
ใคร คุ้มครองเงินฝาก ?
"ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน" ถือเป็นสัจธรรมที่คอยเตือนสติทุกคนว่า "อย่าประมาท" และเป็นคำสอนที่ไม่เคยล้าสมัย ยิ่งในยุคปัจจุบันยิ่งต้องตระหนักมากขึ้น เพราะมีปัจจัยเสี่ยงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ที่เกริ่นเช่นนี้ เพียงเพราะต้องการจะโยงถึง “เงินฝาก" ที่ทุกคนต่างมีบัญชีกันไว้ประจำตัว ว่าหากเกิดวิกฤติทางการเงินเช่นวิกฤติต้มยำกุ้งในช่วงปี 2540 แล้ว สถาบันการเงินใดได้รับผลกระทบ ใครจะช่วยดูแลเงินในบัญชีให้เราได้อุ่นใจได้ วันนี้เราจึงมีเรื่องราวโดยสังเขปมาเล่าเกี่ยวกับ...
สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ที่ได้จัดตั้งขึ้นแล้วเมื่อปี 2551 กับภารกิจหลักในการจ่ายคืนเงินผู้ฝากตามจำนวนที่ฝากไว้แต่ไม่เกินจำนวนที่กฎหมายระบุความคุ้มครองไว้ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้ฝากได้รับเงินฝากคืนโดยเร็วหากสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต ดังนั้น สถาบันอาจเปรียบเสมือนหน่วยกู้ภัยที่ต้องมีความพร้อมที่จะปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอดเวลา ตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝาก พ.ศ.2551 เงินฝากที่จะได้รับการคุ้มครองนั้น ได้แก่ เงินฝากออมทรัพย์ประจำ บัตรเงินฝากและใบรับฝากเงินที่เป็นบัญชีเงินบาทภายในประเทศ ยกเว้นเงินฝากในบัญชีประเภทเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งเป็นบัญชีที่เกิดขึ้นเพื่อทำรายการโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ
ส่วนสถาบันการเงินภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ปัจจุบัน (ก.ค.53) ได้แก่
1.ธนาคารพาณิชย์ (รวมสาขาธนาคารต่างประเทศ) จำนวน 32 ธนาคาร 2.บริษัทเงินทุน จำนวน 3 บริษัท และ 3.บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ จำนวน 3 บริษัท มาดูกันถึงจำนวนเงินฝากที่คุ้มครองต่อราย ต่อสถาบันการเงินแต่ละแห่งตามจำนวนที่ฝากไว้แต่ไม่เกินจำนวน ดังนี้
จำนวนเงินที่ได้รับคุ้มครอง
ช่วงที่ 1. 11 สิงหาคม 2551-10 สิงหาคม 2554 ทั้งจำนวน
ช่วงที่ 2. 11 สิงหาคม 2554-10 สิงหาคม 2555 ไม่เกิน 50 ล้านบาท
ช่วงที่ 3. 11 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1 ล้านบาท
นี่เป็นข้อมูลโดยสังเขปที่บอกเล่ากันผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dpa.or.th แต่โดยสรุปแล้วกฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองประชาชนส่วนใหญ่หรือ 98.8% ของบัญชีทั่วประเทศประเทศที่มีเงินฝากไม่ถึง 1 ล้านบาท เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบกรณีที่สถาบันการเงินถูกปิดกิจการ ในตอนต่อไปเราจะมาพูดถึงว่าทำไมต้องกำหนดวงเงินคุ้มครองไว้ที่ 1 ล้านบาทกันต่อ ...ที่เห็นแล้วจะเข้าใจถึงที่มาที่ไปมากยิ่งขึ้น



