
"สุวัจน์"ชี้สภาล่มส่งสัญญาณเสถียรภาพของรัฐบาล
"สุวัจน์" ชี้สภาล่มส่งสัญญาณเตือน อาจเกิดปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน และเสถียรภาพของรัฐบาล วอนทุกฝ่ายนึกถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง แกนนำภท.ปัดข่าวคว่ำพรบ.งบ 54 เซ่นเอ็นจีวีล่ม ชิณวรณ์ เชื่อพรบ.งบฯ54ไม่มีปัญหาองค์ประชุม จี้วิป 2 ฝ่า
(12ส.ค.) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการ 1 ล้านกล้า ถวายพ่อ “ ปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ “ลดโลกร้อน ถวายพ่อ” ที่ บริเวณสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ต.หนองระเวียง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประชุมสภาฯ เมื่อวานนี้ ซึ่งเกิดปัญหาสภาฯ ล่ม ว่า ปัญหาของประเทศในขณะนี้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ รวมทั้งความขัดแย้งทางความคิด ฉะนั้นประเทศต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในการทำงานตามนโยบายให้สำเร็จ แต่เสถียรภาพของรัฐบาลก็มีความจำเป็นที่ต้องขึ้นอยู่กับเสียงในสภาฯ
การที่มีสัญญาณว่าเมื่อมีการประชุมสภาแล้ว สมาชิกไม่ครบองค์ประชุมถือว่าเป็นผลกระทบสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการทำงานของรัฐบาล จึงเป็นสัญญาณที่แจ้งเตือนว่าจะมีปัญหาใหญ่ในการบริหารราชการแผ่นดินอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะ พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งจะขาดเสียงในสภาฯ ไม่ได้เลย หากไม่มีเสียงตามจำนวนที่กำหนดไว้จะเกิดปัญหาใหญ่ในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ พัฒนาประชาชน และเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ไม่ควรนิ่งนอนใจ
ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นควรต้องเร่งรีบปรึกษาหารือกันภายในรัฐบาลที่บริหารประเทศในฐานะผู้นำ เพื่อขอความร่วมมือทำความเข้าใจหรือมีการออกมาตรการใดก็ได้ให้องค์ประชุมครบ มิเช่นนั้นจะกระทบต่อการทำงาน บั่นทอนเสถียรภาพ ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาลทั้งๆ ที่ผ่านมา รัฐบาลกำลังจะดำเนินการปฏิบัติหน้าที่ไปอย่างราบรื่น ปัญหาต่างๆ ทำท่าจะคลี่คลาย ไปในทางที่ดี ตนจึงอยากวิงวอนให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน นึกถึงผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชนเป็นที่ตั้งในการทำงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพราะการเปลี่ยนเปลี่ยนอะไรบางอย่างของพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ นายสุวัจน์ ตอบว่า จากการรับทราบขอมูลข่าวสารในประเด็นนี้ เท่าที่สังเกตดูการขาดประชุมสภาฯ มิได้มีพรรคใด พรรคหนึ่ง จงใจที่จะร่วมกันไม่มาร่วมประชุม แต่ความเป็นจริงแล้ว ส.ส.ขาดประชุมแทบทุกพรรค ฉะนั้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับเรื่องดังกล่าว
สำหรับเรื่องที่มีกระแสข่าวการดึงตัว ส.ส.ในราคามูลค่าสูงถึง 60 ล้านบาท ตนไม่ทราบว่าจะเป็นข้อเท็จจริง แต่เงินค่าตัวจำนวนนี้ก็เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยถ้าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง แต่ไม่อยากจะให้เกิดขึ้นจริงเพราะจะส่งผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตย แต่ทุกวันนี้ทุกคนได้สัมผัส ได้เห็นปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นมากมายอยู่แล้ว ขอให้นักการเมืองทุกคนพยายามทำให้การเมืองไทยได้รับการยอมรับกันเสียที หากนักการเมือง พรรคการเมือง ระบบการเมือง ยังไม่ได้รับการยอมรับ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เลวร้ายก็จะหวนกลับมา ทางออกก็คือนับหนึ่งใหม่ในเรื่องของการได้รับการยอมรับในผลการเลือกตั้ง ฉะนั้นบรรยากาศเหล่านี้เป็นการจีบกันทางการเมืองที่จะดึงชักชวนกันร่วมพรรคในการเลือกตั้งในครั้งหน้าที่ทุกคนเชื่อว่าจะเกิดขึ้น แต่ขณะนี้เชื่อว่าไม่มีใครที่จะมีการตัดสินใจอะไรใดๆ
ต่อข้อถามที่มีกระแสข่าวว่า นายเนวิน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย อาจมีสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย นายสุวัจน์ เผยว่า การเมืองเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรแน่นอน เป็นเรื่องของอนาคต นักการเมืองทุกคนก็ย่อมมีความเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะต้องเติบโตไปข้างหน้า ทุกคนมีสิทธิที่จะคิด ส่วนตนอนาคตหลังจากเมื่อพ้นโทษจากบ้านเลขที่ 111 จะมีการกลับเข้ามาเล่นการเมืองในฐานะผู้บริหารประเทศหรือไม่นั้น ตนยังไม่ได้คิดการใหญ่แต่อย่างใด เอาไว้หลังจากครบ 5 ปี สียก่อนจึงค่อยๆ คิดต่อไป
“ชัย”แนะปชช.บอกส.ส.ให้รักกัน
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสภาล่มว่า ยอมรับว่ามีส.ส.ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากบางพื้นที่มีการจัดงานวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาจจะติดงานก็ต้องดูแลประชาชนด้วย จึงไม่มาร่วมประชุม แต่ส.ส.มาลงชื่อกัน 274 ถือว่าครบ แต่ก็มีอีกฝ่ายค้านไม่ลงคะแนนให้ หรือไม่ร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาล จึงอยากให้ประชาชนเวลาส.ส.ลงพื้นที่ก็ให้บอกเขาว่าให้สามัคคีกัน รักกัน ไม่ใช่มาทะเลาะกัน หรือชิงดีชิงกัน ให้ช่วยกันทำงานให้บ้านเมือง
แกนนำภท.ปัดข่าวคว่ำพรบ.งบ 54 เซ่นเอ็นจีวีล่ม
ที่เกียกกาย นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวปฏิเสธถึงกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทยจะไม่ยกมือโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ในวาะ 2- 3 เนื่องจากครม. ไม่อนุมัติโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ว่า ข่าวที่ออกมาเป็นเพียงข่าวลือนั้น ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหากับใคร และพรรคพร้อมสนับสนุนร่างงบประมาณ 100 เปอร์เซนต์ การทำงานร่วมกันต้องพูดจาด้วยเหตุผล ส่วนเหตุการณ์การประชุมสภาล่ม เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ไม่ใช่เป็นเพราะส.ส.พรรคภูมิใจไทย เพราะเท่าที่ดู ส.ส.ขาดกันทุกพรรค เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุมเพียงแค่ 1 วัน และเป็นวันที่ส.ส.ต้องลงพื้นที่ในวันที่ 12 ส.ค. ดังนั้นตรงนี้ต้องเข้าใจความรู้สึกของส.ส.ด้วย
“ เรื่องการประชุมสภา ถือเป็นคนละเรื่องกับปัญหาเรื่องรถเมล์ ถ้าเรายังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเราก็ต้องสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอยู่แล้ว เพราะเราลงเรือลำเดี่ยวกัน ถึงแม้จะเสียดายที่ไม่ผ่านครม. เพราะทำให้เสียเวลาขสมก. และเสียโอกาสที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชนคนจน อีกทั้งเรื่องนี้ก็ศึกษากันมานาน เพียงแต่ในครม. ยังติดใจในเรื่องของการเออรี่รีไทร์พนักงาน แต่เรื่องนี้มีกฎหมายและแนวทางรองรับอยู่แล้ว ที่จะแก้ปัญหา ” นายศุภชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่าสาเหตุที่พรรคภูมิใจไทยโดนคัดค้านเรื่องรถเมล์เป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวสั้นๆว่า “ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ” นายศุภชัยกล่าว
“ชิณวรณ์”เชื่อพรบ.งบฯ54ไม่มีปัญหาองค์ประชุม
นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ อดีตประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงปัญหาองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ว่า มี 2 ประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ องค์ประชุมเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบด้วยกันของสมาชิกทั้งหมด ขณะที่ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่จะนำภาษีของประชาชนมาใช้จ่าย ซึ่งตนคิดว่าทางวิปรัฐบาลคงมีมาตรการรองรับ เพื่อให้องค์ประชุมมีเสียงข้างมาก ซึ่งตนเชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลจะสามารถรวบรวมเสียงให้มีการประชุมได้ตามปกติ ส่วนการชี้แจงในวาระ 2 - 3 ตนในฐานะรัฐมนตรีเชื่อว่าครม. ทุกคนมีความพร้อมที่จะชี้แจงในส่วนที่ถูกพาดพิงถึง
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมา ทั้งนายกฯ และประธานวิปรัฐบาลได้กำชับให้สมาชิกเข้าร่วมประชุมอยู่เสมอ แต่ก็ยังล่มซ้ำซาก นายชินวรณ์ กล่าวว่า ในการพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณฯ เป็นเรื่องที่รัฐบาลและฝ่ายค้านจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน โดยเฉพาะวิปทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะเชื่อว่าประชาชนคงไม่อยากเห็นการเล่นการเมืองจนไม่สามารถผ่านงบประมาณออกมาบริหารบ้านเมืองได้
เมื่อถามว่ามีการมองว่าตัวแปรที่ทำให้องค์ประชุมล่มเป็นเพราะโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ไม่ผ่าน ครม. นายชินวรณ์ กล่าวว่า หากดูตัวเลขในการประชุมจะเห็นว่าไม่ใช่ปัญหาความขัดแย้งทางด้านนโยบายการบริหารงานราชการแผ่นดิน แต่ปัญหาอยู่ที่องค์ประชุม ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ยึดว่าสมาชิกจะต้องมาลงชื่อตามกำหนดเวลา เมื่อรอ 30 นาทีแล้วองค์ประชุมไม่ครบ จึงสั่งเลิกประชุม ซึ่งเรื่องนี้วิปทั้ง 2 ฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบ
เมื่อถามย้ำว่าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ คงไม่มีปัญหาเพราะส.ส.ทุกคนต้องใช้งบประมาณ แต่รู้สึกหนักใจหรือไม่ที่กฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินสำคัญๆ ฉบับอื่น ถ้าเกิดปัญหาลักษณะเดียวกันนี้รัฐบาลจะต้องยุบสภา หรือลาออก นายชินวรณ์ กล่าวว่า เราคงไปบอกล่วงหน้าอะไรไม่ได้ แต่ถ้าการพิจารณากฎหมายสำคัญเกิดปัญหาองค์ประชุมล่มอีก ฝ่ายเสียงข้างมากก็ต้องรับผิดชอบ
พท.เตรียมฟัดพรบ.งบประมาณส่ง60ส.ส.อภิปราย
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์กรณีที่จะมีการประชุมรัฐสภาในวันที่18-19 ส.ค.เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2554วาระที่2-3ว่า เบื้องต้นคาดว่า ส.ส.ของพรรคจะอภิปราย60คน โดยมีหัวหอก26คนในการอภิปรายงบประมาณปีนี้และหวังจะให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริงเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกตั้งครั้งหน้าว่าควรเลือก ส.ส.ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล
"พร้อมพงศ์"โวยสภาล่มเพราะนักการเมืองต่อรองผลปย.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนี้เป็นไปตามที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ขู่เอาไว้ว่าจะมีเหตุการณ์เอาคืนหลังจากโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน มูลค่า 64,000 ล้านบาท ไม่ผ่าน ครม. โดยถูกโยนไปให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยรวมถึงกลุ่มองค์กรต่างๆ ได้คัดค้านมาโดยตลอดว่าการเช่ารถเมล์ ในราคาแพงกว่าซื้อกว่า 300 กว่าเปอร์เซ็นต์ และน่าจะเป็นโครงการที่ไม่คุ้มค่าการลงทุน และเป็นช่องทางในการเกิดการทุจริตได้ง่ายรวมทั้งอาจจะมีปัญหาในอนาคตเป็นมรดกบาปให้กับลูกหลาน
โฆษกพท.พูดไม่สุภาพด่าปชป.อย่ายุ่งคดีแม้ว
นายพร้อมพงศ์ แถลงข่าวตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ในกรณีแสดงความเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ควรต่อสู้อีกหลังจากที่ศาลฎีกาไม่รับอุธรณ์คดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทว่า เรื่องนี้พ.ต.ท.ทักษิณจะพิจารณาต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรเล่นเกินบทซ้ำเติมคนที่ตกทุกข์ได้ยาก สังคมไทยจะไม่ทำเรื่องแบบนี้กัน และมันเป็นการก้าวก่ายเกินหน้าที่ ภาษาชาวบ้านใช้คำว่าไม่น่าจะเสือก
“สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์พูดว่าพยายามลดความแตกแยกเป็นแค่ลมปากที่เชื่อไม่ได้ เรี่องนี้ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และไม่น่าเข้ามาเสือก ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว



