
"อภิสิทธิ์"น้อมนำเร่งปราบปรามการรุกป่า
เนื่องในวันแม่แห่งชาติพสกนิกรทั่วประเทศทำความดีถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ น่านทำพิธีรับมอบและแจกจ่ายข้าวเฉลิมพระเกียรติ เชียงรายชาวไทยภูเขาร่วมกิจกรรมถวายพระพร พิษณุโลกบวชเนกขัมมะ มอบบ้าน"รัฐร่วมราษฎร์ กาชาดเฉลิมพระเกียรติ" ศูนย์อนุรักษ์ช้
วันที่ 12 สิงหาคม 2553 เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันแม่แห่งชาติ เมื่อเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภริยา เดินทางไปร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา 12 สิงหาคม 2553 ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง และเวลา 19.19 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
โอกาสนี้ได้เชิญคณะรัฐมนตรีพร้อมภริยา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กงสุลกิตติมศักดิ์ คณะทูตานุทูต องค์การระหว่างประเทศ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ข้าราชการทหาร 3 เหล่าทัพ ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการการเมือง ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการพลเรือน ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ ฯลฯ จำนวนประมาณ 2,157 คน ร่วมในงานพิธี และจุดเทียนชัยโดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ
ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงเรื่องน้ำและป่าว่า นอกจากโครงการที่เป็นการสนองแนวพระราชดำริและพระราชเสาวนีย์ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว สิ่งที่ต้องเข้มงวดกวดขันขึ้นคือ ปัญหารุกป่า การตัดต้นไม้ รวมถึงปัญหาการเข้ามาถือครองที่ดินและใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ รัฐบาลจะเร่งให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการต่อไป
"สำหรับปัญหาเรื่องน้ำ โครงการไทยเข้มแข็งและโครงการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทดลองในพื้นที่ภาคอีสานน่าจะช่วยในระยะกลาง และระยะยาว ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามีการติดตามตัวเลขค่อนข้างละเอียดในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำในขณะนี้ อย่างเขื่อนสิริกิติ์ดีขึ้นมาก แต่เขื่อนภูมิพลน้ำเพิ่มขึ้นช้ามาก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
น่านทำพิธีรับมอบและแจกจ่ายข้าวเฉลิมพระเกียรติ
นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชน รวมถึงชาวไทยภูเขา ได้เข้าร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติ ที่หอประชุมโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ถ.บรรพปราการ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยได้มีการลงนามถวายพระพรพร้อมกับพิธีมีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 79 รูป
พร้อมกันนี้กิจกรรมดังกล่าวได้มีการมอบเกียรติบัตรแม่ดีเด่น จ.เชียงรายประจำปี 2553 พร้อมกับถวายเงินเข้ากองทุนแม่ของแผ่นดินรวมใจไทยทั้งชาติ พิทักษ์ราชด้วยภักดี และมอบข้าวสารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลบรมราชาภิเษกปีที่ 60 และเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษาให้กับองค์การปกครองท้องถิ่นในการกระจายไปพื้นที่ต่างๆ โดยมีนางรัตนา จงสุทธนามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงรายเป็นตัวแทนรับมอบ
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมในครั้งนี้พบว่าได้มีกลุ่มชายไทยภูเขาได้แต่งกายชุดชาวเขาเผ่าต่างๆ ได้เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรในสำนึกพระกรุณาธิคุณ ก่อนที่กลุ่มชาวไทยภูเขาทั้งหลายจะได้นำเทียนที่ประดิษฐ์ด้วยวิธีของชาวไทยภูเขาเข้าร่วมจุดเทียนชัยพร้อมกับชาวไทยทั่วประเทศต่อไป
น่านทำพิธีรับมอบและแจกจ่ายข้าวเฉลิมพระเกียรติ
เมื่อเวลา 13.00 น.ที่สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน นายวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ผู้ว่าฯน่าน เป็นประธานพิธีมอบข้าวสารเฉลิมพระเกียรติฯ ให้นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน และประชาชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน 27 ชุมชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เปิดกรวยดอกไม้สดถวายสักการะต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จากนั้นนายวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน นายภาณุ ขันแก้ว พาณิชย์จังหวัดน่าน เป็นผู้มอบให้กับผู้แทนชุมชน
นายกนครพิษณุโลกนำผู้บวชเนกขัมมะถวายพระพร
ที่วัดท่ามะปราง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นางเปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคล ร่วมกับผู้บวชเนกขัมมบารมี 100 คน ที่บวชถวายเป็นพระราชกุศล ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.ไปจนถึงวันที่ 13 ส.ค.
ผู้ว่าฯพิษณุโลกมอบบ้าน"รัฐร่วมราษฎร์ กาชาดเฉลิมพระเกียรติ"
นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนางปิยธิดา เรืองจันทร์ นายกเหล่ากาชาด และสมาชิกเหล่ากาชาด ร่วมกันประกอบพิธีมอบบ้านรัฐร่วมราษฎร์ กาชาดเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับโครงการดังกล่าวจังหวัดพิษณุโลกร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด ได้จัดสร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส โดยการพิจารณาคัดเลือกราษฎร ที่มีฐานะยากจน และไม่มีที่อยู่อาศัย โดยได้ถือฤกษ์วันที่ 12 สิงหาคม 2553 ทำพิธีส่งมอบบ้านตามโครงการดังกล่าว โดยรายแรกได้ทำพิธีส่งมอบบ้านให้กับนางสาวนุช โพธิ์ศรี ราษฎรหมู่ที่ 1 ต.ปากโทก ต่อจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมคณะได้เดินทางไปส่งมอบบ้าน ให้กับนางสาวบุญเริ่ม ฉิมเอม ราษฎรหมู่ที่ 6 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นหลังที่สอง
ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยนำจนท.และช้างจัดพิธีถวายราชสดุดี
เมื่อวันที่ 09.09 วันที่ 12 ส.ค. 2553 นายวรวิทย์ โรจนไพฑูรย์ ผู้อำนวยการสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จ.ลำปาง ได้นำคณะพนักงานผู้ปฏิบัติงานช้างในสังกัดกว่า 50 เชือก รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ประกอบพิธีถวายราชสดุดีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง
ชลบุรีจัดงานช้างตวัดงวงวาดภาพแม่ช้างไกวเปลเขียน"แม่รักลูก"
อำเภอสัตหีบ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสวนนงนุชพัทยา โดย นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่วันแม่แห่งชาติ “ ลูกพาแม่เที่ยวฟรี ” จัดขบวนช้าง 21 เชือก แห่พระบรมสาทิสลักษณ์ รำถวาย และกล่าวอาศีรวาท เทิดทูน เชิดชู สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พบกับช้างแสนรู้ พังหยก พังทับทิม พลายขวัญเมือง คลานหมอบถวายพวงมาลัยต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ และจัดให้ พังสงกรานต์ พังคริสมาส พังใบเตย มอบพวงมาลัยให้แม่ช้าง และมอบให้กับตัวแทนแม่ที่มาร่วมงานในวันแม่แห่งชาติ
และสุดท้าย พังหยก อายุ 6 ปี วาดภาพแม่ช้างไกวเปลให้ลูกช้าง โดยให้ พลายไม้เมือง อายุ 8 ปี เขียนคำว่า แม่รักลูก และวาดภาพหัวใจสีแดงล้อมรอบ สร้างความฮือฮาให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมากประจำปางช้าง (แค้มป์)ช้างสวนนงนุชพัทยา สัตหีบ ชลบุรี ตะวัดปลายงวง วาดแม่ช้างไกวเปล กล่อมให้ลูกนอน เขียนแม่รักลูก อยู่ในวงล้อมหัวใจสีแดง
พสกนิกรทุกหมู่เหล่าชาวอีสานร่วมทำบุญตักบาตร
ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองหญ้าม้า บ้านโนนสวรรค์ ต.โนนรัง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด อบต.โนนรัง ร่วมกับ สำนักงานประมง จ.ร้อยเอ็ด ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดจังหวัด และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ได้จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ โดยมี นายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานปล่อยพันธุ์ ปลายี่สก ปลาตะเพียน ปลานิล และ กบ จำนวน 200,000 ตัว ลงในอ่างเก็บน้ำหนองหญ้าม้า นอกจากนี้ยังได้ร่วมปลูกต้นไม้จำนวน 500 ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และพัฒนาภูมิทัศน์ให้อ่างเก็บน้ำหนองหญ้าม้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่อไป
วันเดียวกัน ที่หอประชุมโรงเรียนธีรภาดาเทคโนโลยีร้อยเอ็ด ดร.ธีระ ชัยคณารักษ์กูล ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนธีรภาดาเทคโนโลยีร้อยเอ็ด นำคณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ และนักเรียนกว่า 1,000 คน จัดกิจกรรมเนื่องในวันแม่แห่งชาติ พร้อมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา ร่วมรับฟังธรรมะ ก่อนที่จะพร้อมใจกันใส่บาตรแก่พระภิกษุ จากนั้นเป็นการบริจาคโลหิตและอวัยวะให้กับเหล่ากาชาด จ.ร้อยเอ็ด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหามหาราชินี
ขณะที่โรงเรียนร้อยเอ็ดเทคโนโลยีก็ได้มีการเปิดป้ายปล่อยขบวนนักเรียน-นักศึกษา กระจายกำลังออกทำความสะอาดตามท้องถนน ตรอกซอก ซอย ต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดร่วมกับชุมชนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศ
ส่วนที่ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อช่วงเช้า วันเดียวกัน ที่หน้าที่ว่าการ อ.หล่มสัก จ. เพชรบูรณ์ พสกนิกรทุกหมู่เหล่า พร้อมด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาล อัยการ นายอำเภอ รวมทั้งข้าราชการมาร่วมกัน ทำบุญตักรบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จากวัดไพสณศักดารามและวัดไกล้เคียงในเขตเทศบางเมืองหล่มสัก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยพสกนิกร ได้ร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานขอให้ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญ ร่มโพธิ์ ร่มไทย แด่พสกนิกรชาวไทยตลอดไป นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันลงนามถวายพระพร ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ และการถวายปิ่นโตอาหารและปัจจับยสี่แด่พระสงฆ์พร้อมมีการร่วมของพสกนิกรในท้องถิ่นจำนวนมากมาร่วมลงนามพระถวายพระพรในวันแม่แห่งชาติ
ผู้ว่าฯศรีสะเกษจัดปักดำวันแม่เกี่ยววันพ่อ
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บ้านใจดี ตำบลใจดี อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายกองเอก วิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำเกษตรกร ร่วมปักดำข้าว ตามโครงการปักดำวันแม่ เกี่ยววันพ่อ ซึ่งอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 84 พรรษา และ 78 พรรษา ในปี พ.ศ.2553 รวมทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการทำนาข้าวด้วยการกลับคืนสู่วิถีธรรมชาติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในงานมีการจัดงานกิจกรรมแข่งขันปักดำ เพื่อสร้างความสนุกสนานและส่งเสริมความรักความสามัคคีของประชาชนและชุมชน
เจ้าคณะบุรีรัมย์ขายอาหารจานละบาทให้ผู้ยากไร้
พระประสาร์ท สารคุณ เจ้าอาวาสวัดทุ่งโพธิ์ และเจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุต จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับพุทธศาสนิกชน และศิษย์ยานุศิษย์ ประกอบอาหารจำหน่ายให้กับประชาชนผู้ยากไร้ และผู้มีรายได้น้อยในราคาถูกเพียงจานละ 1 บาท ที่บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลเมือง ซึ่งได้มีเด็ก คนชรา และผู้ยากไร้จากอำเภอต่างๆ มาเข้าคิวซื้อเป็นจำนวนมาก สำหรับอาหารที่นำมาจำหน่ายในวันนี้มีทั้งข้าวราดแกง ผัดไทย ขนมจีนน้ำยา และส้มตำ ส่วนเงินที่ได้จากการจำหน่ายอาหารหรือที่ได้รับบริจาคในครั้งนี้เจ้าคณะจังหวัด จะได้นำไปมอบสมทบเข้ามูลนิธิราชประชาสมาสัย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ และด้อยโอกาสในสังคมที่ยังต้องการความช่วยเหลือ เป็นการทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาฯถ เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 78 พรรษา
แม่เฒ่าวัย73ปีสู้ชีวิตเลี้ยงลูกพิการ4คนนานกว่า50ปี
แม่ผู้สู้ชีวิตชาวพิจิตรรายนี้ คือนางฟอง บุญมาตร อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่99 หมู่ที่7 ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร โดยนางฟองต้องเลี้ยงลูกตามลำพังเนื่องจากนายโปรย บุญญมาตร สามีของเสียชีวิต ในปี 2550 ที่ผ่านมา ทำให้นางฟองต้องแบกรับภาระเลี้ยงลูกซึ่งพิการทางสมองตั้งแต่เกิดจำนวน 4 คน จากลูกจำนวน 7 คน
นายวีระชัย บุญชู ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง กล่าวว่า ครอบครัวของยายฟองลำบากมาก การช่วยเหลือของราชการในการช่วยเหลือเบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยคนพิการก็ได้เงินเพียงเล็กน้อยไม่พอเพียงต่อการดำรงชีวิตครอบครัวจึงลำบากอย่างที่เป็น หากวันหนึ่งนางฟองเสียชีวิตก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าครอบครัวนี้จะเป็นอย่างไร
3ผู้ใจบุญเมืองระยองมอบเครื่องใช้กว่า10,000บาทแก่หญิงชรา
จากกรณีที่นางสาย เที่ยงตรง อายุ 68 ปีบ้านเลขที่ 163/2 หมู่ 2 ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ถูกนางกัลยาณี เที่ยงตรง ลูกสาวอายุ 32 ปี เป็นโรคสุราเรื้อรังอยู่ในอาการมึนเมาตลอดเวลา ใช้คำหยาบคายด่านางสายผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้าเป็นประจำ ต่อมานางมยุรี แดงฉ่ำ อายุ 46 ปี พี่สาว ทนเห็นพฤติการณ์ของน้องสาวขี้เมาไม่ไหวเข้าแจ้งความ พ.ต.ท.วิชาญ พวงทอง สารวัตรเวร สภ.น้ำเป็น ดำเนินคดีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
ต่อมานายอินทรีย์ เกิดมณี นายอำเภอเขาชะเมา ทราบเรื่องจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.พชต. วงค์ประณุฑ สว.สภ.น้ำเป็น นายปรีชา เย็นใจ ผู้ใหญ่บ้าน และนายเจริญ เพียรชอบ รองนายกองค์การบริหารส่วนน้ำเป็น นายปรีชา จิตบรรจง ผอ.สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบหมายให้นางสาทิพย์ ภูธนะกุล นักสังคมสงเคราะห์ เดินทางเข้าเยี่ยมนางสายที่บ้านพร้อมมอบเงินจำนวน 4,000 บาท พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวนางกัลยาณีมาว่ากล่าวตักเตือนและทำบันทึกไว้อย่าทำพฤติการณ์เช่นนี้อีก
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ประสานจากนางสำรวล ฉันทสาร นางชุติภัค ฉิมมารักษ์ และนางลักษภาภรณ์ แซ่เฮ็ง ผู้ที่ให้การช่วยเหลือและเป็นผู้ที่เสียสละให้กับสังคมมาโดยตลอด ได้รวบรวมเงินจำนวนกว่า 10,000 บาท จัดซื้อที่นอน หมอนมุ้ง ผ้าห่ม กระติกน้ำร้อน หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวและน้ำยาล้างจาน พร้อมเงินสดอีก 2,000 บาท ไปมอบให้นางสาย เที่ยงตรง หญิงชราที่ถูกลูกขี้เหล้าด่าเหมือนไม่ใช่แม่บังเกิดเกล้า โดยมีนายเจริญ เพียรชอบ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)น้ำเป็น นายปรีชา เย็นใจ ผญบ.หมู่ 2 ต.น้ำเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.น้ำเป็นและชาวบ้านใกล้เคียงให้การต้อนรับและขอบคุณสตรีผู้ใจบุญทั้ง 3 คน.
นางสำรวล ฉันทสาร นางชุดาภัค ฉิมมารักษ์ และนางลักษภาภรณ์ แซ่เฮ็ง ผู้ใจบุญช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด เนื่องในวันแม่ จึงรวบรวมเงินซื้อข้าวของเครื่องใช้เป็นจำนวนเงินกว่า 10,000 บาทให้กับนางสาย เที่ยงตรง หญิงชรา ชาวบ้านน้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง



