ข่าว

เทพไทอุ้มอภิสิทธิ์วุฒิภาวะสูงไม่โต้ฮุนเซน

เทพไทอุ้มอภิสิทธิ์วุฒิภาวะสูงไม่โต้ฮุนเซน

12 ส.ค. 2553

"บิ๊กจิ๋ว"เป็นห่วงปัญหาไทย-เขมรบานปลาย แนะไม่อยากเห็นการใช้กำลังแก้ปัญหา วอนคนที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก “เทพไท" อุ้มนายกฯ วุฒิภาวะสูงไม่โต้กลับ“ฮุนเซน” แนะ“บิ๊กจิ๋ว”ให้ดูตัวเองคือต้นเหตุความขัดแย้งไทย - กัมพูชา ยันใช้การทูตดึงสัม

 (12ส.ค.) พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศไทยที่มีปัญหาเรื่องเขาพระวิหารกับประเทศกัมพูชาว่า อยากให้ทุกฝ่ายเห็นผลประโยชน์ของประเทศเป็นผลประโยชน์ส่วนรวม และต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อีกทั้งตนเห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ควรบานปลายจนถึงขั้นใช้กำลังทหารด้วย

 "ส่วนกรณีการเลือกตั้งใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้นนั้น พรรคเพื่อไทยเตรียมความพร้อมไว้แล้ว แต่อยากให้เวลากับรัฐบาลในการบริหารบ้านเมืองให้เป็นไปได้ดี ไม่ควรกดดันรัฐบาล เพราะปัญหาของบ้านเมืองขณะนี้มีสะสมไว้อยู่มาก ทุกฝ่ายจำเป็นต้องช่วยกันแก้ไข"ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าว

เทพไทอุ้มอภิสิทธิ์วุฒิภาวะสูงไม่โต้กลับฮุนเซน 
 
 ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 11.00 น. นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ โดยพาดพิงมาถึงนายกรัฐมนตรีของไทยด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ว่า นายกรัฐมนตรีของไทยคงไม่ใช่ฐานะส่วนตัวในการตอบโต้ เพราะเชื่อว่าวุฒิภาวะของท่านนายกฯสูงพอที่จะไม่สร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศ

 ทั้งนี้ รัฐบาลคงจะใช้ช่องทางทางการทูตที่จะชี้แจง ซึ่งการดำเนินการกับเพื่อนบ้านหรือมิตรประเทศก็ต้องใช้ความอดทนใช้ท่วงทำนองอย่างเป็นมิตรในการทำความเข้าใจทั้งประเทศคู่ขัดแย้งและนานาประเทศ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศด้วย ส่วนที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าไทยไม่ควรทำให้เรื่องปราสาทพระวิหารบานปลาย และขอให้ระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นนั้น ตนยากเรียนว่ารัฐบาลได้ใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุด โดยพยายามแสดงความเห็นให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และจะยึดกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการปฏิบัติต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างเคร่งครัด

 นายเทพไท กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในฐานะที่เป็นรัฐบาลต้องใช้สิทธิในฐานะตัวแทนของประชาชนคนไทย ขณะที่เราประณีประนอม แต่ต้องไม่เสียสิทธิหรือดินแดนของไทย อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องของพล.อ.ชวลิต รัฐบาลได้ปฏิบัติมาโดยตลอดแต่อยากให้กลับไปดูเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาว่าเกิดขึ้นมาอย่างไร หากพล.อ.ชวลิต จำได้วันที่ 9 ต.ค.2552 น่าจะเป็นวันที่เริ่มต้นสาเหตุของความขัดแย้งคือวันที่ พล.อ.ชวลิต เดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าพบสมเด็จฮุนเซน หลังจากที่พล.อ.ชวลิตกลับมาไม่นานสมเด็จฮุนเซนก็ได้ประกาศแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของสมเด็จฮุนเซนในวันที่ 10 พ.ย.2552 ซึ่งเป็นที่มาของความขัดแย้งเรื่องความสัมพันธ์ทางด้านการทูตของทั้งสองประเทศ ดังนั้น ตนอยากให้พล.อ.ชวลิตได้สำนึกในพฤติกรรมขอตนเองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับประเทศกัมพูชา