในบรรยากาศคล้ายๆ โกดังเก่ากลางมหานครนิวยอร์กที่ถูกนำมาตกแต่งใหม่ให้ทันสมัย โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซน ให้ความรู้สึกต่างกันออกไป ระหว่างด้านในที่กันพื้นที่ไว้คอยเอาใจผู้ชื่นชอบความเป็นส่วนตั๊วส่วนตัว กับด้านนอกตลอดแนวเฉลียงซึ่งทอดยาว ก็เลือกใช้ฟูกสไตล์โมร็อกโกตัวใหญ่ให้หนุ่มสาวได้นั่งทอดกายหย่อนใจได้แบบมิต้องเกรงใจใคร ท่ามกลางสวนสวยและเสียงเพลงแนวฟังค์ดีฟเฮ้าส์ และดาวน์เทมโป ที่จะช่วยขับกล่อมและกระตุ้นเร้าอารมณ์เล็กๆ ในยามค่ำคืนแห่งสีสัน

 และในเมื่อร้านเริ่มเปิดให้บริการกันตั้งแต่เวลา 11.00 น. เรื่อยไปจนถึงเที่ยงคืนในวันธรรมดา ขณะที่ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็ยืดความสุขไปจนถึงตีหนึ่ง อาหารจานแรกในมื้อกลางวัน จึงเน้น "อร่อยง่ายอร่อยเร็ว" แบบจานเดี่ยวเอาใจชาวออฟฟิศกว่า 10 เมนู ไล่เรียงตั้งแต่จานอร่อยสามัญอย่าง "ข้าวผัดกะเพราทะเลใส่เห็ดออรินจิเสิร์ฟคู่ซุป" ที่รสชาติไม่ธรรมดา หรือหากเบื่อเคี้ยวข้าวจะลองเรียกหา "พายสตูไก่เสิร์ฟพร้อมสลัดผักสด" ที่เลือกใช้ไก่ส่วนสะโพกตุ๋นแล้วปรุงรสพร้อมมันฝรั่ง แครอท ถั่วลันเตา เคล้าด้วยไวน์แดง ซอสมะเขือเทศ ก่อนจะนำมาอบพร้อมแป้งพายปิดหน้า...ก็เห็นว่าเข้าที ขณะที่สาวกรสแซบขอแนะนำว่ามี "แกงเขียวหวานเนื้อ-โรตี" ให้เลือกชิมโดยเฉพาะผู้ที่นิยมน้ำแกงข้นๆ รับประทานคู่กับแป้งโรตีบางนุ่ม ต้องตั้งสติดีๆ เพราะอาจเผลอทำซุ่มเสียงร้อง To Die For...ออกมาก็เป็นได้

 ขณะที่เมนูดั่งเดิมก่อนจะมีจานด่วนมาช่วยเสริมกำลัง ก็มีของอร่อยให้เลือกอีกกว่า 80 รายการ ไม่ว่าเป็นจานเดี่ยวหรือเป็นชุดก็สุดแต่ความถนัด ยกตัวอย่างชัดๆ  ชุด 3 คอร์ส ได้แก่ "เทมปุระสลัด" ที่ได้กุ้งและหอมใหญ่ชุบแป้งทอดจนเหลืองกรอบวางบนผักสดๆ ราดด้วยซอสสลัดสูตรเฉพาะของร้าน เป็นการเรียกน้ำย่อยให้กระเพาะอาหารเตรียมงานหนักกับจานหลักอย่าง "อมาธิเชียน่า" คลาสสิกอิตาเลียนพาสต้าที่ถูกเบรกความเลี่ยนของชีสและเบคอนด้วยพริกแห้งไทยแท้ๆ ของบ้านเรา แต่ยังไงซะก็ไม่ยอมทิ้งกลิ่นอายของอาหารจากแดนมักกะโรนีลงไปง่ายๆ ด้วยว่ายังคงไว้ซึ่งน้ำซอสตามต้นตำรับ

 ถัดมาก็เป็นของหวานอย่าง "บานาน่า พาราดิโซ" ที่ใช้กล้วยไข่เชื่อมแต่งรสด้วยการราดบรั่นดีแล้วจุดไฟเผาเพื่อให้ได้กลิ่นหอมเหล้าอ่อนๆ ตามเทคนิคการปรุงสไตล์ชาวตะวันตก กินเคล้ากับไอศกรีมโฮมเมดกลิ่นวานิลลา หากใครคิดว่าจานนี้จะหวานจนแสบคอ...ขอบอกว่าต้องคิดใหม่เพราะทางร้านเขาเอาใจหนุ่มสาวรักสุขภาพด้วยการตัดทอนความหวานของทั้งสองส่วนลงจนได้ระดับน้ำตาลแบบพอเหมาะ

 ฟากรายการเครื่องดื่มก็ไม่น้อยหน้า ด้วยว่าได้ "จู" สุนิดา สิงขรภูมิ หนึ่งในหุ้นส่วนที่หลงใหลในการคิดทดลองสูตรเครื่องดื่มใหม่ๆ จนได้ม็อกเทลหลากสีสันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ว่าจะเป็น "วานิลลา ซี" ถ้วยนี้มีแต่ความสดชื่นล้วนจากน้ำแครนเบอร์รี่ น้ำมะนาว น้ำเชื่อม และกลิ่นมินท์สดๆ ส่วน "อะบิท ออฟ เซ็กเคียวริตี้" เครื่องดื่มสีแดงแฝงความในให้น่าค้นหา ซึ่งนำทีมความหอมหวานโดยน้ำสตรอเบอร์รี่ น้ำสับปะรด น้ำมะนาว และน้ำเชื่อมเกรนาดรีน ทั้งหมดทั้งปวงสอบถามได้อีกที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2381-4714

 คราวนี้ล่ะอยากยอมตายเพื่ออะไร...ก็เลือกเอา !!!