ข่าว

สรรพากรรุกขยายฐานรีดภาษีเล็งกลุ่ม"เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์-อี-คอมเมิร์ซ"

สรรพากรรุกขยายฐานรีดภาษีเล็งกลุ่ม"เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์-อี-คอมเมิร์ซ"

13 ส.ค. 2553

กรมสรรพากรเร่งจัดทัพรีดรายได้เพิ่ม รองรับการตั้งงบสมดุลใน 5 ปี ตั้งเป้าขยายฐานเพิ่ม 3.5 แสนรายในปี 54 เล็งผู้ประกอบการเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์และธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ลดบทบาทจี้ภาษีบริษัทดีที่มีหน่วยงานอื่นกำกับอยู่แล้ว หันมาเน้นกลุ่มที่ยังเสียภาษีไม่ถูกต้องแท

 นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงแผนการรองรับการจัดเก็บรายได้เพิ่ม เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดทำงบประมาณสมดุลใน 5 ปีของรัฐบาลว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จะทำให้รัฐมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น และสรรพากรต้องบริหารให้มีการจัดเก็บภาษีเพิ่มด้วย เช่น การขยายฐานภาษี โดยในปี 2553 มีเป้าหมายจะขยายฐานผู้เสียภาษีเพิ่ม 3 แสนราย และในปี 2554 จะเพิ่มอีก 3.5 แสนราย ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าไปดูแลการเสียภาษีให้ถูกต้องคือ กลุ่มธุรกิจให้บริการห้องเช่า (เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์) ธุรกิจที่ซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (อี-คอมเมิร์ซ) เพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ จะต้องเสียภาษีตามเกณฑ์ แต่ปัจจุบันจากฐานข้อมูลพบว่า มีธุรกิจอี-คอมเมิร์ซประมาณ 1 หมื่นราย ยังไม่ได้เสียภาษีที่ถูกต้อง

 นอกจากนี้ กรมจะปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานรองรับกับจำนวนผู้เสียภาษีที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่สรรพากรยังมีจำนวนเท่าเดิม ด้วยการแยกกลุ่มผู้เสียภาษีที่มีหน่วยงานอื่นกำกับดูแลอยู่แล้ว เช่น ในกรณีที่เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ การตรวจสอบบริษัทเหล่านี้จะน้อยลง รวมถึงจะจัดกลุ่มสำนักงานบัญชีที่มีกว่า 200 รายให้ปัจจุบัน เพื่อจัดกลุ่มสำนักงานในลำดับต่างๆ หากบริษัทที่มีสำนักงานบัญชีในกลุ่มที่ดีตรวจสอบบัญชี จะลดการตรวจสอบน้อยลง เพราถือว่าได้มีหน่วยงานกำกับดูแลชั้นหนึ่งแล้ว

 “เราจะหันมาเน้นกลุ่มที่มองว่า ยังเสียภาษีไม่ถูกต้อง หรือมีการหลีกเลี่ยงภาษีมากกว่ากลุ่มที่เห็นว่าเป็นบริษัทที่ดีและมีหน่วยงานอื่นกำกับดูแลอยู่แล้ว เพื่อลดงานลง และยังจะทำให้กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้มีความระมัดระวังมากขึ้นและหันมาเสียภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้ดีขึ้น” นายวินัยกล่าว

 สำหรับความคืบหน้าในการต่ออายุมาตรการภาษีบจ.นั้น นายวินัยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป เพราะในการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) พบว่า ยังมีความเห็นที่แตกต่าง จึงยังมีเวลาที่จะพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะมีข้อสรุปและนำเสนอนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายใน 1 เดือนตามที่กำหนด ทั้งนี้ ได้ประเมินพบว่าในช่วงที่มีสิทธิภาษี มีบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพียง 20-40 บริษัทเท่านั้น