ข่าว

บทอวสานยึดทรัพย์แม้ว !

บทอวสานยึดทรัพย์แม้ว !

13 ส.ค. 2553

นายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาเช้าวันนี้ 11 สิงหาคม เพื่อพิจารณาอุทธรณ์ในคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 ระหว่างอัยการสูงสุด ผู้ร้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้ถูกกล่าวหา คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้คัดค้านที่ 1 กับพวก รวม 22 ค

 จากคำร้องอุทธรณ์ใน 5 ประเด็น ว่า จำเลยมีพยานหลักฐานใหม่สมควรให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากลับคำวินิจฉัย ปรากฏว่า การประชุมครั้งนี้ ผู้พิพากษาศาลฎีกา จำนวน 142 คน มาประชุมเพียง 119 คน ขาดประชุม 23 คน เนื่องจากป่วย หรือลากิจล่วงหน้า จึงมีมติเสียงข้างมาก กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ไม่เห็นควรให้รับอุทธรณ์ 103 เสียง (จากยอด 119 เสียง) เห็นควรให้รับอุทธรณ์ 4 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง กรณีของคุณหญิงพจมาน ผู้คัดค้านที่ 1 เห็นควรไม่รับอุทธรณ์ 101 เสียง เห็นควรให้รับ 4 เสียง ส่วนกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่สมควรรับอุทธรณ์ 99 เสียง เห็นควร 2 เสียง

 ศาลฎีกาได้ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันนี้ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้เงินที่ได้จากการขายหุ้น และเงินปันผลหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 46,373,678,454.70 บาท พร้อมดอกผล เฉพาะดอกเบี้ยที่ได้รับจากบัญชีเงินฝาก นับตั้งแต่วันฝากเงินจนถึงวันที่ธนาคารส่งเงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2553 ผู้ถูกกล่าวหา และผู้คัดค้านที่ 1-5 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

 วันที่ 27 เมษายน 2553 ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เลือกองค์คณะพิจารณาอุทธรณ์ 5 คน ได้แก่ นายพีรพล พิชยวัฒน์ รองประธานศาลฎีกา นายสมศักดิ์ จันทรา ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา นายมานัส เหลืองประเสริฐ ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา และนายฐานันท์ วรรณโกวิท ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา โดยองค์คณะผู้พิพากษาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ได้ทำบันทึกความเห็นสรุปสำนวนเสนอที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อพิจารณา ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ประชุมพิจารณาแล้วมีมติว่า อุทธรณ์ของผู้ถูกกล่าวหา และผู้คัดค้านที่ 1-5 ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 278  วรรคสาม ประกอบระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์อุทธรณ์พิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในกรณีมีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ พ.ศ.2551 ข้อ 3-6 จึงไม่รับไว้พิจารณา

 หลักฐานสำคัญข้อหนึ่งที่ศาลไม่ถือว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ คือความเห็นทางวิชาการของนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีความเห็นคัดค้านคำพิพากษายึดทรัพย์

 เป็นฉากอวสานของคดียึดทรัพย์ทักษิณ ชินวัตร ทรัพย์ทั้งหมดนับหมื่นล้านที่งอกขึ้นมาอย่างรวดเร็วในห้วงแห่งอำนาจทักษิณ ต้องตกเป็นของแผ่นดินสถานเดียว

jk
http://www.oknation.net/blog/chakkrish