ข่าว

การสร้างความหมายใหม่ของ"แม่"

การสร้างความหมายใหม่ของ"แม่"

13 ส.ค. 2553

วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปีซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและวันแม่แห่งชาติของไทย เป็นธรรมเนียมของทุกปีที่จะต้องมีการคัดเลือกและมอบรางวัลแก่แม่ตัวอย่างดีเด่นแห่งปี ซึ่งมักจะเป็นยอดคุณแม่ผู้อุทิศกำลังกาย กำลังใจด้วยความว

ในการเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดีของสังคมและมีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ซึ่งล้วนแต่เป็นการตอกย้ำความหมายของแม่ใน “ชุดความคิดเดียว” จนกลายเป็นมายาคติที่ฝังลึกในสังคมไทยตลอดมา

 อย่างไรก็ดี สังคมไทยในทุกวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ความหมายของคำว่าแม่จึงไม่ควรยึดติดกับชุดความคิดเพียงชุดเดียวดังกล่าวข้างต้น แต่ควรขยายชุดความคิดใหม่ด้วยการต่อยอดความหมายจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมว่ายังมีแม่อีกหลายประเภทที่สังคมไม่ยอมรับหรือทำเป็นมองไม่เห็น เนื่องจากรู้สึกว่าขัดต่อวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันดีของสังคมไทย จนทำให้แม่ในความหมายใหม่กลายเป็น "เหยื่อ" ผู้ต่ำต้อยของสังคมมากกว่า

 แม่ประเภทแรกที่เคยถูกสังคมตั้งข้อรังเกียจแต่ปัจจุบันได้รับการยอมรับมากขึ้น ก็คือแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง อันเนื่องจากการหย่าร้างหรือจากความผิดพลาดจนท้องไม่มีพ่อ ทุกวันนี้ บรรดาแม่เลี้ยงเดี่ยวได้พิสูจน์ให้เห็นถึงหัวใจอันแข็งแกร่งพร้อมที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจเลี้ยงดูลูกให้เติบใหญ่โดยไม่มีปมด้อยใดๆ สังคมจึงเริ่มเปิดใจกว้างยอมรับมากขึ้นในชุดความคิดใหม่นี้ว่าแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ไม่ต่างจากครอบครัวที่พร้อมหน้า ในเมื่อแม่มีหน้าที่ต้องอบรมสอนสั่งให้ลูกเป็นคนดีของสังคมอยู่แล้ว

 แต่ยังมีแม่อีกประเภทหนึ่งที่สังคมยังทำใจยอมรับไม่ได้ก็คือแม่วัยใส หรือเด็กหญิงที่ท้องระหว่างเรียน ซึ่งสถาบันครอบครัวและสถาบันศึกษาถือเป็นความผิดร้ายแรงชนิดต้องบังคับให้ทำแท้งเถื่อนหรือขอให้ออกจากโรงเรียนอย่างเงียบๆ เพราะเกรงจะเสื่อมเสียชื่อเสียงของครอบครัวหรือโรงเรียน

โดยไม่มีใครคำนึงถึงอนาคตของเด็กสาวหรือแม่วัยใสว่าจะเป็นเช่นใด ซึ่งสุดท้ายหลายรายก็ลงเอยด้วยการเป็นหญิงขายบริการ

 จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่าในเอเชีย มีอัตราเฉลี่ยแม่วัยใสอายุระหว่าง 15-19 ปี 56 ต่อ 1,000 คน โดยในประเทศไทยมีอัตราเฉลี่ยแม่วัยใส 70 ต่อ 1,000 คน ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยในเอเชียและอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ในระดับ 65 ต่อ 1,000 คน

 โชคดีที่ภาครัฐตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองอนามัยการเจริญพันธุ์ เปิดไฟเขียวให้นักเรียนหญิงที่ตั้งครรภ์สามารถศึกษาต่อและลาคลอดได้ แม้ว่าจะมีทั้งเสียงคัดค้านและเห็นด้วยก็ตาม แต่ถ้าเมื่อใดสังคมยอมรับว่าคำว่าแม่มีชุดความคิดอยู่หลายชุด สังคมก็คงจะหันมายอมรับและให้ความเอื้ออาทรต่อกัน