
กต.เขมรร่อนจม.ขออาเซียนช่วยไกล่เกลี่ยไทย
เขมรแสบตบตาโลกสั่งถอนทหารหวังปรับยุทธศาสตร์ทั้งงบประมาณและกำลังพลหันมาตรึงชายแดนด้านเขาพระวิหาร ตรงข้ามศรีสะเกษแทน กองกำลังสุรนารีสั่งเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ส่วนที่สระแก้วจับอดีตทหารเขมรลักลอบเข้ามาหาข่าว
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงไม่เป็นที่ไว้วางใจ แม้ผู้นำกัมพูชาจะมีคำสั่งถอนทหารที่ปฏิบัติการตามแนวชานแดนลงครึ่งหนึ่ง เพื่อเป็นการสร้างภาพให้นานาประเทศเห็น แต่ปรากฏว่าบริเวณพื้นที่เขาพระวิหารซึ่งเป็นจุดแห่งความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ ทหารกัมพูชายังคงไม่มีการลดกำลังลงแต่อย่างใด
พ.ท.ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ ผบ.พัน.ร.163 ประจำที่บริเวณชายแดนเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า สถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นปกติ จากการตรวจการณ์ไม่พบการเคลื่อนไหวของกำลังทหารกัมพูชาที่ผิดปกติ มีเพียงทหารที่เดินลาดตระเวนตามหน้าแนวและการเดินสับเปลี่ยนเวรยามกันในแต่ละผลัด โดยความสัมพันธ์ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชายังคงมีการพูดคุยกันเป็นปกติ
แหล่งข่าวทางทหารในพื้นที่เปิดเผยว่า ขณะนี้กองกำลังทหารกัมพูชาที่ปฏิบัติหน้าที่บนชายแดนเขาพระวิหารยังไม่มีการถอนกำลังออกจากพื้นที่แต่อย่างใด ต่างไปจากกรณีที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า ได้มีคำสั่งถอนกำลังทหารออกจากชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ จ.บันเตียเมียนเจย จ.พระตะบอง และ จ.โพธิสัตว์ ซึ่งอยู่ตรงข้าม จ.จันทบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ โดยให้คงกำลังไว้เพียงครึ่งหนึ่งนั้น แท้จริงแล้วน่าจะเป็นเรื่องการปรับยุทธศาสตร์จากการสู้รบทางทหารมาสู้ตามหลักสงครามจิตวิทยา
"เหตุผลหนึ่งของการถอนกำลังทหารออกจาก 3 จังหวัดดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่ตรงนั้นไม่ล่อแหลมเหมือนเขาพระวิหาร จึงลดกำลังพลลง เพื่อประหยัดงบประมาณที่กำลังร่อยหรอ และเป็นไปได้ว่างบประมาณส่วนหนึ่งอาจจะถูกโยกมาสนับสนุนกำลังพลบริเวณชายแดนเขาพระวิหารที่มีการเสริมกำลังเข้ามาใหม่เป็นจำนวนมากขณะนี้ เพราะหากกัมพูชาต้องการสันติจริง ควรจะถอนกำลังที่เขาพระวิหารซึ่งกำลังตึงเครียดนี้ออกไป และยอมรับการเจรจาแบบทวิภาคีร่วมพูดคุยเรื่องการปักปันเขตแดนให้แล้วเสร็จจึงจะถูกต้อง แต่ทางกัมพูชาก็เลือกที่จะทำในแบบที่ตรงกันข้าม" แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกต
ทหารไทยเตรียมพร้อมต่อสู้ทุกวินาที
ผู้สื่อข่าวรายงานจากเขาสัตตะโสม ฐานที่มั่นกองบัญชาการทหารราบที่163 ชุดเฉพาะกิจ ทหารราบที่ 16 กองกำลังสุรนารี ที่เฝ้าดูสถานการณ์ชายแดนเขาพระวิหาร ยังฐานที่มั่นเขาสัตตะโสม ข้างเขาพระวิหาร ได้มีการเรียกหัวหน้าชุดทหาร เข้าแถวประชุมแถวเพื่อรับคำสั่งปฏิบัติ ทั้งการเตรียมความพร้อมของทหารทุกนาย ทุกวินาทีต้องพร้อมยิง พร้อมรับคำสั่ง พร้อมปฏิบัติ
นอกจากนี้ยังเพิ่มคำสั่งพิเศษในการลาดตระเวนหาข่าว การเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายทหารกัมพูชา ที่พบว่ายังไม่มีการถอนกำลังของฝ่ายตรงกันข้าม ที่เสริมเข้าประจำการตามแนวชายแดน เพื่อความไม่ประมาททหารทุกนายต้องพร้อมที่จะปฏิบัติ ทั้งที่เข้าเวรยามและเวรพักยังฐาน เพราะขณะนี้ถือว่าสถานการณ์ยังไม่ปกติอยู่
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ร.ท.โยธิน เชิดนอก นายทหารยุทธการ ได้ประชุมแถวพร้อมรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเพื่อปฏิบัติ ได้เน้นย้ำกับหัวหน้าชุดทุกนายว่า ณ วันนี้สถานการณ์ยังถือว่าไม่ปกติ เนื่องจากพบกองกำลังทหารฝ่ายตรงข้ามหรือทหารกัมพูชายังเพิ่มกำลังประชิดชายแดนไทย ดังนั้นจึงขอให้ทหารทุกนายพร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง เตรียมพร้อมทุกวินาที ทั้งเวรพักและเวรปฏิบัติ ขอให้มีความพร้อมทั้งการรับคำสั่งยิง และวันนี้เพิ่มคำสั่งพิเศษในการเฝ้าสังเกตการณ์ ติดตามกองกำลังฝ่ายกัมพูชาที่ยังไม่ถอนกำลังออกไป โดยต้องติดตามรายงานผู้บังคับบัญชาในทุกระยะด้วย
สื่อยันฮุน เซนไม่ถอนทหารพ้นพระวิหาร
ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 (บายอน) ของกัมพูชารับชมได้ทาง จ.ศรีสะเกษ นำเสนอข่าวที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีคำสั่งถอนทหารออกจาก 3 จังหวัดว่า เนื่องจากจะมีคณะตัวแทนจากสหประชาชาติมาเยี่ยมประเทศกัมพูชาในเร็วๆ นี้ จึงได้ตัดสินใจถอนกำลังทหารออกจากชายแดนบางส่วน เพื่อแสดงให้ทางคณะตัวแทนสหประชาชาติที่จะเดินทางมานั้นเห็นว่าประเทศกัมพูชารักสงบสันติ อีกทั้งที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างทหารไทยซึ่งเป็นนาวิกโยธินสังกัดกองทัพเรือ กับทหารเรือของกัมพูชา มีความสัมพันธ์และสนิทสนมกันดีมาก
สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 (บายอน) ยังรายงานอีกว่า สมเด็จฮุน เซน ใช้คำว่าทหารเรือไทยคบได้ ไม่เหมือนทหารบกบนเขาพระวิหาร อีกทั้งลูกชายของ พล.อ.เตีย บัน รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ก็เป็นผู้บัญชาการกองทัพเรือ ทำให้ชายแดนบริเวณไม่ตึงเครียดเหมือนเขาพระวิหาร ซึ่งแน่นอนว่าจะยังไม่มีคำสั่งถอนกำลังทหารออกจากชายแดนพระวิหาร จนกว่ารัฐบาลไทยจะมีคำสั่งถอนทหารของเขาออกก่อน
ทหารเขมรฝึกภาคสนามกลับกรมกอง
"รัฐบาลกัมพูชาพร้อมจะทำตามรัฐบาลไทยทุกอย่าง อย่างเช่น หากไทยส่งทูตกลับมาประจำในกัมพูชา ทางกัมพูชาก็จะส่งทูตของเรากลับไปประเทศไทย และหากไทยรุกรานเราก่อน เราก็พร้อมจะตอบโต้กลับทันทีเช่นเดียวกัน" สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 (บายอน) กล่าวอ้างคำพูดของสมเด็จฮุน เซน
แหล่งข่าวที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยว่า กำลังทหารของกัมพูชาที่ถอนออกไปจากภาคตะวันออกของไทย แท้จริงเป็นทหารที่มาทำการฝึกภาคสนามร่วมกับทหารนานาชาติที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพครั้งแรก ภายใต้ชื่อการฝึกซ้อมปฏิบัติการรักษาสันติภาพระหว่างประเทศครั้งใหญ่ หรือ “อังกอร์ เซนติเนิล” มีกำหนดเวลา 2 สัปดาห์
" เมื่อฝึกเสร็จทหารจากหน่วยต่างๆ ก็จะกลับไปต้นสังกัดตามปกติ แต่การกลับเข้าไปครั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน กลับต้องการสร้างภาพว่าถอนกำลังออกมา ซึ่งแท้จริงแล้วคิดว่าทหารที่ประจำอยู่ชายแดนส่วนนั้นไม่ได้มีการถอนกำลังออกแต่อย่างใด" แหล่งข่าวระบุ
ทหารไทยเข้มชายแดนรวบชายต้องสงสัย
ทางด้านสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจ.สระแก้ว เช้าวันที่ 14 สิงหาคม พ.ท.อภิราม รามนัฏ บูรพารองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา (รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา) ได้สั่งการให้ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 (ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา) และ ร.ท.พัฒนพงษ์ รัตนประสบ รอง ผบ.ร้อยฯ นำกำลังออกลาดตระเวนตามตะเข็บแนวชายแดน ท้ายบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามปอยเปต อ.โอวโจวโรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา อย่างเข้มงวด หลังกัมพูชาสั่งถอนทหารในพื้นที่ชายแดนเนื่องจากเกรงว่าเป็นกลลวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนำกำลังออกลาดตระเวนมาถึงบริเวณป่าละเมาะหลังฐานทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 1206 บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบชายต้องสงสัยสวมเสื้อยืดสีเทา นุ่งกางเกงขาสั้นลายดอก มือขวาถือสิ่งของลักษณะคล้ายกระบอง สวมหมวกแก๊ปสีดำ หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะหลังกองร้อยทหารพราน
อย่างไรก็ตาม เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ จึงพยายามวิ่งหนีจะกลับข้ามฝั่งเข้ากัมพูชา แต่ทหารพรานไล่ติดตามจนถึงบริเวณริมคลองห้วยพรมโหด ซึ่งเป็นคลองเล็กๆ กั้นเขตแดน ชายคนดังกล่าวเห็นจวนตัวจึงชักมีดดาบด้ามกลม ยาวประมาณ 16 นิ้ว ออกมาลักษณะคล้ายกระบองแล้วหันมาจะฟันเพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนขู่ไว้จึงสามารถควบคุมตัวไว้ได้ แล้วควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองร้อยทหารพรานบ้านคลองลึก
ไม่เชื่อเข้ามาหางานทำ-พุ่งเป้าจารชน
จากการสอบสวนทราบว่าชายคนดังกล่าวชื่อนายยืน พุด อายุ 39 ปี เป็นชาวปอยเปต อ.โอวโจวโรว จ.บันเตียเมียนเจย มีทรงผมคล้ายข้าราชการทหารของกัมพูชา ตาข้างขวาพิการ สารภาพว่าอดีตเคยเป็นทหารกัมพูชา ยศสิบโท สังกัดหน่วยวางระเบิด ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ฐานทหารตรงข้าม ต.บ้านแหลม อ.สอยดาว จ.จันทบุรี แต่ได้ออกมาเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุที่มาดักซุ่มอยู่หลังฐานทหารพรานนั้น ไม่ยอมตอบคำถาม อ้างเพียงว่าลักลอบเข้ามาเพื่อหางานทำ
ร.อ.ชาญกล่าวว่า ยังไม่ปักใจเชื่อคำอ้างของนายยืน พุด เนื่องจากเคยเป็นอดีตทหารกัมพูชาชุดวางระเบิด มีความชำนาญในพื้นที่ อีกทั้งพกมีดดาบซึ่งมีด้ามกลม มีฝักคล้ายกระบอง และสามารถนำฝักมาต่อกับด้ามมีดทำเป็นง้าวหรือหอกยาวถึง 3 ฟุตได้ ซึ่งคนปกติไม่น่าจะมีอาวุธอย่างนี้ใช้ อีกทั้งยังจะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ขณะไล่ติดตามด้วย
"ทางเราเกรงว่าจะเป็นสายลับทางทหารของกัมพูชา ส่งมาสอดแนมกำลังของทหารไทย จึงควบคุมตัวพร้อมอาวุธส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ดำเนินคดีข้อหาหลบหนีเข้าเมือง มีอาวุธ และต่อสู้ขัดขืนเจ้าพนักงาน พร้อมให้สอบสวนขยายผลว่าเป็นสายลับทางทหารหรือไม่" ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 ระบุ
สุเทพแนะอย่าไปเอาอารมณ์กับผู้นำเขมร
ส่วนท่าทีของรัฐบาลไทย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เตรียมเข้าพบนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในวันที่ 27-28 สิงหาคมนี้ ว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว หากเป็นจริงก็ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย รวมถึงตนไม่มีหน้าที่เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ความคิดเห็นของนายฮุน เซน นั้นเราไม่ควรนำมาเป็นอารมณ์ เพราะอย่างน้อยกัมพูชาก็ยังเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทย ตราบใดที่ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นที่กระทบต่ออธิปไตย หรือความน่าเชื่อถือของไทย
"ถ้าหากมีการแสดงความคิดเห็นก้าวล่วงไทย ก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะเร่งแก้ไข เช่นเดียวกันขณะนี้กัมพูชายังไม่มีการล่วงล้ำชายแดนประเทศไทย ทุกอย่างยังคงเป็นปกติเหมือนช่วงก่อนที่จะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก" รองนายกรัฐมนตรี ระบุ
กต.เขมรร่อนจม.ขออาเซียนช่วยไกล่เกลี่ยไทย
นายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนามและสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งเวียดนามดำรงตำแหน่งประธานในปัจจุบัน โดยอ้างว่าอ้างสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ระหว่างกันได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากภายนอก
ใจความสำคัญในจดหมายระบุว่าภาวะชะงักงันในปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถฝากความหวังกับการเจรจาทวิภาคีได้ และเพื่อหลีกเลี่ยงการสู้รบขนานใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้น กัมพูชาจึงต้องแสวงหาความช่วยเหลืออย่างจริงจัง
นับเป็นอีกครั้งที่กัมพูชาเอ่ยถึงความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากกรณีพิพาทพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร หลังจากเมื่อไม่กี่วันก่อน นายกรัฐมนตรีฮุน เซน เตือนว่าปัญหาดินแดนกับไทย อาจนำไปสู่เหตุนองเลือด ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวหนึ่งวันหลังจากนั้น เรียกร้องให้ชาวกัมพูชา ออกจากพื้นที่ทับซ้อน
นอกจากการดึงอาเซียนเข้ามาร่วมไกล่เกลี่ยแล้ว นายฮุน เซน ยังมีแผนจะขอให้นายบัน คี มุน เลขาธิการใหญ่ องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่มีกำหนดเดินทางไปเยือนกัมพูชา วันที่ 27-28 ตุลาคมนี้ เข้ามาร่วมเป็นคนกลางอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ก็ระบุด้วยว่าการเจรจาสองฝ่ายอาจเกิดขึ้นได้อีก หากรัฐสภาไทยรับรองข้อตกลงชายแดนสามฉบับที่ทำกันไว้ก่อนหน้านี้ ผู้นำกัมพูชากล่าวด้วยว่าไทยไม่ควรหวาดกลัวการเข้ามามีส่วนร่วมของฝ่ายที่สาม ที่อาจเป็นอาเซียน หรือทูตพิเศษของเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ หรือบุคคลที่น่านับถือ อย่างเช่นประธานาธิบดีอินโดนีเซีย



