ข่าว

ชัยแนะจารุวรรณรู้จักปล่อยวางเจ้าตัวไม่สนทำงานต่อ

ชัยแนะจารุวรรณรู้จักปล่อยวางเจ้าตัวไม่สนทำงานต่อ

12 ส.ค. 2553

“ชัย” แนะ “จารุวรรณ" รู้จักปล่อยวาง ย้ำประเทศไทยไม่ใช่ของท่านคนเดียว ถ้ายังอยากเป็นให้เสนอตัวมาใหม่ เตรียมเร่งนำร่างกม.สตง.เข้าสภาส.ค.นี้ "จารุวรรณ"ขอปิดปากปัญหาเก้าอี้ผู้ว่าสตง. อ้างตอนนี้ขอทำหน้าที่ตามปกติ ยันไม่มีความขัดแย้งกับใคร พท.เรียกร้อง"จารุวร

 (12ส.ค.) ที่เกียกกาย นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ...ยังไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของสภา ว่า ภายในเดือนส.ค.นี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการ สตง.ได้ทำหนังสือมาถึงตนให้เร่งพิจารณาพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วย ความจริงจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาเมื่อวันที่ 11 ส.ค.แต่สภาล่มก่อน เพราะร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านการพิจารณาของวุฒิสภามาแล้ว หากสภาผู้แทนราษฎรเห็นด้วยกับวุฒิสภาก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่หากส.ส.ไม่เห็นด้วยก็จะทำให้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวตกไป จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล และสตง.ที่จะเสนอกฎหมายเข้ามาให้สภาผู้แทนราษฎรภายใน 90 วัน หรือจะนำเข้ามาพิจารณา 3 วาระรวดเลยก็ได้ ไม่มีปัญหา

 เมื่อถามว่ามีความเห็นแตกต่างการวินิจฉัยของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการพ้นตำแหน่งของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าสตง. นายชัย กล่าวว่า ตามกฎหมายเก่า และใหม่ ถ้าหากอายุเกินกว่า 65 ปีก็ควรเลิก และปล่อยว่างได้แล้ว ให้รองผู้ว่าสตง.บริหารจัดการแทนจนกว่าจะมีการสรรหาผู้ว่าสตง.ใหม่ เพราะประเทศไทยไม่ใช่ของท่านคนเดียว แต่เป็นคนของคนไทยทั้งประเทศ ส่วนส.ว.มีความเห็นต่างจากกฤษฎีกาก็เป็นความเห็นส่วนตัว แต่เมื่อการกฤษฎีกาวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็ต้องรับฟัง เพราะรัฐบาลก็ต้องยึดหลักของกฤษฎีกา และคนส่วนใหญ่ก็ต้องฟังกฤษฎีกา แต่ถ้าคุณหญิงจารุวรรณอยากจะเป็นอีกก็ต้องเสนอตัวให้คณะกรรมการสรรหามาใหม่ได้ ไม่มีปัญหาเพราะทุกคนมีสิทธิที่จะได้เป็น

"จารุวรรณ"ขอปิดปากปัญหาเก้าอี้ผู้ว่าสตง. 

 คุณหญิงจารุวรรณ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่อยากพูดอะไรมาก ไม่อยากทะเลาะกับใคร ถ้าอยากรู้รายละเอียดให้ไปถามน.ส. รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. และนาย ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา เพราะน่าจะเป็นผู้ที่รู้ข้อมูลดีที่สุด ส่วนตัวตอนนี้ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร หรือมีความขัดแย้งกับข้าราชการใน สตง. แต่ทั้งนี้เชื่อว่ารองผู้ว่าสตง. ที่ตนได้แต่งตั้งให้มาทำหน้าที่รักษาการแทนขณะนี้ก็เชื่อว่าน่าจะรู้ถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการจะทำอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะการเซ็นเอกสารทางราชการที่สำคัญ

 คุณหญิงจารุวรรณ กล่าวต่อว่า ไม่คิดว่าปัญหาตำแหน่งผู้ว่า สตง.จะกลับมาอีกหลังจากเมื่อปี พ.ศ. 2548 ก็ได้เกิดเหตุการณ์สุญญากาศมาแล้ว ซึ่งในตอนนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ไม่ได้รับวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว เพราะการตีความว่ากฤษฎีกาไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยกฎหมาย สตง. เนื่องจากเป็นกฎหมายเฉพาะ จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดกรณีนี้กฤษฎีกาจึงวินิจฉัยออกในลักษณะนี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อยู่ที่จะมีใครยื่นเรื่องให้ศาลปกครองวินิจฉัยหรือไม่

พท.เรียกร้อง"จารุวรรณ"เเสดงสปิริตอย่าดื้อ

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค เพื่อไทย กล่าวถึว่า เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้ชัดแบบนี้แล้ว คุณหญิงจารุวรรณควรแสดงสปิริตทางการเมืองเลิกเสพติดอำนาจ เสียสละตัวเองก่อนตามที่ อ้างเสมอๆว่าเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์ รับใช้สตง.มานานวันนี้ข้าราชการที่นั่นแตกแยกเป็น 2 กลุ่มที่ไม่รู้ว่าจะฟังใครระหว่างคุณหญิงจารุวรรณกับรองผู้ว่าฯ สตง. ตรงนี้เป็นผลเสียกับการทำงานที่อาจเกิดปัญหาทางกฎหมายตามมา เรื่องนี้ขอให้ข้าราชการสตง.ไปร้องต่อศาลให้ชี้ขาดเรื่องนี้ว่าควรรับฟังคำสั่งใครกันแน่

"เทพไท"ชี้“นายกฯ”ให้ความเห็นปัญหาผู้ว่าสตง.ไม่ใช่เป็นการแทรกแซง

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนคิดว่าไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล หรือตัวนายกรัฐมนตรี เพราะสตง.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์โดยกล่าวหานายกฯ ว่าเข้าไปแทรกแซงการดำรงตำแหน่งผู้ว่าสตง. ซึ่งอาจผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) มาตรา 266 และมาตรา 268 นั้น การที่นายกฯ แสดงความคิดเห็นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฏีกา ถือเป็นการแสดงความเห็นในฐานะที่เป็นนายกฯ ที่สืบเนื่องจากคณะกรรมการกฤษฏีกาเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐบาล เมื่อกฤษฏีกามีความเห็นเรื่องนี้ออกมา นายกฯก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ ดังนั้น นายกฯ ไม่ได้ทำผิดตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ก้าวก่ายและแทรกแซงต่อการดำรงตำแหน่งของผู้ว่า สตง. ทั้งนี้ คุณหญิงจารุวรรณ จะดำรงตำแหน่งต่อหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงใดๆทั้งสิ้น