ข่าว

"1,200บาทต่อวันคุ้มครองพยายานกับ"ธาริต"

"1,200บาทต่อวันคุ้มครองพยายานกับ"ธาริต"

15 ส.ค. 2553

กลายเป็นข่าวครึกโครมใหญ่โตเมื่อ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) ถูกขู่ฆ่า ! ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์ แต่ด้วยภารกิจต้นธารกระบวนการยุติธรรมที่แบกรับไว้ทั้งสองบ่า ทั้งคดีใหม่ๆ คดีค้างเก่า

 เลยไม่อาจท้อถอยถอดใจไปง่ายๆ และยอมรับถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้มีความระมัดระวังมากขึ้น มีหน่วยอารักขาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น แทบไม่ต่างจาก "พยาน" กุญแจสำคัญของคดีต่างๆ ที่อาจถูกข่มขู่คุกคาม แล้วดีเอสไอมีมาตรฐานการคุ้มครองพยานอย่างไร โดยเฉพาะคดีก่อการร้าย ?!

 ถาม : การคุ้มครองพยานมีที่มาอย่างไร
 ธาริต :  "พยาน" มีความสำคัญในการใช้พิสูจน์ความจริงในคดีอาญา พยานบุคคลจึงมีความสำคัญมาก แต่เดิมการจะมาเป็นพยานเป็นหน้าที่เชิงบังคับ เมื่อกำหนดให้เป็นพยานแล้วต้องมาทำหน้าที่ในการเป็นพยาน นับตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ได้กำหนดสิทธิของพยาน สร้างแรงจูงใจในการมาทำหน้าที่ แรงจูงใจที่ว่านี้พยานจะได้รับสิทธิ 3 ประการ คือ 1.สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครอง 2.สิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม และ 3.สิทธิในการได้รับค่าตอบแทนที่จำเป็นและสมควรจากรัฐ ผลพวงจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มีการออก พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญาปี 2546 ขึ้นมา กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกของประเทศไทย ที่มีการพูดถึงการคุ้มครองพยานในคดีอาญา หลักใหญ่ๆ คือ การพูดถึงรายละเอียดสิทธิของพยานทั้ง 3 ประการ

 ถาม : ช่วยขยายความถึงสิทธิ 3 ประการของพยาน
 ธาริต : สิทธิข้อแรก คือ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองพยาน แบ่งเป็น 2 มาตรการ คือ มาตรการทั่วไป กับมาตรการพิเศษ สำหรับมาตรการทั่วไปจะเป็นการคุ้มครองด้วยการไม่เปลี่ยนสถานภาพของบุคคล คือ ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล คนที่คุ้มครองพยาน คือ พนักงานที่ทำหน้าที่สืบสวนพยาน หรือพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวน ได้แก่ ตำรวจ หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องรวมถึงดีเอสไอด้วย อย่างไรก็ตามพยานต้องยินยอมให้รับการคุ้มครองด้วย ขั้นตอนการคุ้มครองพยานทั่วไปอาจใช้วิธีอารักขา อาจมีคนติดตามประกบตลอด 24 ชั่วโมง จัดสถานที่ปลอดภัยให้พยาน ปกปิดข้อมูลของพยาน

 ส่วนมาตรการพิเศษ คือ การคุ้มครองโดยเปลี่ยนสถานะของบุคคล ชื่อเสียงเรียงนาม จะใช้ในกรณีสำคัญจริงๆ เช่น คดียาเสพติด คดีการฟอกเงิน คดีทุจริต คดีความมั่นคง คดีเกี่ยวกับการค้าหญิงและเด็ก คดีอาชญากรรมที่มีโทษขั้นต่ำ 10 ปีขึ้นไป หรือคดีที่เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการคุ้มครองพยานมาตรการพิเศษ ทั้งนี้ ต้องมีการร้องขอจากตัวพยาน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจเป็นผู้ร้องขอ หรือบางทีอาจเป็นผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ญาติของพยานสามารถเป็นผู้ร้องขอได้

 ถาม : ตอนนี้มีพยานที่ต้องคุ้มครองพิเศษไหม
 ธาริต : ของเรายังไม่ถึงขั้นมาตรการคุ้มครองพิเศษ ผู้ที่จะสั่งให้ใช้มาตรการคุ้มครองพิเศษ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่ใครๆ ก็สั่งการได้ ที่สำคัญพยานต้องให้ความยินยอมด้วย จะไปเปลี่ยนสถานะโดยไม่ยินยอมไม่ได้

 ส่วนสิทธิข้อ 2 สิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม คือ การดูแลพยานให้เหมาะสมในการคุ้มครอง ตัวอย่างเช่น พยานเป็นผู้นับถือศานาอิสลาม ต้องมีสถานที่ละหมาด หรือพยานเป็นสตรีและเด็ก ต้องได้รับการปฏิบัติให้เหมาะสมกับฐานรูป จัดเจ้าหน้าที่ผู้หญิงดูแลเพื่อให้เกิดความอุ่นใจ ยามเจ็บไข้ได้ป่วยต้องดูแล และสิทธิข้อที่ 3 เรื่องค่าตอบแทน มีทั้งรายวัน รายเดือน ค่าห้องพักไม่เกิน 800 บาทต่อวัน ค่าอาหาร 200 บาท ค่าเลี้ยงชีพ 200 บาท ตกวันละ 1,200 บาท จะได้รับเมื่อมีการเบิกความเรียบร้อยแล้ว

 ถาม : พยานแต่ละรายจะได้รับความคุ้มครองนานเพียงใด
 ธาริต : ขึ้นอยู่กับความจำเป็น หลังจากเบิกความแล้วการคุ้มครองจะสิ้นสุดลง แต่ก็ดูเหตุผลความจำเป็นด้วย แม้ว่าเบิกความแล้วเกรงว่าพยานจะมีภยันตรายอยู่ อาจคุ้มครองชั่วระยะเวลาหนึ่ง ส่วนระยะเวลาแล้วแต่คดี ซึ่งคดีหนึ่งมีการส่งสำนวนไปอัยการ อัยการฟ้องศาล นัดเบิกความ อาจใช้เวลา 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการเบิกความของพยานในศาล ซึ่งแต่ละคดีจะใช้เวลาพอสมควร

 ถาม : พยานที่เข้าสู่โครงการคุ้มครองมากน้อยเพียงใด
 ธาริต : พยานของเราตอนนี้มีมากพอสมควร ตัวเลขอยู่ที่บวกลบ 50 ราย โดยพยานทั้งหมดเหล่านี้ ยังใช้เพียงมาตรการคุ้มครองพยานทั่วไป

 ถาม : พยานคดีทางการเมืองดูแลเป็นพิเศษกว่าคดีอื่นๆ หรือไม่
 ธาริต : เราไม่แยกพยานคดีทางการเมือง แต่เป็นพยานคดีอาญา ซึ่งคดีก่อการร้ายมีจำนวนหลายราย ก็จะให้ความคุ้มครองพิถีพิถันขึ้น เพราะเป็นคดีสำคัญ มีโทษสูงมาก และผู้ต้องหามีหลายราย ทำเป็นระบบเครือข่าย 

 ถาม : เทียบกับต่างประเทศ
 ธาริต : มาตรการการคุ้มครองพยานของไทยเทียบเคียงกับมาตรฐานสากล อาจแตกต่างกันในเรื่องจ่ายค่าตอบแทน อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองพยานยังเป็นเรื่องใหม่ของบ้านเรา หน่วยที่ทำการคุ้มครองพยานยังไม่มีความเชี่ยวชาญมากนัก แต่ในต่างประเทศทำมานานแล้ว มีความเชี่ยวชาญในการดูแลพยานอย่างยิ่งยวด ขณะที่ไทยเพิ่งเริ่มใช้ มาตรฐานการดูแลอาจยังไม่เข้มข้นเท่าต่างประเทศ ก็ต้องเป็นสิ่งที่พัฒนากันต่อไป

 ถาม : คาดว่าต้องใช้เวลาอีกนานไหม
 ธาริต : คิดว่าคงอีก 4-5 ปี หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ เครื่องไม้เครื่องมือที่พร้อมกว่านี้ แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ อย่างน้อยเราได้เริ่มต้นแล้ว คงต้องใช้เวลาอีกนิดหน่อย สักวันจะมีการคุ้มครองพยานที่เป็นมาตรฐานสากล

 ถาม : ในฐานะที่ดูแลคุ้มครองพยาน แต่ยังถูกข่มขู่คุกคาม
 ธาริต : ผมอยู่ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่พยาน ผมคงไม่ต้องใช้มาตรการเดียวกับการคุ้มครองพยาน ก็มีหนวยรักษาความปลอดภัยที่ดูแลในฐานะเป็นหัวหน้าส่วนราชการที่มีบทบาททางด้านคดี ผมต้องทำตัวเป็นเด็กดี เชื่อฟังฝ่ายรักษาความปลอดภัย สิ่งที่เขาจะแนะนำการปฏิบัติตัวเป็นหน้าที่เขา ต้องอยู่ในการอารักขาของเขา อย่าทำตัวให้เขาหนักใจ เป็นเรื่องธรรมดาที่การดำรงชีวิตปกติต้องเปลี่ยนไปบ้าง ต้องฟังเขา ไปไหนอย่างไร ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น

 ถาม : จะสร้างความมั่นใจแก่พยานในความดูแลอย่างไร
 ธาริต : ผมขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และจะดูแลอารักขาพยานให้ปลอดภัยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะเน้นว่าพยานคือบุคคลสำคัญของคดี ต้องดูแลอย่างดีที่สุด