ข่าว

"ธาริต"ยันยังไม่แจ้งข้อหาก่อการร้าย"จักรชลัช"

"ธาริต"ยันยังไม่แจ้งข้อหาก่อการร้าย"จักรชลัช"

14 ส.ค. 2553

"ธาริต" ส่งพนักงานสอบสวนประกบ"จักรชลัช"ในค่ายทหาร เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหาก่อการร้ายเพื่อควบคุมตัว 30 วันตามหมายพรก.ฉุกเฉินฯ

(14ส.ค.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึง กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ( 191 ) จับกุมตัว นายจักรชลัช หรือพล คงสุวรรณ อายุ 37 ปี คนขับรถของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก ว่า นายจักรชลัชถูกควบคุมตัวตามหมายจับตามพรก.ฉุกเฉินฯ ทำให้เจ้าพนักงานมีอำนาจในการควบคุมตัวเบื้องต้นได้ 30 วัน โดยระหว่างการควบคุมตัวเพื่อสอบถามข้อมูลจากผู้ต้องหาไม่ต้องจัดให้มีทนายความหรือญาติเข้าร่วมรับฟังการสอบปากคำ

 ทั้งนี้ยอมรับว่านายจักรชลัชถูกนำตัวไปควบคุมอยู่ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ในระหว่างนี้นายจักรชลัชจะยังไม่ถูกนำตัวมาส่งให้ดีเอสไอดำเนินการในคดีก่อการร้าย ระหว่างนี้คุมตัวเพื่อสอบถามข้อมูลจากผู้ต้องหา จนกว่าการสอบปากคำจะเสร็จสิ้นครบถ้วน หรือครบกำหนดอำนาจการควบคุมตัว 30 วัน อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอเดินทางไปยังค่ายทหารเพื่อร่วมสอบปากคำและดูแลผู้ต้องหารายนี้อย่างใกล้ชิดแล้ว

 รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนที่นายจักรชลัชจะถูกจับกุมได้ที่หมู่บ้านหนองแทรก อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสะกดรอยความเคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การชุมนุมนปช.ยุติลง จนกระทั่งทราบว่านายจักรชลัชเดินทางเข้ามาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้วางแผนเข้าจับกุมตัวได้ที่จ.มหาสารคาม เบื้องต้นนายจักรชลัช จะต้องถูกควบคุมตัวตามหมายพรก.ฉุกเฉินฯ เป็นเวลา 30 วัน โดยไม่อนุญาตให้มีทนาย ญาติ หรือตัวแทนพรรคเพื่อไทยเข้าพบได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการสอบปากคำ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงคาดหวังที่จะได้ข้อมูลเชิงลึกจากผู้ต้องหารายนี้

 แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะยังไม่แจ้งข้อหาก่อการร้าย เนื่องจากตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษและกฎหมายอาญา หากผู้ต้องหาถูกจับในคดีก่อการร้ายพนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมตัวได้เพียง 48 ชั่วโมง จากนั้นต้องนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลฝากขังในเรือนจำ ซึ่งในขั้นตอนการสอบสวนในคดีอาญาจะต้องมีทนายหรือญาติผู้ต้องหาร่วมรับฟังตลอดการสอบสวน

 ดังนั้นพนักงานสอบสวน จึงจะยังไม่มีการแจ้งข้อหาก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายจักรชลัช เคยมีชื่ออยู่ในบัญชีผู้ต้องหาก่อการร้ายซึ่งดีเอสไอยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา แต่รายชื่อบางส่วนรวมถึงนายจักรชลัช ศาลมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โดยเห็นว่าพยานหลักฐานในชั้นสอบสวนยังไม่เพียงพอ

 แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า สำหรับเงื่อนไขที่จะทำให้นายจักรชลัชได้รับการคุ้มครองจากดีเอสไอในฐานะพยานคดีก่อการร้ายนั้น ขึ้นอยู่กับคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งนอกจากจะต้องให้การที่เป็นประโยชน์แล้ว ยังต้องให้การเชื่อมโยงถึงพยานแวดล้อมประกอบที่มีน้ำหนักสอดรับกับคำให้การด้วย