
ล้วงตับการเมือง..ฮวงจุ้ย-แก้เคล็ด
หลังจากเจอพลังดูด จนมีข่าวว่าส.ส.จากพรรคเพื่อไทยจะแปรพักตร์จากนายใหญ่ "แม้ว" แอบซุ่มเก็บกระเป๋าเตรียมย้ายบ้านนับสิบในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า หลังจากส.ส.หลายคนได้ตั้งวงแอบประเมินแล้วว่ายี่ห้อ "ทักษิณ" ณ เพื่อไทย แม้ว่าจะขายได้อยู่ในพื้นที่ฐานเสียงแฟนคลับบาง
แถมยังเจอแผนพิฆาตจากคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่แอบส่งท่อน้ำเลี้ยงด้วยการจัดสรรงบประมาณ จนส่งผลให้ส.ส.ฝ่ายค้านหวั่นไหว ปันใจไปหลายคน เพราะจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการรักษาเรตติ้งในพื้นที่ตัวเองในอนาคต
งานนี้นายใหญ่แม้ว จึงมีคำสั่งด่วนจากดูไบ แก้เคล็ด
19 สิงหาคม พรรคเพื่อไทยจะย้ายบ้านครั้งใหญ่ จากตึกบีบีดี บิวดิ้ง สามย่าน ถนนพระรามที่ 4 ของนายพายัพ ชินวัตร ผู้เป็นน้องชาย ไปอยู่ที่ตึกไอเอฟซีที หรือชื่อใหม่ว่า โอเอไอ (ย่อมาจาก โอ๊ค เอม อิ๊ง) ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ตึกดังกล่าวนี้เป็นที่ตั้งของพรรคพลังประชาชนเดิม โดยจะมีการปรับปรุงใหม่ด้วยการเทงบไปหลายล้านบาท มีศูนย์เอ็นเตอร์เทน และห้องประชุมใหญ่
ว่ากันว่าไอเดียนี้มาจาก "เจ๊ปู" กับ "เจ๊แดง" และน้องเขยสุดที่รัก "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" ที่ตัดสินใจโมดิฟายใหม่หมด เพื่อเป็นการแก้เคล็ดให้แก่พี่ชาย เพราะว่าซินแสประจำตระกูล บอกว่า ตึกดังกล่าวนี้สร้างนายกรัฐมนตรีมาสามคนแล้ว ได้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายสมัคร สุนทรเวช จึงมั่นใจว่าจะเป็นตึกที่สามารถสร้างพรรคเพื่อไทยให้กลับมาเป็นรัฐบาลได้อีก
ที่สำคัญที่ตั้งของตึกแห่งนี้อยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นชื่อที่เป็นมงคล โดยเฉพาะคำว่า "เพชร" ที่สื่อว่าเป็นสิ่งที่แข็งแกร่ง และมีค่าที่สุดในโลก
ขณะที่คลองแสนแสบที่ตัดผ่านด้านหลังตึก ก็ถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่เป็นชัยภูมิเสมือนทำศึกการเมือง เพราะเป็นคลองที่ขุดเพื่อลำเลียงเรือรบ และสามารถทำให้ประเทศไทยชนะศึกกับญวนได้
งานนี้ "รองปลอด" ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย การันตีว่า รายการโมดิฟายพรรคครั้งใหญ่ของสามพี่น้องชินวัตร ถือว่าคุ้ม และทำให้ส.ส.ของพรรคมีขวัญกำลังใจในการทำศึกการเมืองชัวร์
"ที่แน่ๆ กินเรียบ โดยเฉพาะไอ้พวกที่มันย้ายออกจากพรรค และจ้องจะมาดูดเรา มันแพ้ทางเราแน่ ถ้าเราย้ายกลับมาอยู่ตึกโอเอไอนี้"...
“ชาวนากับงูเห่า”
ขึ้นชื่อว่า “อำนาจ” แล้วไม่เคยเข้าใครออกใคร อันตรายราวกับ “ดาบสองคม” ใครถือมันไว้ในมือก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจ เพราะวันร้ายคืนเลวขึ้นมาเมื่อไหร่ มันย้อนกลับมาทิ่มตัวเองไส้แตกไม่รู้ตัว
ศึกชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าการ สตง.” ตอนนี้ สะท้อนชัดเจนถึง “สัจธรรม” นี้ได้เป็นอย่างดี
“คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา" ในวันเรืองอำนาจ บันดาลให้ “ลูกน้อง” ได้ดิบได้ดี เจริญก้าวหน้ากันพรวดพราด อาณาจักรของ “เจ๊เป็ด” ค่อยๆ เติบใหญ่
กระทั่งในช่วงโค้งสุดท้าย “พลังอำนาจ” เริ่มร่วงโรย แถมพอช่วงน้ำลด ตอก็เริ่มผุด พบว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ “เจ๊เป็ด” มีเรื่องชวนให้คิดว่า “ไม่โปร่งใส” อยู่หลายเรื่อง
สุภาษิตโบร่ำโบราณที่ว่า ยามมั่งมีเพื่อนฝูงมากมาย แต่ยามหมดหมายังเมิน ใช้ได้กับกรณีนี้พอดิบพอดี
วันที่ “เจ๊เป็ด” ต้องการ “เกราะคุ้มกัน” เก้าอี้ให้อยู่รอดปลอดภัย กลับหาใครมาเคียงข้างไม่มี จะเหลือแต่ “ไพบูลย์ นิติตะวัน" ที่ยังกตัญญู ยืนสู้เคียงข้างทั้งที่ไม่มีอำนาจจะช่วยเหลือ
แต่เหลียวมอง คนที่เคย “เชื่อใจ" วันนี้หลายคนกลับมา "เชือดใจ" เจ๊ซะจน “ยับเยิน” ทั้ง “จอมแฉ” เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และ “หอกข้างแคร่” พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส
จึงไม่แปลกใจที่นิทานเรื่อง “ชาวนากับงูเห่า” ที่เล่าขานกันในสตง.เริ่มดังจนได้ยินกันทั้งเมือง
ส่วนใครเป็น “ชาวนา” ใคร เป็น “งูเห่า” ก็สุดแล้วแต่จะมองจากมุมไหน เพราะคงไม่มีใครอยากเป็น “งูเห่า” จอมทรยศแน่ๆ



