
มาร์ค"จ่ายเช็คช่วยชาติแนะอย่าใช้ฟุ่มเฟือย
อภิสิทธิ์" จ่ายแล้วเช็คช่วยชาติ ย้ำไม่ต้องการให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแต่ต้องการให้ใช้เงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ชาวบ้านโวยร้อน -เสียเวลา
(26มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอบคำถามรายการเรื่องเล่าเช้านี้ หลังร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 39ปี ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลดูแลประชาชนในทุกภาคส่วนและเช็คช่วยชาตินี้ในส่วนของทหารเกณฑ์ ครูเอกชนและองค์กรอิสระก็ไดรับอย่างแน่นอนื และหวังว่าวันนี้เมื่อเงินลงไปถึงมือประชาชนแล้วก็จะมีการจับจ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียน แต่รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย
“ส่วนที่กลุ่มเกษตรกรมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะไม่ได้รับเงินจากโครงการนี้ ความจริงแล้วรัฐบาลมีโครงการในการช่วยเหลือโดยใช้เงินงบประมาณที่มากกว่าด้วยซ้ำ เพียงแต่เป็นคนละวิธีกัน”
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า มาตรการการกู้เงินของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็กู้กันมาแล้วทั้งนั้น เพียงแต่วันนี้มีการหบิยมาเป็นประเด็นทางการเมือง ยืนยันว่ารัฐบาลทำทุกอย่างรอบคอบและชั่งน้ำหนักโดยยึดประประโยชน์สูงสุด เนื่องจากขณะนี้ทุกประเทศประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทยมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 และบางแห่งสูงถึงร้อยละ 20-30
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะสามารถประคับประคองจีดีพีของประเทศไม่ให้ต่ำไปกว่าติดลบ 2.5 ตามที่กระทรวงการคลังประเมินได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่แน่นอน วันนี้มีการวิจารณ์รมว.คลังว่าพูดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา มีการคาดการณ์จีดีพีของประเทศ ตนก็ต้องบอกว่าขณะนี้เศรษฐกินผันผวน ความไม่แน่นอนจึงเกิดขึ้นได้ แต่เราก็พยายามจะทำไม่ให้ติดลบไปมากกว่านี้
ยอมรับว่าไตรมาส 1 -2 และ 3 เราหนักแน่ แต่ไตรมาส 4 ตนยังมองในแง่ดีว่าเศรษฐกิจน่าจะเติบโตได้ ส่วนที่เอกชนประเมินว่าหลังเทศกาลสงกรานต์จะมีการปลดและทำให้มีคนตกงาน 3-4 แสนคนนั้น จากการติดตามตัวเลขของคนตกงานในช่วง ม.ค.-ก.พ.ก็มีมากขึ้น แต่ขณะนี้ตนตั้งข้อสัเกตและแปลกใจว่าทำไมจึงมีตัวเลขการลาออกมาก ซึ่งอาจจะเป็นเพราะถูกบีบ เลิกจ้างซึ่งก็จะติดตามต่อไป ซึ่งมาตรการรองรับรัฐบาลก็ได้เตรียมความพร้อมไว้ ทั้งการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ และโครงการต้นกล้าอาชีพ
จากนั้นในเวลา 08.30 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานตัดริบบิ้นเปิดงาน “โครงการเช็คช่วยชาติ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก” พร้อมมอบเช็คช่วยชาติฉบับแรกให้แก่ ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 คือนางกงใจ หารไชย ครูโรงเรียนเอกชน ซึ่งเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ ทั้งนี้มีประชาชนจำนวนมากมายืนรอเข้าแถวเพื่อรับเช็คดังกล่าว และหากไม่มารับในวันนี้ก็สามารถไปรับได้ที่สำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่ของผู้ประกันตนที่ขึ้นทะเบียนไว้ในระหว่างวันที่ 4-8 เม.ย.และระหว่างวันที่ 20 เม.ย.-15 มิ.ย.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของโลกส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิของไทย โดยเฉพาะผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อย ซึ่งตั้งแต่วันแรกที่รัฐบาลเข้ามาทำงานพยายามทำงานให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลจึงเป็นการเข้ามาดูแลประชาชนในทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร คนว่างงาน ผู้มีรายได้น้อย และสำหรับโครงการเช็คช่วยชาติสิ่งที่รัฐบาลต้องการเห็นคือทำอย่างไรให้เศรษฐกิจหมุนเวียนไปได้ในระดับที่เหมาะสม รัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย แต่ต้องการให้นำไปใช้สอย และบรรเทาความยากลำบาก ทั้งนี้ถ้ามีการนำไปใช้จ่ายจริงก็จะช่วยเศรษฐกิจในภาพรวมได้เพราะเป็นการประตุ้นเศรษฐกิจ
“ ปัญหาวิกฤติเศษฐกิจที่เกิดขึ้นรัฐบาลไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนกหรือตื่นกลัวมากเกินไป เพราะจะทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบรุนแรงมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ตั้งอยู่บนความไม่ประมาทและไม่ต้องการให้ประชาชนประมาทด้วย อีกทั้ง ไม่เชื่อว่าจะมีคนนำเช็คที่ได้ไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย และหวังว่าจะนำไปใช้จ่ายเพื่อหมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง ทุกคนมีส่วนในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ จนสามารถฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ วันนี้จึงอยากให้คนไทยใช้ของไทย กินของไทยและเที่ยวเมืองไทย เพื่อเศรษฐกิจจะได้หมุนเวียน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าชื่อตกหล่นและไม่ได้รับเงิน 2 พันบาท ซึ่งก็จะมีการตรวจสอบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการเปิดงาน นายกรัฐมนตรีได้เดินลงไปทักทายประชาชนที่ยืนเข้าแถวรอรับเช็คช่วยชาติ และเนื่องจากอากาศร้อนและแดดแรงมาก อีกทั้งมีประชาชนจำนวนมาก ได้มีสุภาพสตรีคนหนึ่งแสดงอาการไม่พอใจตะโกนบอกกับนายอภิสิทธิ์ว่าร้อนมาก ทำไมรัฐบาลไม่ใช้วิธีการอื่น ต้องให้ประชาชนมายืนเข้าคิว เสียทั้งเวลา อากาศก็ร้อน พวกตนยอมเสียเงิน 10 -20 บาท เพื่อโอนเงินเข้าธนาคาร ไม่ต้องมายืนรอเสียเวลาทั้งเถ้าแก่และลูกจ้าง ร้อนก็ร้อน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ที่ไม่ทำอย่างนั้นก็เพราะไม่ต้องการให้เสียมูลค่าของเงินไป



