
ปชป.โวรัฐชง4นโยบายแก้ปัญหายากจน
โฆษกปชป.เผยรัฐชงใช้ 4 นโยบายแก้จน โว คลังจับมือพม.แก้หนี้ในระบบควบคู่หนี้ครู ดันหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบกัน สร้างหนี้เพิ่ม ฟุ้งหนี้สินเกษตรกรลดเงินต้น 50 % ผ่อน 15 ปีปลอดดอก ดึงท้องถิ่นเข้าร่วมแก้ทั้งระบบแจงนายกฯประกาศแน่ 16 ส.ค.นี้
(14ส.ค.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษณ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เตรียมประกาศชุดนโยบายเพื่อแก้ไข ปัญหาหนี้สินทุกระบบอย่างครบวงจร โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของชุดนโยบายวาระประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน โดยดำเนินการผ่าน 4 แนวทาง คือ 1. มาตรการลดค่าครองชีพ ค่าสาธารณูปโภค ค่าเดินทาง 2. มาตรการประกันรายได้ และเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ทั้งของเกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน 3. นโยบายการจัดสรรที่ทำกิน ผ่านที่ดินของรัฐ ที่ดินราชพัสดุ และการออกโฉนดชุมชน และ 4. การแก้ไขปัญหาหนี้สิน
โดยจะขับเคลื่อนผ่าน 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ กระทรวงศึกษาธิการ โดยการดำเนินการในส่วนการแก้ไขปัญหาหนี้ จะมุ่งดำเนินการทุกกลุ่มสาขาอาชีพ และจะดำเนินการควบคู่กันระหว่างหนี้ในระบบ และหนี้นอกระบบฃ
ในส่วนหนี้นอกระบบที่ขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียน 1.2 ล้านคน โดยรัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว กว่า 4 แสนคน ตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อต้นปี โดยรูปแบบของการดำเนินการนั้นก็จะใช้สถาบันการเงินระดับฐานรากได้แก่ สถาบันการเงินที่มีการรวมกลุ่มเป็นสวัสดิการออมทรัพย์ สวัสดิการชุมชน และจะสนับสนุนการดำเนินการร่วมกัน ระหว่างกระทรวงการคลัง และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เพื่อทำหน้าที่ ในการสร้างสวัสดิการพื้นฐานร่วมกันกับกองทุนการออมเพื่อการชราภาพ ควบคู่กันกับการเข้ามารองรับปัญหาหนี้นอกระบบ อย่างครบวงจร ในส่วนของสถาบันการเงินของรัฐ จะมีการดำเนินการทั้งผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหานี้
ในส่วนหนี้นอกระบบนั้นก็จะมีระบบป้องกันการกลับเข้าสู่หนี้นอกระบบ โดยการออกบัตรลดหนี้ให้ โดยหากผู้เข้าร่วมโครงการได้มีการชำระผ่อนดอกเบี้ย ต่อสถาบันการเงิน ของรัฐครบ 12 ปี ก็จะมีสิทธิได้รับเงินต้นคืน 50 % ของยอดที่มีการ ผ่อนคืน ในช่วง 12 เดือนแรก โดยบัตรนี้จะสามารถ เข้าไปกด เพื่อได้เงินคืน และป้องกันการกลับ เข้าสู่หนี้นอกระบบได้
ส่วนกลุ่มหลักที่มีการหาผู้ค้ำ ที่ดำเนินการสำเร็จ 4 แสนคนนั้น ก็จะให้ธนาคารออมสิน ดำเนินปลดหนี้นอกระบบ โดยการโอนหนี้เข้าสู่หนี้ในระบบ และจะให้กับผู้ที่เข้าโครงการอบรมเป็นเวลา 3 วัน โดยขยายความครอบคุมไปถึงผู้ที่ลงทะเบียนอีกประมาณ 7 แสนกว่าคน แต่ยังไม่สามารถหาผู้ค้ำประกัน หรือไม่มีอาชีพที่มีรายได้ ตามปกติเพียงพอ ที่จะเข้าสู่โครงการนั้น ก็จะมีการดำเนินการร่วมกัน ผ่านสถาบันการเงินของรัฐคือบสย. เพื่อที่จะปล่อยสินเชื่อ ให้สามารถที่จะประกอบอาชีพได้ และร่วมกับกระทรวงแรงงาน ในการจัดหางานให้ทำ และฝึกอบรมฝีมือแรงงาน เพื่อที่จะสามารถมีรายได้เพียงพอ ที่จะได้รับการค้ำประกัน โดย บสย. และเข้าสู่โครงการเพิ่มเติมจนครบยอด 1.2 ล้าน คน
ในส่วนหนี้ในเกษตรกร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้กองทุนฟื้นฟูกว่า 1 ล้านคน ก็จะมีโครงการในการที่จะให้ผ่อนชำระใน 15 ปี โดยลดเงินต้น 50 % และเวลาการผ่อนปลอดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรที่เป็นหนี้กองทุนฟื้นฟูได้ นอกจากนี้สำหรับปัญหาหนี้สินครู ซึ่งขณะนี้จากจำนวนครู 7 แสนกว่าคน เป็นหนี้เกือบ 4 แสน รัฐบาลมีกลไกที่จะแก้ปัญหาโดยดำเนินการผ่าน 3 กลไก ได้แก่ 1. กองทุนแก้ไขหนี้สินครู ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการ 5 หมื่น คน 2. ดำเนินการผ่านธนาคารออมสิน มี ผู้เข้าร่วมโครงการ 1.5- 2 แสนคน และ 3. สหกรณ์ออมทัพย์ครู ซึ่งมีสมาชิก เข้าร่วม 3 แสนคน เพื่อ จะปลดเปลื้องหนี้สินของผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านครูให้สามารถ เป็นแม่พิมพ์ของชาติได้อย่างเต็มที่ ซึ่งส่วนนี้เป็นการ ดำเนินการร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษา และกระทรวงการคลัง
นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า ส่วนอาชีพผู้ประกอบอาชีพอิสระ จะดำเนินการขับเคลื่อนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยได้นำร่องในกรุงเทพมหานคร ซึ่งม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร ได้ดำเนินการภายใต้โครงการยิ้มสู้กู้สร้างอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยการจัดหาแหล่งเงินกู้ ให้ กับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพจักรยายนต์รับจ้าง ข้าราชการ กลุ่ม อาชีพหาบเร่ แผงลอย โดยจะเป็น รูปแบบการดำเนินการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนอื่น ๆ ด้วย
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า จากนโยบายดังกล่าวพรรคมีความมั่นใจว่าจะสามารถช่วยให้ ประชาชนมีศักยภาพเพียงพอ ที่จะประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตอย่าง มีคุณภาพ โดยการที่จะปลดหนี้สินนั้น จะทำให้ภาระครอบครัวนั้น ลดน้อยลง ซึ่งจะดำเนินการควบคู่กันกับการสร้างสังคมสวัสดิการ พื้นฐานที่จำเป็นที่ได้ประกาศไปแล้วภายใต้ โครงการหลักประกัน 8 ประการ ที่ดูแลทุกช่วงชีวิต โดยพรรคจะใช้การพิจารณางบประมาณ ที่จะถึงในสัปดาห์หน้านี้ เป็นการวางรากฐาน ที่สำคัญ เพื่อที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม และความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจตามวาระประชาชนที่ได้ประกาศไว้ อย่างไรก็ตามแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างครบวงจรดังกล่าว จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในวันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคมนี้ เวลา 15.00 น.



