ข่าว

มาร์คไม่สนฮุนเซนบ่นเรื่องธรรมดายันใช้สันติแก้

มาร์คไม่สนฮุนเซนบ่นเรื่องธรรมดายันใช้สันติแก้

12 ส.ค. 2553

"ฮุน เซน" เล็งถกเลขาฯ ยูเอ็น ขอช่วยประสานปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โจมตี "มาร์ค" กลับกรอก และขอเลื่อนถกคณะกรรมการชายแดน

ความขัดแย้งเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหารระหว่างไทย-กัมพูชา ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังยูเนสโกเลื่อนรับแผนบริหารของกัมพูชาออกไปอีก 1 ปี ส่งผลให้กัมพูชาออกมาโจมตีไทยอย่างหนัก

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม ว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ได้กล่าวในที่ประชุมว่าด้วยการอนุรักษ์ทะเลสาบเขมรในกรุงพนมเปญว่า จะขอให้นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น)  เข้ามาเป็นผู้ประสานในกรณีพิพาทดินแดนกับไทย โดยนายบัน คี มุน มีกำหนดจะเยือนกัมพูชาระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคมนี้

    สมเด็จฮุน เซนยืนยันว่า การเจรจาระดับทวิภาคีจะเกิดขึ้นได้อีกครั้ง ต่อเมื่อรัฐสภาของไทยผ่านความเห็นชอบข้อตกลงชายแดนฉบับต่างๆ ที่คณะกรรมการชายแดนของทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นแล้วเจรจากันไปก็เสียเวลาโดยใช่เหตุ พร้อมย้ำอีกครั้งว่าจะเชิญฝ่ายที่สาม เช่น สหประชาชาติ หรืออาเซียน เข้าร่วมเจรจาเรื่องชายแดน

     ผู้นำกัมพูชายังกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าขันสิ้นดีที่ทางการไทยกล่าวหากัมพูชาว่าเป็นฝ่ายรุกรานและใช้กำลัง และอ้างคำวินิจฉัยศาลโลกปี 2505 อีกรอบว่าปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบเป็นของกัมพูชา ดังนั้น ระหว่างกัมพูชาและไทย ถือว่าไม่มีชายแดนที่เป็นข้อพิพาทกัน

เสี้ยมสื่อไทยจัดการนายกฯพลิกลิ้น

      "ผมไม่ทราบว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรอยู่ตรงไหน แล้วจะสั่งให้คนของผมและกองทัพถอนออกมาได้อย่างไร" สมเด็จฮุน เซนกล่าวและว่า กัมพูชาจะไม่ใช้กำลังเพื่อคลี่คลายปัญหาชายแดน แต่ก็พร้อมจะปกป้องบูรณาการแห่งดินแดน   

    นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังได้วิงวอนสื่อมวลชนในไทยได้ไตร่ตรองให้ดีก่อนตีพิมพ์เผยแพร่ หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทยระบุว่า สื่อไทยอ้างคำพูดของเขาผิด ทั้งที่สื่อไทยรายงานอย่างถูกต้อง แต่นายกรัฐมนตรีของไทยปฏิเสธเสมอเกี่ยวกับคำพูดของตน ในประเด็นเกี่ยวกับชายแดนกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับคำพูดของตน

 เมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา หน่วยข้อมูลข่าวสารและโต้ตอบเร็ว (พีอาร์ยู) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกมาแถลงการณ์โจมตีนายกรัฐมนตรีของไทยด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมย้ำว่ากัมพูชาจะผลักดันการหาทางออกในปัญหาชายแดนกับไทยให้มีนานาชาติเข้ามาร่วมมากขึ้น แทนที่จะใช้การเจรจาสองฝ่ายที่กัมพูชาระบุว่าเป็นแผนใช้กัมพูชาเป็นตัวประกันทางการเมืองของไทย ที่เผชิญปัญหาทะเลาะเบาะแว้งทางการเมืองไม่รู้จักจบสิ้น

โจมตีไทยขอเลื่อนถกชายแดนเอง

 แถลงการณ์ระบุด้วยว่าการใช้แผนที่ฝ่ายเดียวโดยนานาชาติไม่ได้ยอมรับ เพื่อสนับสนุนการอ้างกรรมสิทธิ์ดินแดนของตนนั้น เป็นยุทธศาสตร์ที่นาซีเยอรมนีกับฟาสซิสต์ของอิตาลีเคยใช้มาก่อน

     ส่วนนายกอย เกือง โฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่า การกลับลำของนายอภิสิทธิ์กรณีแสดงความเห็นเกี่ยวกับการใช้กำลัง เป็นหลักฐานนิสัยแย่ๆ ของผู้นำปัจจุบันของไทย และเขาคิดว่าคำอธิบายของผู้นำไทยต่อสหประชาชาติ เสมือนโจรที่กำลังเสแสร้งเป็นเหยื่อ

     สำหรับเรื่องการเลื่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ที่เดิมมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27-28 สิงหาคมนี้ ที่กรุงเทพฯนั้น นายชุม สุชาติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรงวกลาโหมของไทย เป็นฝ่ายโทรศัพท์ขอเลื่อนกับนายเตีย บัน รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาเอง โดยให้เหตุผลว่า จังหวะการเจรจาไม่เหมาะสม แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม กัมพูชาจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมการเจรจาแบบหนึ่งต่อหนึ่งกับไทยอีกต่อไป หลังจากที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ได้เสนอขอให้จัดประชุมนานาชาติไปแล้ว

มาร์คไม่สนฮุนเซนบ่นเรื่องธรรมดายันใช้สันติแก้ 

 นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธว่า ไม่ได้หลอกใช้สื่อ แต่สื่อออกมายอมรับเอง ที่ลงเนื้อหาไม่ตรงกับสิ่งที่ตนพูด ฉะนั้นสมเด็จฮุน เซน จะต้องระมัดระวัง หลายปีที่ผ่านมาโอกาสที่เราได้เข้าไปชี้แจงค่อนข้างน้อย แต่ในช่วงนี้เราเดินหน้าในการชี้แจงข้อเท็จจริงตลอด และขณะนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เช่น เหตุการณ์บ้านเมือง เรื่องของคณะกรรมการมรดกโลก ที่หลายหน่วยงานได้รับนโยบายของรัฐบาลเพื่อเข้าไปให้ข้อเท็จจริง  

 "ท่าน (สมเด็จฮุน เซน) คงจะบ่นไปเป็นธรรมดา แต่ว่าเราได้ส่งข้อเท็จจริงต่างๆ ไปที่สหประชาชาติเพื่อยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการรุกล้ำ และมีส่วนเกี่ยวพันกับมรดกโลกด้วย เราต้องพยายามที่จะแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ปราศจากการปลุกเร้าเพื่อไม่ให้เกิดการนองเลือดขึ้น จะต้องใช้ความพยายามถึงที่สุด เมื่อสมเด็จฮุน เซน ออกไปยืนยันกับสหประชาชาติว่าจะใช้สันติวิธีเช่นกัน ก็จะต้องยืนยันตามนั้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายกรัฐมนตรีระบุอีกว่า เราจะต้องรักษาสิทธิของเรา ต้องทำอะไรด้วยความรอบคอบ และต้องดูว่าความเข้าใจส่วนใหญ่ของโลกภายนอกจะสนับสนุนแนวทางในการแก้ปัญหาของเราหรือไม่ ไม่มีหรอกที่จะคิดว่าแก้ปัญหาได้ง่ายๆ หรือใช้กำลังเข้าไปผลักกันไปผลักกันมา ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพสร้างความชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรือการเตือนถอนคนออกจากพื้นที่รุกล้ำ โดยอย่าให้ไปตีความว่าเป็นการขีดเส้นตาย หรือว่าข่มขู่  

 เมื่อถามว่า ระยะเวลา 1 ปีที่เหลือ ปัญหาเขตแดนจะจบลงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราควรบอกว่า ควรพยายามทำให้จบ ตามเจตนารมณ์ของสนธิสัญญาและข้อตกลงที่เรามีอยู่กับทางกัมพูชา ทำได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่หลายปัจจัย แต่เราก็จะพยายามทำ

บัวแก้วยันประท้วง20ครั้งมีความคืบหน้า

 นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าในการกำหนดมาตรการแสดงสิทธิของไทยในพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบปราสาทพระวิหาร ว่า ดำเนินการไปบ้างแล้ว ได้เชิญอุปทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยมาพบ พร้อมเรียกอุปทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ รวมถึง พล.อ.ประวิตร ด้วย

 "ได้หารือการเลื่อนการประชุมจีบีซีออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะสมเด็จฮุน เซน บอกว่ารอให้การพิจารณาข้อตกลง 3 ฉบับเสร็จก่อนค่อยว่ากัน แต่ระหว่างนี้อาจมีเรื่องอื่นๆ ที่คุยกันได้ในกรอบคณะกรรมการปักปันเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ก็คุยไปก่อน ซึ่งกระบวนการภายในไทยจะดำเนินการคู่ขนานกับการเปิดเจรจากับกัมพูชา" นายกษิต กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือประท้วงกัมพูชาไปแล้ว 20 ครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง นายกษิตกล่าวว่า ถ้าบอกว่าไม่ตอบสนองเลยคงไม่ได้ เพราะมีการเจรจา มีความร่วมมือ มีการไปมาหาสู่กันตลอด เช่น วัดที่ก่อสร้างเป็นอาคารในพื้นที่ทับซ้อนก็ไม่มีการแปลงสภาพเป็นซีเมนต์ หรือชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ก็ไม่ได้ขยายเพิ่มเติม ยืนยันว่าเราพยายามใช้กลไกการเจรจาเป็นหลัก

 "เรื่องการประท้วงก็ต้องทำ เพื่อยืนยันสิทธิและอธิปไตยของไทย แต่ในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกยูเอ็น ขอเลือกสันติวิธี ซึ่งสมเด็จฮุน เซน ก็บอกจะใช้สันติวิธี ส่วนปัญหาการล้ำดินแดนไปมาถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ได้หมายความว่าต้องยุติภายในวันเดียว การรบราฆ่าฟันกันมันไม่ใช่ ต้องเจรจากัน" รมว.ต่างประเทศ กล่าวทิ้งท้าย