ข่าว

สมเด็จพระบรมฯเสด็จฯวางศิลาฤกษ์รัฐสภาใหม่

สมเด็จพระบรมฯเสด็จฯวางศิลาฤกษ์รัฐสภาใหม่

12 ส.ค. 2553

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯเสด็จฯวางศิลาฤกษ์รัฐสภาแห่งใหม่ “ชัย” ฤกษ์ดีอากาศเป็นใจเทวดารักษา สภาใหม่สมศักดิ์ศรีของประเทศ “ธีรพล” ปลื้มปิติ ได้ถวายรายงานออกแบบรัฐสภาแห่งใหม่อย่างใกล้ชิด

วันที่ 12 สิงหาคม เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารัฐสภา ณ พื้นที่ราชพัสดุถนนทหาร (เกียกกาย) เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ในการนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยเสด็จด้วย โดยมีประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี เฝ้ารับเสด็จฯ จากนั้นทรงเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พลับพลาพิธี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงกราบและประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีลจบ ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลถวายรายงานวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างอาคารรัฐสภา และทูลเกล้าฯถวายเหรียญที่ระลึกและสูจิบัตร

 ต่อมา เวลา 10.09 น. ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์แล้วทรงวางแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ลงในหลุมฤกษ์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนผ้าไตรและจตุปัจจัยไทยธรรม ทรงประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  เสด็จพระราชดำเนินทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ และเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการและแบบจำลองอาคารรัฐสภา และเสด็จพระราชดำเนินกลับโดยประทับรถยนต์พระที่นั่ง

 แบบอาคารรัฐสภา ที่จะใช้ก่อสร้างบริเวณพื้นที่ราชพัสดุ ถนนเกียกกาย ออกแบบโดยทีมนายธีรพล นิยม จากอาศรมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อมสถาบันอาศรมศิลป์ ใช้ชื่อว่า “ สัปปายะสภาสถาน ” มีความหมายว่า สถานที่ประกอบกรรมดี โดยทีมงานผู้ออกแบบได้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมอาคารรัฐสภาด้วยภูมิปัญญาตามคติทางพุทธศาสนา ได้แก่ แบบแผนไตรภูมิ โดยมุ่งหมายเพื่อพลิกฟื้นจิตใจของผู้คน ด้วยการสำนึกถึงบาปบุญคุณโทษ อันจะนำไปสู่บ้านเมืองแห่งความสงบสุข ร่มเย็น และสัปปายะสภาสถาน เป็นความภูมิใจของคนไทยทุกคน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับพิธีวางศิลาฤกษ์ มีประมุข 3 ฝ่าย ประกอบด้วย นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา นาย ประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา รวมถึง พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ พล.อ.อ. กำธน สินธวานนท์ พล.อ. พิจิตร กุลละวณิชย์ นาย พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานองค์กรอิสระ นาย ชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นาย อักขราทร จุฬารัตน์ ประธานศาลปกครองสูงสุด นาย อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นาย ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นาย ปราโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน คุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกา รักษาการผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ส.ส. ส.ว. อดีตประธานรัฐสภา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร อาทิ พล.ต.บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ นาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา นาย โภคิน พลกุล นาย สนิท วรปัญญา อดีตประธานวุฒิสภา  
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะเริ่มพิธีได้มีฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย แต่เมื่อถึงเวลาประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจเมื่อฝนได้หยุดโปรยทันที ทำให้พิธีผ่านไปอย่างราบรื่น สำหรับของที่ระลึกที่ทางรัฐสภาแจกแก่ผู้เข้าร่วมพิธี ประกอบด้วย หนังสือรัฐสภาแห่งใหม่ มีความหนา 434 หน้า หนักประมาณ 3 กิโลกรัม ซึ่งมีเนื้อหาระบุถึงความเป็นมาของโครงการ การประกวดออกแบบ รวมถึงเหรียญที่ระลึก ด้านหน้าเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนด้านหลังเป็นรูปอาคารรัฐสภาใหม่ ที่ทางรัฐสภาได้ขอพระบรมราชานุญาติ จัดทำประกอบด้วย เหรียญทองคำ เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง

 นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังทำพิธีวางศิลาฤกษ์รัฐสภาใหม่ว่า ถือเป็นนิติหมายที่ดีที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารรัฐสภา และยังได้รับความร่วมมือร่วมใจจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และประชาชน

 นอกจากนี้การวางศิลาฤกษ์ก็เป็นไปด้วยดี อากาศดี บรรยากาศก็เป็นใจ เทวดาปกป้องรักษาไม่มีฝน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงสนพระทัยสอบถามว่าจะสร้างเสร็จเมื่อไหร่ ก็ตอบกลับไปว่าจะเสร็จปี 56 พระองค์ก็ทรงพระสรวลบอกว่ากว่าจะเสร็จก็เกษียณอายุพอดี นอกจากนี้พระองค์ท่านก็บอกว่าทำได้ดี สวยงาม เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศเรา พระองค์ก็สอบถามว่ามีเนื้อที่กี่ไร่ ตนก็ตอบว่ามีเนื้อที่ 120 ไร่ แต่พื้นที่ก่อสร้างใช้เพียง 119 ไร่ พระองค์ท่านก็บอกว่าพอดี และติดแม่น้ำด้วยก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร ผมจึงบอกว่าเป็นเพราะบารมีของพระองค์ท่าน จากนั้นตนได้ถวายหนังสือและเหรียญที่ระลึกทอง เงิน และทองแดงให้กับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ส่วนนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาได้ถวายของที่ระลึกให้กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

 นายชัย กล่าวว่า ส่วนการก่อสร้างคงจะไม่เสร็จภายในปี 2556 เพราะรายละเอียดโครงสร้างภายในเสร็จยังเรียบร้อยแล้ว เที่จะต้องเพิ่มเติมพื้นที่ใช้สอยว่าจะมีอะไรบ้าง เนื่องจากมีพื้นที่กว่า 3 แสนตารางเมตร ทั้งหมด 11 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 2 ชั้นสำหรับจอดรถ นอกจากนี้บริเวณรอบรัฐสภาจะมีรถเมล์ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งก็สมศักดิ์ศรีของประเทศไทย ซึ่งพระองค์ท่านให้ความสนพระทัย ตนก็ภูมิใจ ซึ่งเป็นความดีของพระองค์ท่าน และยังเป็นฤกษ์ดีที่สุดและตรงกับวันแม่แห่งชาติด้วย

 อย่างไรก็ตามหากการก่อสร้างรัฐสภาใหม่เสร็จก็คงไม่ต้องไปเช่าอาคารอื่นๆเหมือนทุกวันนี้ โดยสภาใหม่จะมีการแยกกันเป็นสัดส่วนชัดเจนระหว่างส.ส.และส.ว. ดังนั้นส.ส. และส.ว. จะมีห้องทำงานทุกคน และห้องกรรมาธิการด้วย จะได้ไม่ต้องแย่งกัน จะมีเครื่องอำนวยความสะดวกให้พร้อม กว่าจะสร้างเสร็จก็คงจะได้ส.ส.มาออกกฎหมายให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น

 ผู้สื่อถามว่าพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถให้คนทำความดี นายชัย กล่าวว่า ตนก็สนองพระราชดำรัสอย่างเต็มที่ การสร้างรัฐสภาก็ถือว่าได้ทำความดีและสร้างคุณประโยชน์แล้ว แต่พรรคการเมืองต้องระลึกว่าเป็นคนของประชาชนที่เลือกเข้ามาก็ต้องทำงานให้กับประชาชน ทำตามรอยพระยุคลบาทและพระราชดำรัสแล้ว

 นายธีรพล นิยม จากอาสมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม สถาบันอาศรมศิลป์ กล่าวว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงตรัสถามถึงแนวความคิดในการออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่เรียกว่า “ สัปปายะสภาสถาน ” ซึ่งได้กล่าวบังคมทูลให้ทรงทราบว่ามาจากหลักการ 4 ข้อ คือ เกี่ยวกับด้านคุณธรรม ศีลธรรม การสร้างอัตลักษณ์ของความเป็นไทยโดยทำให้รัฐสภาแห่งใหม่ให้เป็นศูนย์กลางของประเทศได้ สร้างความเป็นเอกภาพ ระหว่าง ประชาชนกับรัฐสภา ว่าจะอยู่ร่วมกันภายใต้ความมีศีลธรรมอันดีงามและพยายามให้งานสถาปัตยกรรมเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ครั้งใหม่ในสังคมไทยในเรื่องของไตรภูมิและบาปบุญคุณโทษให้กลับมาพูดถึงกันอีกครั้ง
 
 นายธีรพล กล่าวว่า ตนรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสถวายรายงานอย่างใกล้ชิด เพราะทีมงานได้ทุ่มเทการออกแบบรัฐสภาแห่งใหม่อย่างเต็มความรู้ความสามารถ เป็นการทำงานที่ใหญ่มาก ถ้าในต่างประเทศต้องใช้เวลา 3-5 ปีในการออกแบบอาคารที่ใหญ่ขนาดนี้ แต่ตนและทีมงานได้ใช้เวลาเพียง 7 เดือนในการออกแบบจึงได้พยายามออกแบบให้ดีที่สุด โดยมีแนวความคิดในการออกแบบให้พ้องกับจิตวิญญาณบาปบุญคุณโทษ ความมีศีลธรรม เปรียบเหมือนกี่ปักธงทางศีลธรรมร่วมกันระหว่างรัฐสภากับประชาชน ตนหวังว่ารัฐสภาแห่งใหม่จะสามารถยกระดับให้เป็นรัฐสภาระดับโลก