
จีนดินถล่มยอดตายพุ่ง1,117คนหวั่นฝนตกถล่มอีก
หน่วยกู้ภัยจีนกำลังเร่งหาทางระบายน้ำจากทะเลสาบที่เกิดขึ้นหลังดินถล่มในเมืองโจวชู มณฑลกานซู ก่อนที่ฝนจะตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมได้ ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากดินถล่มพุ่งพรวดจากราว 700 คนเป็น 1,117 คนแล้ว และโอกาสรอดชีวิตของผู้สูญหายอีกกว่า 600 คนเลื
สำนักงานอุตุนิยมวิทยา เตือนว่า มีโอกาสอย่างมากที่จะเกิดดินถล่มอีกในพื้นที่ประสบภัยในช่วงหลายวันข้างหน้านี้ เพราะคาดว่าจะมีฝนตก 90 มิลลิเมตรในวันศุกร์นี้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น เตี้ยนหมู่ ที่กำลังพัดปกคลุมเกาหลีใต้
ขณะที่ทหารและหน่วยกู้ภัย พยายามช่วยกันเร่งกู้ศพและค้นหาผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 627 คน แต่โอกาสพบผู้รอดชีวิตริบหรี่ลงทุกขณะ โดยพบผู้รอดชีวิตเพียง 2 คนเมื่อวาน นอกจากนี้ทหารและหน่วยกู้ภัยยังเร่งขุดและระเบิดทำลายกองโคลนและก้อนหินที่ปิดกั้นแม่น้ำไป่หลงที่ไหลลงสู่เมืองโจวชู หลังจากดินถล่มทำให้เกิดทะเลสาบและวิตกว่าฝนที่ตกลงมาจะทำให้ทะเลสาบนี้แตกทะลัก ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มซ้ำเติมพื้นที่บริเวณนี้อีก ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้เร่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงออกไปแล้ว
นอกจากนี้การขาดแคลนน้ำสะอาดและโรคติดต่อเป็นอีกปัญหาที่น่าห่วง แต่เจ้าหน้าที่ได้พ่นยาฆ่าเชื้อโรคทั่วบริเวณแล้ว และยังไม่มีรายงานการระบาด แม้มีผู้ประสบภัยเพียงไม่กี่คนที่มีอาการท้องร่วง และเจ้าหน้าที่ได้จัดส่งเต้นท์ 30,000 หลังไปยังพื้นที่ประสบภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ไร้ที่อยู่อาศัยแล้ว
ยูเอ็นขอความช่วยเหลือปากีสถานเผชิญน้ำท่วมเกือบ460ล้านดอลล่าร์
หน่วยงานบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติ ได้เรียกร้องของความช่วยเหลือเป็นเงินจำนวนเกือบ 460 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือกว่า 14,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวปากีสถานหลายล้านคน ที่ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ทำลายบ้านเรือน พื้นที่เพาะปลูกและโครงสร้างสาธารณูปโภคจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นายจอห์น โฮล์มส รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการมนุษยธรรม และผู้ประสานงานด้านการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน ได้กล่าวในระหว่างเผยแผนรับมือด้านมนุษยธรรมที่สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติในนิวยอร์คว่า ถ้าความช่วยเหลือที่ต่อเนื่องและรวดเร็ว เข้าไม่ถึงคนที่ไร้ที่อยู่อาศัย และยังเข้าไม่ถึงอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด จำนวนผู้เสียชีวิตและความยากแค้นจากภัยพิบัติก็จะยิ่งเลวร้ายกว่านี้
นายอับดุลลาห์ ฮุสเซน ฮารูน ทูตปากีสถานประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ทำให้ปากีสถานต้องล้าหลัง เพราะไร้ความสามารถแม้กระทั่งจะเริ่มต้นฟื้นฟูระบบโครงสร้างสาธารณูปโภค ซึ่งทั้งนายโฮล์มและนายอับดุลลาห์ ระบุว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดของโรคต่าง ๆ ที่มาจากน้ำ เช่น อหิวาตกโรค ทำให้สถานการณ์ยิ่งอันตรายมากยิ่งขึ้น
สำนักงานของสหประชาชาติเพื่อกิจการประสานความร่วมมือด้านกิจการมนุษยธรรม ระบุว่ามีผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างน้อย 6 หรือ 7 ล้านคน ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน รวมทั้งที่พักพิงชั่วคราว อาหาร น้ำสะอาด สุขอนามัย และการดูแลทางการแพทย์ซึ่งก่อนหน้าที่จะขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ สหประชาชาติได้ให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินมากกว่า 150 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 4,800 ล้านบาท แต่ก็ยังต้องการอีก 300 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 9,600 ล้านบาท แต่เงินจำนวน 450 ล้านดอลล่าร์ที่ร้องขอความช่วยเหลือนี้ ไม่ได้ครอบคลุมวงเงินที่จำเป็นต้องนำมาใช้ ในการฟื้นฟูด้านเกษตรกรรมและระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคแต่อย่างใด
ในช่วงฤดูมรสุม ตั้งแต่เดือนมิถุนายน กรกฎาคม จนถึงเดือนสิงหาคม ได้เกิดฝนตกหนักและเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมครั้งเลวร้ายที่สุดในความทรงจำของปากีสถาน สร้างความเสียหายให้พื้นที่หลายส่วนของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 1,200 คน และบ้านเรือนอย่างน้อย 228,000 หลังคาเรือนเสียหาย หรือพังราบ ส่วนตัวเลขผู้ประสบภัยที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่รอรับความช่วยเหลือฉุกเฉิน มีมากกว่า 14 ล้านคนแล้ว
สหประชาชาติระบุว่า มหันตภัยครั้งนี้ อาจเลวร้ายกว่ามหันตภัยธรรมชาติร้ายแรงอื่น ๆ เช่น การเกิดสึนามิที่มหาสมุทรอินเดีย เมื่อปี 2547 หรือแผ่นดินไหวในเอเชียใต้ เมื่อปี 2548 และแผ่นดินไหวที่เฮติ เมื่อปี 2553



