ข่าว

ศึก"วัดรอยเท้า"...ผู้ว่าการ สตง.

ศึก"วัดรอยเท้า"...ผู้ว่าการ สตง.

13 ส.ค. 2553

เป็นไปตามคาด "คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา" ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาตามที่ สตง.ได้ส่งเรื่องไป ที่ได้ออกมาแล้วว่า คุณหญิงจารุวรรณ ได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว

 โดยให้เหตุผลว่า ตามประกาศ คปค.ฉบับที่ 29 ระบุว่าให้ผู้ว่าการ สตง.ดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 30 กันยายน 2550 หลังจากนั้นให้มีการสรรหาผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ภายใน 90 วัน แต่ระหว่างสรรหายังให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ ดังนั้นคุณหญิงจารุวรรณจึงอยู่ในตำแหน่งได้อย่างมากแค่ 90 วันเท่านั้น

 แต่คุณหญิงจารุวรรณก็ยังยืนยันเหมือนเดิม โดยอ้าง คปค.ฉบับที่ 29 เหมือนกัน แต่กลับแปลความว่า ตราบใดที่การสรรหาผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่ได้ตัวผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ ก็จะยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และบอกว่าคำวินิจฉัยของกฤษฎีกาไม่มีผลผูกพันตน

 ตอนนี้ก็ได้แต่สงสารข้าราชการในสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่สับสน และ "งงเป็นไก่ตาแตก" ไม่รู้ว่าใครเป็น "นาย" ตัวจริง ระหว่างคุณหญิงจารุวรรณ กับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาราชการแทนผู้ว่าการ

 เพราะฝ่ายแรกยืนยันว่า แม้อายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 ซึ่งต้องพ้นจากตำแหน่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2542 มาตรา 34(2)

 แต่ก็อ้างว่า ต้องปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการต่อไปเพื่อมิให้ประเทศชาติเสียหายตามประกาศ คปค.ฉบับที่ 29 ที่กำหนดว่า "ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง (30 ก.ย.2550) ยังคงปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไปพลางก่อน"

 ขณะที่ พิศิษฐ์ ซึ่งเป็น "เด็กสร้าง" ของคุณหญิงจารุวรรณ มาก่อน ได้ผนึกกำลังกับผู้บริหารระดับสูงใน สตง.คัดค้าน โดยให้ยึดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาและแจ้งให้ข้าราชการ สตง.ยึดถือคำสั่ง (ของคุณหญิงจารุวรรณเอง) ที่แต่งตั้งให้ พิศิษฐ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าการ สตง. อย่างเคร่งครัด

 คุณหญิงจารุวรรณ ได้ทำหนังสือเวียนถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สตง. เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ว่าจะกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ "ผู้ว่าการ สตง." โดยอ้างความเห็นของ "คณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภา" ที่มี "ไพบูลย์ นิติตะวัน" ส.ว.สรรหา เป็นประธาน ว่าสามารถดำรงตำแหน่งนี้ต่อไปได้ จนกว่าจะมีการสรรหาผู้ว่าการ สตง.คนใหม่เสร็จสิ้น

 แต่การสรรหายังไม่ได้ เพราะร่างกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ....ยังไม่มีผลบังคับใช้ เพราะ ส.ว.ลงคะแนนเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ถือว่าไม่ผ่าน ต้องตีกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร และคาดว่าจะมีการพิจารณาในสมัยประชุมนี้

 หากสภาผู้แทนราษฎรยืนยันร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว รัฐบาลก็หยิบยกขึ้นมาประกาศใช้ได้ใน 180 วัน

 ระหว่างนี้ "คุณหญิงจารุวรรณ" ได้ทำบันทึกแจ้งเจ้าหน้าที่ สตง.ว่าได้แต่งตั้ง "พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส" รองผู้ว่าการ สตง. ซึ่งเคยเป็นลูกน้องคนสนิท "รักษาราชการแทนผู้ว่าการ สตง." ไปก่อน

 แม้ว่า "คุณหญิงจารุวรรณ" จะแต่งตั้งรักษาราชการแทนผู้ว่าการ สตง. แต่คุณหญิงกลับยังคงมาทำงานปกติ และได้ทำหนังสือไปถึงนายกฯ ให้ส่งเรื่องของตนไปที่กฤษฎีกาและถึงประธานวุฒิสภาให้ตีความ เพราะไม่แน่ใจว่าทำอย่างไร

 แต่ระหว่างที่ไม่รู้ทำอย่างไรนั้น คุณหญิงจารุวรรณเองก็มาทำงานปกติ

 โดยอ้างว่าเพื่อให้การบริหารราชการของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นไปโดยต่อเนื่องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ แม้ว่าจะตั้งรักษาการไปแล้วก็ตาม

 ขณะที่ "พิศิษฐ์" ก็ใช่ย่อย ได้ทำหนังสือเวียนภายใน สตง.ให้รับทราบว่า แม้ว่าในหนังสือเวียนของคุณหญิงจารุวรรณจะใช้คำว่า ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แต่เมื่อ คุณหญิงจารุวรรณ พ้นจากตำแหน่งตามอายุไปแล้ว และไม่มีบทกฎหมายรองรับชัดเจนให้ปฏิบัติหน้าที่ จึงถือว่าการออกหนังสือเวียนดังกล่าวเป็นบันทึกไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 กลายเป็นว่า "นายเก่ากับลูกน้อง" ต่างคิดว่า "ตัวเองมีอำนาจ" ในการปฏิบัติหน้าที่ "ผู้ว่าการ สตง."

 ต่อมาที่ประชุมวุฒิสภาเกิดข้อถกเถียงกันขึ้นในเรื่องที่ "ไพบูลย์ นิติตะวัน" ได้ให้ความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภาว่า คุณหญิงจารุวรรณ สามารถดำรงตำแหน่งนี้ต่อไป

 อ้างว่าประกาศ คปค.ฉบับที่ 29 ยังมีผลบังคับใช้อยู่

 ความเห็นของ "ไพบูลย์" ถูกทักท้วงโดย "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" ส.ว.สรรหา ลูกน้องเก่าคุณหญิงจารุวรรณ อีกคน ได้กระตุกแขนเสื้อว่า แสดงความเห็นทางกฎหมายอย่างนี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 266 ว่าด้วยการห้าม ส.ส., ส.ว.ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของราชการ

 ขณะที่ ไพบูลย์ เมื่อทราบถึงผลคำวินิจฉัยกฤษฎีกาที่ออกมา ก็เตรียมตั้งแท่นที่จะเรียก คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และ "พิศิษฐ์" มาชี้เแจงต่อวุฒิสภา

 เห็นอย่างนี้...คงสรุปได้ว่า ศึกผู้ว่าการ สตง. คงลากเป็น "หนังม้วนยาว" ต่อไป ตราบใดที่แต่ละฝ่ายยังคิดว่าตัวเองมีอำนาจ

ทีมข่าวสำนักข่าวเนชั่น