
คนร้ายบุกเดี่ยวจี้กวาดทรัพย์สองหมื่นบาทหนี
คนร้ายบุกเดี่ยวทำเป็นลูกค้าซื้อเหล็ก ก่อนใช้มีดจี้ตัวประกันพนักงานในร้าน ขู่ทำร้ายพร้อมให้ส่งของมีค่ามาให้ได้ทรัพย์สินกว่าสองหมื่นบาท
(14ส.ค.) เวลา 12.00.น. ร.ต.ท.สมบูรณ์ ขอบโคกกรวด ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดเข้าไปจี้ชิงทรัพย์ภายในร้านรับซื้อของเก่าชื่อ “ วงพาณิชย์ ” เลขที่11/52 ปากซอยเทพกุญชร 29/1 หมู่12 ต.คลองหนึ่ง
จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ต. วิศิษฐ์ มะอักษร สว.สส. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งพบน.ส.สุราวรรณ์ บุญครอง อายุ 49 ปี และ น.ส.ประภัสสร พงษ์สุวรรณ อายุ 48 ปี สองพี่น้องอยู่บ้านเลขที่ 29/1400 หม่2 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นเจ้าของร้านดังกล่าวยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตื่นตระหนกตกใจ
จากการสอบสวน น.ส.สุราวรรณ์ บุญครอง อายุ 49 ปี ให้การว่า ขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในร้านรับซื้อของเก่าพร้อมกับ น.ส. ประภัสสร พงษ์สุวรรณ อายุ 48 ปี น้องสาวได้มีคนร้ายเป็นชายหนึ่งคนอายุประมาณ25-30ปี สูงประมาณ 165-170 ซม.สวมเสื้อยือคอกลม สีขาวกางเกงยีนขายาว สวมหมวกไหมพรหมแบบไอ้โม่งขับรถจักรยานยนต์แบบหญิงไม่ทราบรุ่น สียี่ห้อ ได้จอดรถอยู่ข้างร้าน เดินเข้ามาด้านในทำทีเป็นลูกค้าทั่วไปมาขอซื้อเหล็กของเก่าและได้ชวนพูดคุยอยู่ด้วยประมาณ 5 นาที
จากนั้นชายคนดังกล่าวจึงแสดงตัวเป็นคนร้ายโดยใช้อาวุธมีดปลายแหลมเข้ามาจี้ที่คอจับตัว น.ส.ประภัสสร พงษ์สุวรรณ อายุ 48ปี เป็นตัวประกัน จนได้รับบาดเจ็บที่รำคอมีรอยฟกซ้ำ จากนั้นคนร้ายบอกว่าให้ตนกับพี่สาวส่งทรัพย์สินมีค่าที่อยู่ในตัวออกมาให้ถ้าไม่อยากตาย ซึ่งตนเองมีสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 50 สตางค์ 1เส้นและเงินสดจำนวนหนึ่ง
ส่วนน.ส.ประภัสสร พงษ์สุวรรณ อายุ 48 ปี คนร้ายได้ปลดกระเป๋าสะพายคาดเอวแบบแม่ค้า ซึ่งภายในมีเงินสดประมาณ 10 ,000 บาทเศษ และเอกสารบัตรเอทีเอ็ม อีกหลายรายการ แล้วเดินออกจากร้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างร้านหลบหนีไป หลังเกิดเหตุภายในร้านตนพยายามเรียกลูกน้องที่เป็นลูกจ้างอยู่ด้านหลังร้านให้มาช่วยติดตามคนร้ายแต่ก็ไม่ทันจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
พ.ต.ต.วิศิษฐ์ มะอักษร สว.สส.เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบรอบๆที่เกิดเหตุอย่างระเอียดพบว่าคนร้ายได้ทิ้งอาวุธมีดปลายแหลมไว้ด้านหน้าประตูทางเข้า และเสื้อยือคอกลมสีน้ำเงินที่คุมศรีษะมา1ตัว ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านได้มีภาพคนร้ายและลักษณะท่าทางเดินเข้ามาอย่างชัดเจน
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้เสียหายมาสอบสวนเพิ่มเติมและสะเก็ตภาพคนร้ายรายนี้แล้วซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นคนอยู่แถวย่านที่เกิดเหตุ เพราะหลังก่อเหตุมีพยานเห็นว่า ได้ขับรถหลบหนีเข้าไปในซอยเทพกุญชร 29/1 ซึ่งเป็นทางออกไปยังถนนเส้นพหลโยธิน ซึ่งจะได้ติดตามมาดำเนินคดีต่อไป
สำหรับร้านรับซื้อของเก่านี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียงและมีสาขาต่างๆอยู่ทั่วประเทศซึ่งเป็นระบบแฟรนไซ เคยออกรายการสู้แล้วรวย ของสถานีโทรศัพท์ช่องหนึ่งมาแล้ว .



