ข่าว

สเปอร์สเจ๊า'เรือใบสีฟ้า'แมนฯซิตี้0-0

สเปอร์สเจ๊า'เรือใบสีฟ้า'แมนฯซิตี้0-0

14 ส.ค. 2553

"ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ดาหน้าบุกยิงแหลก แต่ไม่ผ่านมือ โจ ฮาร์ท นายทวาร "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ ก่อนเสมอ 0-0 ในศึกลูกหนังพรี เมียร์ลีก อังกฤษ นัดประเดิมฤดูกาลใหม่ วันที่ 14 ส.ค.

ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เปิดไวท์ฮาร์ทเลน พบ"เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ เกมนี้เจ้าถิ่น ยังคงใช้นักเตะจากฤดูกาลที่แล้วทั้งหมด โดยใช้ ปีเตอร์ เคราช์ จับคู่ เจอร์เมน เดโฟ ในแดนหน้า ขณะทีมเยือนใช้ โจ ฮาร์ท เป็นนายทวารตัวจริง รวมทั้งส่งนักเตะใหม่อย่าง อเลกซานดาร์ โคโลเรฟ, ยายา ตูเร และดาบิด ซิลบา ลงสนาม โดยมี คาร์ลอส เตเบซ เป็นหัวหอกเดี่ยว

 เริ่มเกมสเปอร์ส เปิดฉากลุยทันทีนาที 11 น่าได้ประตูนำ จากลูกวอลเลย์ของ เจอร์เมน เดโฟ แต่ โจ ฮาร์ท ปัดไว้ได้ ถัดมานาที 18 เจ้าถิ่นน่าได้อีกหนจากลูกยิงไกลของ เบอนัวต์ อัสซู เอคอตโต ที่ทำท่าจะเสียบเสา แต่ ฮาร์ท ยังบินปัดออกไปได้ จากนั้นนาที 28 สเปอร์ส มีลุ้นอีกจาก เดโฟ ก็โดน ฮาร์ท เซฟได้ ถัดมาอีก 2 นาที แกเรธ เบล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษซัดบอลผ่าน ฮาร์ท ไปแล้ว แต่บอลชนเสา กระ ดอนมาเข้าทาง อารอน เลนนอน ยิงซ้ำไปชน แวงซองต์ กอมปานี สกัดออกไป ถึงนาที 31 เดโฟ ได้หลุดเดี่ยวอีกหน ซึ่งยังไม่ผ่านเซฟของ ฮาร์ท ตามเคย หมดครึ่งแรกยังเสมอ 0-0

 ครึ่งหลังแมนฯซิตี้ ปรับแผนมาดี ทำให้ สเปอร์ส พาบอลไม่ถึงหน้าประตูโอกาสยิงประตูแทบไม่มีจนต้องส่งร็อบบี คีน กับ โรมัน พาฟลิยูเชนโก แทนที่ เดโฟ กับ เคราช์ ช่วงท้ายเกมนาที 83 สเปอร์ส น่าได้ประตูจากลูกที่ พาฟลิยูเชนโก ผ่านให้ คีน ชาร์จ บอลทะลักมาให้ เบล ได้ซัดโล่งๆ แต่กลับยิงหลุดกรอบ หมดเวลา เสมอกันไป 0-0  

 ขณะที่เกมนัดวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์ พบกับ "ปืนโต" อาร์เซนอล เริ่มเตะเวลา 22.00 น. นัดนี้ถือเป็นการคุมทีมนัดแรกของ รอย ฮอดจ์สัน กุนซือคนใหม่ของลิเวอร์พูลในเกมพรีเมียร์ลีก โดยที่เจ้าถิ่นมีชื่อของ เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าตัวเก่งชาวสเปน ที่ผ่านความฟิตมานั่งเป็นตัวสำรอง ทำให้ ดาวิด เอ็นก็อก หัวหอกชาวฝรั่งเศสยังเป็นตัวจริงต่อไป ขณะที่ตำแหน่งอื่นไม่มีปัญหา

 เปเป้ เรนา ยังคงเป็นผู้รักษาประตูกองหลัง 4 คนจะเป็น เกลน จอห์นสัน, ดาเนียล แอ็กเกอร์, เจมี คาร์ราเกอร์ และมาร์ติน เคลลี ขณะที่แผงกองกลางมี สตีเวน เจอร์ราร์ด เป็นตัวคุมเกมร่วมกับ ลูคัส เลวา ขณะที่สองนักเตะใหม่ทั้ง โจ โคล กับ มิลาน โยวาโนวิช จะเล่นทางริมเส้น โดยมี ดานี ปาเชโก กองหน้าดาวรุ่งชาวสเปน เป็นหน้าต่ำ คอยสนับสนุน ดาวิด เอ็นก็อก

  ฝั่งทีมเยือนของ อาร์แซน เวนเกอร์ มีปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บทั้ง นิคลาส เบนด์ทเนอร์, โยฮัน ฌูรู, อารอน แรมซี่, เดนิลสัน, และอเลกซ์ ซง ลงเล่นไม่ได้ พร้อมกับต้องเช็กความฟิตของ เชส ฟาเบรกาส กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แต่จะได้ แจ็ค วิลเชียร์ ฟิตกลับมาเล่นได้ นอกจากนั้น ในตำแหน่งผู้รักษาประตูยังไม่แน่ว่าจะส่งใครเป็นตัวจริงระหว่าง ลูคัส ฟาเบียงสกี หรือมานูเอล อัลมูเนีย

 เกมนี้ เวนเกอร์ ยังต้องปรับแผงหลัง เนื่องจาก วิลเลียม กัลลาส ย้ายทีม ทำให้ โลรองต์ คอสเชียลนี กองหลังชาวฝรั่งเศสคนใหม่ น่าจะลงมายืนคู่กับ โธมัส แฟร์มาเลน ส่วนแบ็กยังเป็น บาการี ซานญา กับ กาเอล กลิชี กองกลางถ้า เชส ฟาเบรกาส ลงไม่ได้จะเป็นเอ็มมานูเอล เอบูเอ เล่นคู่กับ แจ็ค วิลเชียร์ ขณะที่ ธีโอ วัลคอตต์ กับ ซาเมียร์ นาสรี เล่นริมเส้น มี อังเดร อาร์ชาวิน เป็นหน้าต่ำ ปล่อยให้ มารูยาน ชามัคห์ กองหน้าตัวใหม่เป็นหัวหอกตัวเป้า

 สำหรับสถิติที่พบกันของทั้งสองทีมทั้งหมด 207 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 81 เสมอ 53 อาร์เซนอล ชนะ 73 แต่ในการเจอกันทุกถ้วย 5 นัดหลังสุด อาร์เซนอล ไม่เคยแพ้ รวมทั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้วทีมปืนโตเป็นฝ่ายชนะทั้ง 3 นัด ในพรีเมียร์ลีก บุกชนะ 2-1 ก่อนเฝ้าบ้านชนะ 1-0 และชนะในลีกคัพ รอบ 4 อีก 2-1 แต่ถ้าในพรีเมียร์ลีกอย่างเดียว อาร์เซนอล ไม่แพ้ ลิเวอร์พูล 6 นัดติด หนสุดท้ายที่หงส์แดงชนะ คือเมื่อปี 2007 ด้วยสกอร์ 4-1 ที่แอนฟิลด์