
การดำรงอยู่ของแก๊งลักรถ
สถิติที่ตำรวจรวบรวมเอาไว้ว่าหน้าแล้งรถจะหายมากที่สุด คงจะใช้ไม่ได้แล้วสำหรับสถานภาพอาชญากรรมในปัจจุบัน
ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผลการจับกุมแก๊งลักรถรายใหญ่ๆ เกิดขึ้นหลายท้องที่ ที่ฮือฮามากที่สุดก็เมืองแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา เป็นโจรกันทั้งครอบครัว
ลักรถทุกชนิดตามใบสั่ง ใช้เวลาแค่ 5 นาทีก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย แสดงถึงความช่ำชอง
มีข้อมูลที่น่าสนใจ คือ แก๊งนี้จะส่งคนตระเวนหารถเป้าหมาย เหมือนเดินดูรถตามโชว์รูมเลยก็ว่าได้ เห็นคันไหนตรงกับใบสั่งและจอดล่อแหลมก็ลงมือ
แก๊งนี้ฉลาดมีจิตวิทยาสูง ถ้าจอดตามบ้านหรือร้านอาหารจะสันนิษฐานว่า จอดนานแล้วจึงลงมือ
สิ่งเดียวที่พอจะเหนี่ยวรั้งให้มิจฉาชีพแก๊งนี้ฉุกคิดมีเพียงอุปกรณ์ล็อกรถ เพราะเสียเวลาสู้ไปหาคันอื่นที่ไม่มีขโมยง่ายๆ ดีกว่า
ของกลางที่ตามยึดมาได้จากอู่แยกอะไหล่ส่งขาย กองเป็นภูเขาเลากา ผู้เสียหายเดินดูยังกับเป็นตลาดนัดอะไหล่มือสอง
ส่วนอีกแก๊งที่เมืองสองแควพิษณุโลก แก๊งนี้แสบมีกลยุทธ์แยบยล ไม่สนว่ารถจะมีล็อกอะไรบ้าง แม้แต่กุญแจชิพก็จัดการเสียอยู่หมัด
เป็นการย้ำเตือนว่าไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใดดีเท่ากับความไม่ประมาท
น่าเห็นใจก็แต่เจ้าของรถ ผ่อนได้ไม่เท่าไรรถหาย ต้องผ่อนกุญแจต่อ รถก็ไม่มีใช้
ที่น่าเจ็บใจสุดๆ รถแสนรักที่ถูกโจรกรรมขายแค่หลักหมื่น ทั้งที่ตอนซื้อมาเป็นแสนเป็นล้าน !?!
ส่วนหนึ่งถูกนำไปสวมซาก ที่ระเบิดตูมๆ แถวสามจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนหนึ่งก็มาจากแก๊งเหล่านี้ บางส่วนแยกอะไหล่ส่งขายตามอู่
ถ้าตำรวจจะแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังต้องเข้าไปจัดระเบียบอู่ซ่อมรถด้วย จะวางสายลับหรือกำหนดกฎเกณฑ์รับซื้ออย่างไรให้ถูกต้องก็รีบทำ
ดูอย่างที่เชียงใหม่ มีนายตำรวจท่านหนึ่งวางสายไว้กับเต็นท์รถมือสอง เห็นคนนอกพื้นที่มีพิรุธมาเช่ารถ ติดจีพีเอสไว้ให้ติดตาม ได้ตัวขบวนการค้ายาเสพติดมาก็มาก
ต้องงัดมาตรการเชิงรุกมาปรับใช้มากหน่อย ไม่ใช่ตามจับอย่างเดียว ถึงแม้จะได้ตัวคนร้าย แต่ผู้เสียหายสูญเสียทรัพย์สินไปแล้ว ตามคืนไม่ได้
ดังนั้น ถ้าตัดดีมานด์ได้ซัพพลายก็ลดลง ประชาชนก็ไม่เดือดร้อนเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ ?!!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



